ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การหางานและอาชีพ

3 เส้นทางสู่อาชีพสาย PR จากประสบการณ์ PR ตัวจริง

PR
51984

3 เส้นทางสู่อาชีพสาย PR จากประสบการณ์ PR ตัวจริง

Public Relations (PR) หรือวงการประชาสัมพันธ์นั้นเป็นวงการที่ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น PR ครีเอทีฟหรือองค์กร และงานอาจจะรวมถึงการเขียนข่าวให้นักข่าวหรือร่วมสร้างไอเดียใหม่ๆ ให้บริษัท ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบ PR ที่เราทำ ทาง hotcourses ได้นำบทสัมภาษณ์ PR 3 คน ที่ก้าวเข้าสู่วงการนี้ผ่านเส้นทางที่ต่างกันมาให้อ่าน 

>>หลักสูตรPR Marketing การตลาดและการประชาสัมพันธ์ <<

>>หลักสูตร Corporate PR ประชาสัมพันธ์องค์กร<<

>>หลักสูตร International PR ประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ<<

 

ผ่านประสบการณ์ทำงาน

Nicola Piggott ทำงานให้กับ Feref เธอดูแลลูกค้าตั้งแต่ Disney ไปจนถึงใบมีดโกน Wilkinson และถึงแม้เธอจะเรียนจบมาทางด้าน creative media แล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ สุดท้ายเธอก็ได้เริ่มงานในบริษัท PR อย่าง EastEnders

ทำไมถึงควรลองทำงานด้านการประชาสัมพันธ์?

สิ่งที่ดีที่สุดของงานนี้คือการเห็นความคิดของเรากลายเป็นความจริง มันรู้สึกดีสุดๆ เวลาเรามีไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับข่าว การสัมภาษณ์ หรือการวางสินค้า และหลังจากผ่านด่าน 18 อรหันต์ กว่าจะได้รับการอนุมัติ สุดท้ายเราได้เห็นมันเกิดขึ้นจริง เรารู้ว่าเรามีส่วนช่วยทำงานนั้นให้เกิดขึ้น ถึงแม้บริษัท PR ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันและงานก็ขึ้นอยู่กับลูกค้า แต่ก็เป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนกัน

ควรจะใส่อะไรใน CV ถ้าอยากทำงาน / ฝึกงานด้านนี้

อะไรก็ได้ที่แสดงให้เห็นว่าเรามีทักษะการจัดการที่ดี โดยเฉพาะถ้าเราเคยร่วมงานโปรโมตอะไรก็ตาม (ละคร / วงดนตรี / นิตยสารนักศึกษา / ฯลฯ) หรือเคยทำงานเกี่ยวกับการเขียน ทักษะการเขียนสำคัญมากในงานประชาสัมพันธ์ ดังนั้นถ้าเคยเขียน column ในนิตยสาร วารสาร หรือเขียนรายการวิทยุของทางมหาวิทยาลัยก็จะได้เปรียบ ถ้าเคยทำงานช่วยเหลือชุมชนระหว่างเรียน ก็แสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนที่จัดการเวลาได้ดีและทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ CV ของเราโดดเด่น

หาที่ฝึกงานเพื่อให้ได้ประสบการณ์ 

ในช่วงที่เรียนอยู่ก็หางาน Volunteer ไปด้วย และได้งานที่ EastEnders ซึ่งเป็นสำนักงานติดต่อสื่อของ BBC website ในฐานะที่เป็นแฟนรายการของ BBC ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากและทำให้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นในสำนักงาน PR การทำงาน PR นั้นเป็น On the job learning คือเรียนรู้จากการทำงาน และโลกใบนี้ก็กลมมากเพราะคนที่รู้จักคุณจะช่วยแนะนำงานใหม่ๆ แล้วคุณก็จะมีคนรู้จักเพิ่มขึ้นมากมาย

ฝึกงานอย่างไรให้โดดเด่น  

พยายามเข้าร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือทุกคนในทุกเรื่อง การทำสิ่งต่างๆ เป็นครั้งแรกอาจจะเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในโลกการทำงาน แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจและพร้อมจะช่วยเหลือ เด็กฝึกงานส่วนใหญ่จะถามคำถามเยอะมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่จะให้ดีกว่าลองคิดถึงวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนก็ดี แล้วถามรุ่นพี่ว่าเห็นด้วยไหม จะแสดงให้เห็นว่าเรามีความคิดและได้พยายามคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มาแล้ว

 

ฝึกงานแบบ Placement year (การฝึกงานระยะเวลา 1 ปี ของอังกฤษ)

Andrew Cocks ไม่ได้อยากฝึกงานในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ต้องสมัครงานไปยังทีมโฆษณาของ O2 เพราะเป็นทางเลือกสุดท้าย ในที่สุดเค้าก็หลงรักมัน หลังจากเรียนจบ Andrew เลยได้เป็นเจ้าหน้าที่จัดการสื่อให้กับหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

ทำไมถึงควรฝึกงานแบบ Placement year 

ผมไม่ได้อยากทำในตอนแรก แต่ตอนที่ไปเจอเจ้าหน้าที่ที่แนะนำด้านอาชีพของมหาวิทยาลัยเค้าก็บอกว่าต้องทำ ตอนนี้ผมก็อยากจะแนะนำให้ทุกคนทำเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าอยากทำงานด้าน PR  ถ้าทำได้ ถึงแม้คุณอาจจะไม่ชอบมันแต่คุณจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่น่าสนใจมากมายและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับงานอื่นๆ ได้ด้วย  หลังจากที่ทำงานในบริษัทเป็นเวลา 1 ปี คุณจะได้เรียนรู้จริงๆ ว่าธุรกิจมีการดำเนินการอย่างไร ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้นมาก และเมื่อคุณทำงานได้ดีคุณก็จะได้รับมอบหมายงานที่กว้างและท้าทายขึ้น 

ฝึกงานอย่างไรให้โดดเด่น 

เคล็ดลับที่ดีก็คืออย่าสร้างคำตอบขึ้นมาเอง โดยเฉพาะเวลามีคำถามจากนักข่าว ถ้าไม่รู้คำตอบก็จดคำถามเอาไว้แล้วบอกว่าจะติดต่อกลับไปให้เร็วที่สุด พอรู้คำตอบแล้วค่อยเขียนตอบกลับไปจะดีกว่า ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องตอบให้ได้ทุกคำถาม อีกอย่างที่สำคัญก็คือ อัพเดทข่าวสารและสิ่งรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่คุณทำงานอยู่ตลอดเวลา คุณจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้ข่าวของบริษัทได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ 

หลังจากฝึกงานแล้วต้องทำอย่างไร

สำหรับผม การฝึกงานทำให้ได้เครือข่ายในการรู้จักคนใหม่ๆ ที่ยังติดต่อกันตลอดแม้จะจบการฝึกงานไปแล้ว บางครั้งผมก็ส่งอีเมล์ไปหาเจ้านายเก่าว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่คู่แข่งทำอยู่บ้าง หรือถ้าผมทำรายงานให้มหาวิทยาลัยที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อทางบริษัทผมก็ส่งกลับไปให้เค้าดู แคมเปญหลายแคมเปญพยายามจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นหรือนักเรียนนักศึกษา ถ้าคุณเจออะไรที่คุณรู้สึกโดนใจก็ส่งอีเมล์ไปบอกเจ้านายได้ เค้าจะรู้สึกว่าเราช่วยเหลือเค้าได้มากเพราะตัวเค้าเองไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแล้ว

เรียนรู้การเข้าหานักข่าว 

ถ้าคุณเป็นคนชอบพูดคุยรู้จักผู้คนใหม่ๆ อยู่แล้ว ก็ไม่ยาก แต่การโทรหานักข่าวเพื่อพยายามอธิบายสิ่งที่เราอยากให้เค้าช่วยอาจจะน่ากลัวในตอนแรกๆ ต้องมั่นใจว่าข้อเสนอของเราน่าสนใจ กระชับ และคุณเองก็ต้องสุภาพกับทางนักข่าวให้มากที่สุด  ดึงความสนใจให้ได้ใน 5 วินาทีแรกและให้ทางนักข่าวตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไร ถ้าเรารบกวนเค้าบ่อยๆ อาจทำให้ความสัมพันธ์เสียหายได้ และนักข่าวอาจจะไม่รับโทรศัพท์หรือเลิกอ่านอีเมล์ที่เราส่งไปในอนาคต 

 

อาสาสมัคร

Daniela Marchesi ทำงานให้กับกองทุนลอตเตอรี่หลังจากจบการศึกษาด้านภาษาศาสตร์และไม่รู้ว่าจะทำงานอะไรดี เธอจึงเริ่มอาสาไปช่วยงานที่บริษัท PR สัปดาห์ละ 1 วัน โดยไม่รับค่าจ้าง เพื่อศึกษาว่าบริษัท PR มีการทำงานและการจัดการอย่างไร ปัจจุบันเธอได้ทำงานด้านประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้กับประเทศ Cyprus และ South Africa และลูกค้าคนอื่นๆ อีกมากมาย

พัฒนาทักษะการเขียนให้ดี 

ทักษะการเขียนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับงานประชาสัมพันธ์ เพราะคุณจะต้องเป็นตัวแทนในการเขียนให้กับลูกค้า ยิ่งถ้ามีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนยิ่งดี อย่าลืมใส่ลงไปใน CV ของคุณ

หาประสบการณ์ทำงานในช่วงที่กำลังเรียนอยู่

พอเรียนจบแล้วจะได้เหนือกว่าคนอื่นตรงที่มีประสบการณ์มากกว่า และสามารถหางานได้เลย เพราะคนส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกงานหลังจากเรียนจบแล้วและได้ค่าจ้างเป็นรายได้ขั้นต่ำ ถ้าเรามีประสบการณ์ระหว่างที่เรียนอยู่ก็เหมือนก้าวหน้ากว่าคนอื่นหนึ่งก้าว 

ทำความรู้จักบริษัทที่เราจะเข้าไปทำงานให้ดี

ลองเช็คดูว่าบริษัทที่เราสนใจดูแลลูกค้าประเภทไหน ถ้าเราส่ง CV หรือใบสมัครจะได้บอกเหตุผลที่เราอยากร่วมงานกับบริษัทนี้ได้ถูกต้อง และแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเรา เราไม่ได้เป็นฝ่ายรอให้ทางบริษัทเปิดรับสมัครอย่างเดียวซึ่งจะทำให้ทางฝ่ายบุคคลประทับใจมากขึ้น 

เขียนจดหมายแนะนำตัวที่เฉพาะเจาะจง

อย่าให้ดูเหมือนว่าเราส่งจดหมายฉบับเดียวกันนี้ไปให้ 50 บริษัท (ถึงเราจะทำอย่างนั้นก็เถอะ) ปรับเปลี่ยนให้เฉพาะเจาะจง แสดงความคิดเห็นว่าเพราะทางบริษัทได้ทำงานนี้ๆๆ เราถึงสนใจอยากร่วมงานกับเค้า ดูว่างานล่าสุดของเค้าคืออะไรและงานในอดีตอันไหนที่เราชื่นชม แสดงความคิดเห็นว่าทางบริษัทอาจจะทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเรามุ่งมั่นกับงานจริงๆ 

ทำการค้นคว้าวิจัยให้เหมือนโปร

คุณต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าที่คุณดูแล ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า, รองเท้า หรือประเทศ ตอนที่ได้งานเริ่มแรก สินค้าที่ฉันต้องดูแลคือท่อประปา คุณจะต้องอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ชื่อรุ่น ราคา สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนที่สัมภาษณ์คุณรู้สึกประทับใจมากขึ้น คอยการติดตามข่าวสารใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องจะช่วยสร้างเครือข่ายคนรู้จักได้ดี คุณไม่ต้องจบการประชาสัมพันธ์เพื่อทำงาน  PR แต่ถ้าคุณจบด้านนี้ ลองดูว่ารายงานหรือการวิจัยที่คุณทำมีประโยชน์กับบริษัทที่คุณจะสมัครหรือไม่และใช้มันให้เต็มที่ 

Tips เพิ่มเติมสำหรับน้องๆ ในประเทศไทย

งาน PR ส่วนใหญ่จะมีสองแบบ คือแบบที่อยู่ภายในองค์กร เป็นแผนกประชาสัมพันธ์ของเฉพาะบริษัทนั้นๆ หรือเป็น PR agency / PR ที่อยู่ใน Agency โฆษณา คือดูแลลูกค้าหลายเจ้าในเวลาเดียวกัน ลองดูว่าเราชอบงานท้าทายแบบไหน หรือชอบบริษัทไหนเป็นพิเศษ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี 

 

 

PR Agency ในไทย

>> PR Solution <<
>> DC Consultant <<
>> 124 Communications << 
ดูรายชื่อบริษัท PR อื่นๆได้ที่นี่

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

PR

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...