ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ทำอย่างไรเมื่อโดนปฎิเสธ?

900

ทำอย่างไรเมื่อโดนปฎิเสธ?

      การปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยนั้น มาในหลายรูปแบบ ทั้งถูกปฏิเสธรับเข้าเรียนต่อ, ถูกปฏิเสธจากหอพักหรือที่พัก,ถูกปฏิเสธจากชมรม หรือ ถูกปฏิเสธจากสาขาที่ต้องการ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนปิดประตูความต้องการของคุณทั้งสิ้น และอาจจะทำให้คุณสิ้นหวังและสงสัยไปพร้อมๆกัน  แล้วคุณควรทำอย่างไรดี??

      อย่างแรกคุณต้องหายใจเข้าลึกๆและตั้งสติให้ดี เพราะนี่ยังไม่ได้หมายถึงจุดจบของชีวิตนักเรียนของคุณ มันเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของจุดเริ่มต้นเท่านั้น  ดังนั้นในวันนี้ฮอทคอร์สจะมาให้เคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับวิธีการคิดในแง่บวกเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “การโดนปฎิเสธ”



มีแผนสำรอง

      อย่าสมัครมหาวิทยาลัยแค่แห่งเดียว (ทั้งในระดับปริญญาตรี,โทและเอก) รวมถึงหอพักหรืออพาร์ทเมนท์ด้วย คุณควรจะเสี่ยงดวงด้วยโอกาสแบบ 50-50 มากกว่าวางโอกาสทั้งหมดไว้กับที่ที่เดียว เพราะท้ายที่สุดคุณก็จะได้มีทางเลือก  นอกจากนี้ พยายามมองไปข้างหน้าเสมอ ด้วยการฝึกฝนทักษะสำคัญที่คุณมี เพราะถึงแม้คุณจะถูกปฎิเสธแต่คุณก็จะพร้อมเมื่อโอกาสมาถึง

ตัวอย่าง

ถ้าคุณถูกมหาวิทยาลัยในฝันของคุณปฏิเสธรับเข้าเรียน ควรทำอย่างไร?

      สอบถามว่าคุณติดในรายชื่อของผู้สมัครสำรองหรือไม่ และถ้าไม่คุณมีทางเลือกอื่นๆอีกหรือไม่ หรือที่มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรโอนย้ายหรือไม่  พยายามแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของคุณให้มากเท่าที่ทำได้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสที่ดีขึ้นในอนาคต

 

เข้าใจถึงข้อจำกัดของตัวเอง

      มันออกจะดูเพ้อฝันจนเกินไปได้ถ้าคุณเอาแต่ฝันและหวังว่าคุณจะได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่างเช่น MIT  ทั้งๆที่คุณเป็นคนชอบเต้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะโดนปฏิเสธ ดังนั้นแล้วคุณควรจะซื่อสัตย์และเข้าใจเกี่ยวกับระดับและข้อจำกัดของตัวคุณเองว่าอยู่ในระดับใด และมหาวิทยาลัยต้องการอะไรและระดับเท่าใด

      ถ้าสถาบันการศึกษาในฝันที่คุณต้องการมีมาตรฐานในเรื่องคุณสมบัติที่สูงมาก ลองโทไปปรึกษากับทีมวิชาการของมหาวิทยาลัยนั้นแล้วอธิบายให้พวกเขาฟังถึงระดับของคุณ แล้วพวกเขาจะได้ประเมินแล้วบอกความเป็นไปได้กับคุณว่าคุณมีโอกาสหรือไม่  อย่างไรก็ตามระดับการรับสมัครก็แตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการศึกษา และถ้าคุณไม่ลองถามคุณก็ไม่มีวันรู้หรอกว่าพวกเขาจะรับคุณหรือไม่  และถ้า GPA ของคุณไม่ถึงเกณฑ์ที่เขากำหนด ก็ถามถึงวีธีการอื่นๆหรือคุณสมบัติอื่นที่สามารถใช้แทนกันได้ เช่น การเขียนเรียงความหรือกิจกรรมทางกีฬา

 

เตรียมพร้อมอยู่เสมอ

      ไม่ว่าคุณจะได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในฝันหรือไม่ จงคิดแง่บวกเข้าไว้ พยายามมองไปข้างหน้าว่าคุณจะต้องทำอะไรบ้าง และสมัครมหาวิทยาลัยอื่นไว้สำรอง การคาดหวังการเปลี่ยนแปลงโดยที่คุณไม่ทำอะไรเลย มันไม่มีทางมีอนาคตแน่นอน!

      ถึงแม้ว่าการถูกปฏิเสธมันจะเป็นเรื่องที่แย่เอามากๆและมันเป็นเรื่องยากที่จะยิ้มกับข่าวร้ายเช่นนี้ แต่สิ่งสำคัญก็คือจำไว้เสมอว่ามันคือความท้าทายที่จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น และสุดท้ายคุณก็จะได้ในสิ่งที่คุณต้องการหรือสิ่งที่คุณเป็นอย่างแท้จริง ถึงมันจะยากแต่คุณก็จะได้ผลสำเร็จหลังจากคุณพยายามแน่นอน
--------------------------------------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม

สร้างอนาคตให้มั่นคง 
วิธีจัดการกับ Homesickness 
 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว