ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เคล็ดลับ 7 ข้อในการฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลง

30444

เคล็ดลับ 7 ข้อในการฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลง

เมื่อพูดถึงการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง การฝึกด้วยเพลงคือหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะนอกจากจะได้ฝึกฟังสำนวนภาษาและเรียนรู้วิธีออกเสียงแล้ว เพลงยังทำให้รู้สึกเพลิดเพลินและโฟกัสกับการเรียนรู้ได้นานขึ้นด้วย สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการฝึกภาษาผ่านเพลงมาฝากกันค่ะ

 

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

 

1. รู้จักแหล่งหาเพลงดีๆ

  • แน่นอนว่าทุกคนต้องรู้จักเว็บแชร์วิดีโอชื่อดังอย่าง YouTube and Vimeo แค่สองเว็บนี้ก็มีเพลงดีๆ ให้เลือกฟังอย่างไม่หวาดไม่ไหว แนะนำว่าสำหรับคนที่ยังฟังไม่คล่องนัก ลองเสิร์จชื่อเพลงโดยใส่คีย์เวิร์ดอย่าง subtitle หรือ lyrics ต่อท้าย การมีเนื้อเพลงให้ร้องตามไปทีละท่อนจะช่วยให้การหัดฟังเพลงภาษาอังกฤษง่ายขึ้นค่ะ
  • หากอยากฟังเพลงแบบสนุกขึ้น ขอแนะนำให้รู้จักกับ Spotify โปรแกรมฟังเพลงออนไลน์กึ่งโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่เราสามารถเข้าไปส่อง Playlist ที่เพื่อนๆ ฟังได้ เผื่อจะมีเพลงอะไรน่าสนใจ แถมยังมีฟังก์ชั่นแรนดอมเพลงใหม่ๆ มาให้เราลองฟัง โดยการใส่เพลงที่ชอบลงไป แล้วโปรแกรมก็จะเลือกเพลงแนวเดียวกับเพลงนั้นมาให้
  • อีกเว็บหนึ่งที่อยากแนะนำคือ FluentU เว็บที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเรียนภาษาผ่านวิดีโอหรือเพลงโดยเฉพาะ ลองเข้าไปดูวิดีโอแนะนำการใช้งานดูได้ค่ะ

 

2. เลือกเพลงให้เหมาะสม

  • เลือกเพลงที่ชอบ จะทำให้เราจดจ่ออยู่กับการฝึกได้นานขึ้น
  • เลือกเพลงที่ภาษาไม่ง่ายหรือยากจนเกินไป เนื้อเพลงเป็นคำแมสๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้
  • ระวังการออกเสียงที่ไม่ชัดเจนของนักร้องด้วย อย่างพวกเพลงร็อคเมทัล อาจจะไม่ค่อยเหมาะในการนำมาใช้ฝึกภาษาสักเท่าไหร่
  • ควรเลือกเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวพอให้นึกภาพตามได้ หากเริ่มฝึกแบบมีพื้นฐานน้อยมาก อาจลองเริ่มจากเพลงสำหรับเด็กหรือเพลงการ์ตูนดิสนี่ย์ก่อน
  • ควรเริ่มฝึกจากเพลงป็อป เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเกี่ยวกับความรัก ความโรแมนติก ใช้คำศัพท์ง่ายๆ ซ้ำๆ จากนั้นเมื่อชำนาญมากขึ้น จึงค่อยแตกสาขาไปฝึกจากเพลงประเภทอื่นๆ ที่กว้างขึ้น

 

3. ฝึกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

การอ่านเนื้อเพลงตามไปด้วย จะทำให้เข้าใจความหมายของเพลงและจดจำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น แต่การฟังครั้งแรกๆ ควรลองฟังแบบไม่ดูเนื้อเพลงก่อน แล้วพยายามเขียนคำศัพท์หรือประโยคเท่าที่พอจับใจความได้ออกมาให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงค่อยฟังซ้ำโดยเปิดเนื้อเพลงตามไปด้วย

 

4. ร้องตามอย่างเต็มเสียง

ขั้นตอนนี้ถ้าไม่มั่นในเสียงตัวเอง แนะนำให้ฝึกร้องเวลาอยู่ในห้องคนเดียวจะดีที่สุด จะได้ไม่รบกวนคนรอบข้างด้วยค่ะ เวลาร้องตามขอให้ร้องอย่างเต็มเสียง และขยับปากอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฝึกกล้ามเนื้อริมฝีปาก เพราะภาษาอังกฤษมีการใช้กล้ามเนื้อริมฝีปากมากกว่าภาษาไทย ฝึกบ่อยๆ จะทำให้สำเนียงเราใกล้เคียงกับเจ้าของภาษามากขึ้นค่ะ

 

5. พยายามร้องเพลงจากความจำ

ขั้นนี้เหมาะสำหรับคนที่ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองมาได้สักระยะจนชำนาญประมาณหนึ่ง เริ่มจดจำเนื้อร้องของบางเพลงได้บ้างแล้ว ว่างๆ ก็ลองหัดฮัมเพลงเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่ดูเนื้อร้องดูนะคะ จะช่วยให้เราคุ้นชินกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากขึ้น

 

6. ฟังเพลงสลับไปสลับมา

จากขั้นตอนที่แนะนำมาทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องเลือกเพลงมาหนึ่งเพลงแล้วโฟกัสในการฝึกเพลงนั้นซ้ำๆ อยู่แค่เพลงเดียว ในรอบแรกคุณอาจจะฟังแบบผ่านๆ แล้วดูเนื้อตามไปหลายๆ เพลงก่อน จากนั้นจึงค่อยกลับมาฟังเพลงแรกแล้วทบทวนคำศัพท์ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

 

7. ค้นหาเพลงใหม่ที่ระดับยากขึ้น

เพื่อการฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ ควรท้าทายตัวเองด้วยการเลือกเพลงที่ระดับยากขึ้น ซึ่งจะทำให้สำนวนและคลังคำศัพท์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ถ้าไม่รู้ว่าจะเลือกเพลงตามลำดับความยากง่ายยังไงดี FluentU สามารถช่วยได้ค่ะ

 

 

การฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผลดี ไม่จำเป็นต้องตะบี้ตะบันฝึกวันละหลายๆ ชั่วโมงก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่องและความสม่ำเสมอ อาจจะฝึกแค่วันละ 1-2 ชั่วโมง แต่ต้องอย่าละทิ้งเป้าหมายกลางคันค่ะ หากไม่ท้อถอยเสียก่อน ไม่นานเกินรอต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...