ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

10 เคล็ดลับการเขียนเรียงความจากอาจารย์มหาวิทยาลัย

1424

 

เพื่อน ๆ กำลังเตรียมตัวสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ใช่มั้ยคะ? สิ่งเล็ก ๆ แต่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ต้องทำก็คือ การเขียนเรียง (essay) ความอย่างน้อย 1 ฉบับตามข้อปฎิบัติของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนที่สอบเข้าตามระบบปกติ (นักเรียนในประเทศ) บ้างก็ยังต้องส่งเรียงความเพิ่มเติมค่ะ

 

จากคำแนะนำของอาจารย์มหาวิทยาลัยหลาย ๆ ท่านผู้ที่เคยให้คำปรึกษานักเรียนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและผ่านการอ่านงานเขียนเรียงความมานับไม่ถ้วน ได้ถูกกลั่นกรองออกมาเป็น 10 เคล็ดลับที่จะช่วยให้เรียงความของเพื่อน ๆ ดึงดูดใจคณะกรรมการได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

 

ทุก ๆ มหาวิทยาลัยต่างก็ได้ให้เหตุผลไว้หลากหลายว่าทำไมถึงอยากให้เด็ก ๆ เขียนเรียงความเพื่อใช้สอบเข้าเรียนต่อ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ น้ำหนักคะแนนของเรียงความ

 

แต่ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะให้น้ำหนักคะแนนของเรียงความไว้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่กรรมการเกือบทุกคนเห็นตรงกันก็คือ เรียงความที่เขียนได้น่าประทับใจ “มีผล” ต่อผลการคัดเลือกจริง ๆ

 

ดังนั้นเพื่อน ๆ คงเห็นความสำคัญของการเขียนเรียงความเพื่อสอบเข้าเรียนต่อแล้วใช่มั้ยคะ จากนี้ไปก็จะเข้าสู่ 10 เคล็ดการเขียนเรียงความที่เพื่อน ๆ รอคอยแล้วล่ะค่ะ

 

 

1. เขียนเรียงความให้น่าจดจำ

เรียงความเป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะทำให้กรรมการรู้จักเพื่อน ๆ นอกเหนือไปจากข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ เช่น เกรด, อันดับในชั้นเรียน, คะแนนสอบ, ชั่วโมงทำความดี, กิจกรรมที่เข้าร่วม เป็นต้น เป้าหมายก็คือเพื่อน ๆ จะต้องทำให้เรียงความของตัวเองโดดเด่นกว่าของคนอื่น จนสามารถเอาชนะคนที่คุณสมบัติคล้าย ๆ กับเราได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือทำให้กรรมการจดจำเราได้ อยากรู้จักเรามากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

 

2. ตอบคำถามให้ตรงประเด็น

มันเป็นที่น่าแปลกใจมากค่ะว่าทำไมผู้สมัครหลาย ๆ คนถึงไม่สามารถเชื่อมโยงเรียงความของพวกเขาเข้ากับคำถามของทางมหาวิทยาลัยได้ หรือถ้าทำเขาอาจจะเอามันไว้ตรงกลางหรือตอนท้ายของเรียงความแทน ตัวอย่างเช่น ถ้าคำถามถามว่า “ทำไมคุณถึงเลือกเรียนที่ทัฟส์ (Tufts University มหาวิทยาลัยชื่อดังของอเมริกา)?” เรียงความของเพื่อน ๆ ควรเริ่มต้นด้วยใจความหลักที่บอกถึงเหตุผลที่เราอยากเข้าเรียนที่ทัฟส์ค่ะ

 

 

3. เขียนความจริงเท่านั้น

เพื่อน ๆ อาจไม่เชื่อว่ากรรมการจะสามารถจับได้ว่าใครเขียนเรื่องจริงใครเขียนเรื่องแต่ง แต่ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าพวกเขาสามารถทำได้จริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ จะต้องเขียนเรียงความออกมาจากความรู้สึกค่ะ ห้ามเฟค ห้ามปรุงแต่ง เรื่องราวที่เป็นตัวหนังสือจะต้องถูกถ่ายทอดออกมาจากหัวใจของเราค่ะ  เรียงความของเราเปรียบเสมือนหน้าต่างที่กรรมการจะใช้มองผ่านเข้ามาเพื่อรับรู้ตัวตนของนักเรียน เขาจะใช้สิ่งนี้ตัดสินว่าเราจะสามารถเป็นนักศึกษาที่ดีในมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ค่ะ

 

 

4. เลือกใช้รูปแบบประโยค active voice 

การใช้ active voice จะทำให้เรียงความของเพื่อน ๆ มีความดึงดูดและชัดเจน นอกจากนั้นยังทำให้รูปประโยคสามารถอ่านและเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย โดยทั่วไปแล้ว active voice จะทำให้ข้อความสั้นและดูกระชับกว่าค่ะ

 

 

5. ลองเสี่ยงเขียนเรื่องราวที่แตกต่าง

หนึ่งสิ่งที่แย่ที่สุดในการเขียนเรียงความก็คือการเขียนสิ่งเรื่องราวที่จำเจ น่าเบื่อและไม่น่าจดใจ เพื่อน ๆ ต้องลองเสี่ยงดูค่ะ ยอมรับข้อด้อยของเรา อธิบายให้กรรมการเห็นว่าเราสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากต่าง ๆ มาได้ยังไง ความกล้าที่จะแตกต่างย่อมดีกว่าการยอมให้งานเขียนของเราถูกกลืนไปกับใบสมัครของคนอื่น ๆ ค่ะ แต่เพื่อน ๆ ก็อย่าเสี่ยงมากจนเอาเรื่องที่หดหู่มากเกินไปมาเขียนนะคะ

 

 

 

 

6. ตอบคำถามเป็นเรื่องสั้นเพื่อให้น่าสนใจ

เพื่อน ๆ อาจคิดว่าการเขียนเรียงความเพื่อตอบคำถามตามที่โจทย์ต้องการ โดยการเรียงประโยคง่าย ๆ เข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว แต่เราเชื่อว่าคุณทำได้มากกว่านั้น เพื่อน ๆ ลองเปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องสั้น ๆ แทนดูค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้เรียงความดูน่าสนใจขึ้นแล้ว ยังทำให้กรรมการจดจำเราได้อีกด้วยค่ะ เริ่มต้นด้วยบทนำ เนื้อเรื่อง และสรุปจบท้ายที่สวยงาม และอย่าลืมแทรกเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่จะทำให้กรรมการจำเรื่องราวนี้ได้ไว้ด้วยนะคะ

 

 

7. เขียนให้อ่านง่ายเข้าไว้

จำไว้เสมอว่าการใช้คำศัพท์หรือโครงสร้างประโยคยาก ๆ ไม่ได้ช่วยให้เพื่อน ๆ ได้คะแนนพิเศษเพิ่มค่ะ มันไม่มีความจำเป็นเลยซักนิด เพื่อน ๆ ควรจะเขียนเรียงความให้กระชับ ตรงประเด็น และอ่านง่ายค่ะ อย่าลืมว่าในแต่ละปีกรรมการเขาต้องอ่านเรียงความเป็นพัน ๆ ฉบับกันเลยนะคะ

 

 

8. หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในงานเขียน

ใช่แล้วล่ะค่ะ! เพื่อน ๆ จะต้องตรวจสอบการเขียนและการสะกดคำให้ดีทุกครั้ง ถ้าเกิดเพื่อน ๆ มีการอ้างอิงใด ๆ ก็ควรตรวจสอบความถูกต้องของชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ และอื่น ๆ ให้เรียบร้อย ลองดูว่าเราเขียนคำศัพท์ที่ออกเสียงได้เหมือนกันแต่สะกดต่างกันไปบ้างหรือเปล่า เช่น passed กับ past หรือ whether กับ weather มันอาจทำให้ผู้อ่านสับสนได้ค่ะ ที่สำคัญคือห้ามใช้คำแสลง, สัญลักษณ์แสดงอารมณ์ (emoticon) หรือภาษาเฉพาะกลุ่ม  เพราะเรียงความคืองานเขียนที่เป็นทางการค่ะ สุดท้ายก็อย่าลืมให้เพื่อนของเราอย่างน้อย 1 คนตรวจทานอีกครั้งด้วยนะคะ

 

 

9. หา feedback สำหรับเรียงความของเรา

ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ จะมั่นใจในงานเขียนของตัวเองแค่ไหน เพื่อน ๆ ก็ยังควรจะขอคำปรึกษาหรือ feedback จากบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับภาพรวมของงานเขียนเรา รวมไปถึงรายละเอียดตั้งแต่การเลือกหัวข้อไปจนถึงโครงสร้างประโยค เพื่อน ๆ อาจเลือกขอความช่วยเหลือจากครูสอนภาษาอังกฤษ เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวก็ได้ค่ะ

 

 

10. อย่าหยุดที่จะทำให้เรียงความของเราดีขึ้น

แม้แต่นักเขียนที่มีประสบการณ์มากมายก็ไม่สามารถเขียนงานชิ้นที่ดีที่สุดออกมาได้ในครั้งเดียว เพื่อน ๆ ก็เช่นกันค่ะ เราต้องใส่ความพยายามของเราให้เต็มที่เพื่อปรับแต่งให้เรียงความออกมากระชับและสมบูรณ์มากที่สุด อย่างที่ทราบกันว่าเรียงความนั้นมีผลต้องการคัดเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อน ๆ จะต้องเปิดใจยอมรับการแก้ไขซ้ำ ๆ จนกว่าคุณ (และคนที่ช่วยตรวจสอบ) จะพอใจในที่สุดค่ะ 

 

 

คำแนะนำสุดท้ายสู่ความสำเร็จ

แน่นอนว่าเคล็ดลับทั้ง 10 ข้อที่ได้กล่าวมานี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถเขียนเรียงความที่น่าจดใจเพื่อใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เพื่อน ๆ จะต้องเริ่มเขียนมันตอนนี้เลยค่ะ! อย่าลืมว่าเพื่อน ๆ จะต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการปรับปรุงแก้ไขงานเขียนของตัวเองด้วยนะคะ ดังนั้นยิ่งมีเวลามากเท่าไหร่ งานเขียนของเราก็จะยิ่งออกมาสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้นค่ะ 

 

2 บทความที่น่าสนใจ คลิ๊กเลย! 

     >>> 7 เคล็ดลับเขียน Research Paper ให้เริ่ด

     >>> การเขียน Personal Statement 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

จบการศึกษาด้านสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย เคยทำงานด้านอีเว้นท์และงานโฆษณา ปัจจุบันเป็นนักเรียนและนักเขียนอิสระ

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...