ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การหางานและอาชีพ

เรียนต่อสายแพทย์ ตอนที่ 1 การสมัครเรียนแพทย์ในต่างประเทศมีกี่แบบ

เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ การสมัครเรียนแพทย์ในต่างประเทศ, มีกี่แบบ

32682

มาติดตามเส้นทางสู่การเป็นคุณหมอ กับ “หมอมีน” พญ. รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อดีตรุ่นพี่จุฬาที่ได้ทุนไปทำเรียนทำวิจัยที่อังกฤษ ตอนนี้กำลังเรียนต่อที่อเมริกา คุณหมอใจดี จะมาแชร์ประสบการเส้นและทางการเรียนต่อสายแพทย์แบบเจาะลึกพิเศษ  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่กำลังจะเลือกเรียนสายนี้ ติดตามได้ทั้งหมด 4 ตอน

ตอนที่ 1 เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ การสมัครเรียนแพทย์ในต่างประเทศมีกี่แบบ

ตอนที่ 2 เรียนต่อสายแพทย์ ทำไมเรียนต่อแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 3 เรียนต่อสายแพทย์ หลักสูตรแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 4 เรียนต่อสายแพทย์ คำนวณรายได้ การหางานในอเมริกา

 

 

วันนี้จะมาเล่าเรื่องการเรียนต่อทางสายแพทย์ในต่างประเทศนะคะ บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับ น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษาแพทย์ ผู้ปกครอง ครอบครัว หรือคุณหมอที่เรียนจบแล้ว และที่สนใจมาเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะตอนนี้กระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asian Economic Community; AEC) กำลังมาแรง จากมุมมองของต่างประเทศ ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างสูง ในการที่จะเป็นผู้นำทางศูนย์กลางทางการแพทย์ของอาเซียน (Medical Hub of ASEAN) เรียกว่าเป็นสายการเรียนที่อนาคตไกลและบัณฑิตเป็นที่ต้องการของตลาดแต่กการจะไปถึงจุดนั้นได้ เราจะเริ่มต้นอย่างไร

การเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีหลายแนวทาง หลายสาขาและ หลายประเทศ เลยนะคะ สามารถ แบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆ นะคะ

แบบแรก คือ มาเรียนต่อเฉพาะทางด้านคลินิคค่ะ หาก เคยสงสัยไหมคะว่า เวลาไปพบคุณหมอ แล้วมีประกาศนียบัตรติดที่คลินิค หรือในเว็บไซต์ว่า จบอเมริกันบอร์ด หรือ บอร์ดจากอังกฤษมา หรือ เวลาไปค้นหาข้อมูลสุขภาพ แล้วค้นพบว่า คุณหมอนักวิจัยหลายๆ ท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผู้ป่วยหรือ ผู้ร่วมวิจัยเป็นชาวต่างชาติมากมาย คุณหมอเหล่านั้น มีวิธีการเรียน การทำงาน หรือการเตรียมตัวอย่างไรให้ก้าวไปสู่จุดนั้นได้

เส้นทางการเรียนของคุณหมอคลินิก คือ เรียนเป็นแพทย์ประจำบ้าน (เรซิเด็นท์; Resident) ส่วนใหญ่เรซิเด็นท์ ก็จะมาเรียนต่อ ทางด้านอายุรกรรม หรือ กุมารแพทย์ เพราะว่า สาขาเหล่านี้มีมหาวิทยาลัยเปิดรับชาวต่างชาติที่จบจากโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศ มากกว่าสาขาอื่นนะคะ ในสาขาอื่นๆก็มีเปิดบ้าง  หรือแพทย์เฉพาะทางต่อยอด ที่เรียกว่าเฟลโล่ ( Fellow)

-----------------------------------------------------------------------------------

หลักสูตรอายุรกรรมในอเมริกา

หลักสูตรอายุรกรรมในอังกฤษ

-----------------------------------------------------------------------------------

รูปแบบการสมัครเรียนแพทย์แบบต่างๆ

1.รีบอร์ด : ถ้า จบบอร์ดจากประเทศไทยในสาขานั้นๆ มาแล้ว และมาเรียนซ้ำ ซึ่งจะเรียกกันทั่วไปว่า รีบอร์ด (Re-board) ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ ก็๋จะเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์

2.เซ็นต์สัญญา : คุณหมอมาเรียนต่อแบบที่ได้เซ็นต์สัญญา ว่าจะมาเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนแพทย์ แบบนี้โอกาสเข้าโปรแกรมดีๆ ก็จะมีมากนะคะแต่ ขั้นตอนการคัดเลือกจะยากที่สุด เนื่องจากต้องมีการสอบความรู้ทางการแพทย์ ทั้งแบบพื้นฐาน  (Basic Medical Knowledge) ความรู้ทางคลินิค (Clinical Medical Knowledge)  และ ทักษะในการดูแลผู้ป่วยทางคลินิค (Clinical Skills) หลังสอบเสร็จแล้ว ก็ต้องสมัคร เพื่อเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ เพื่อเข้าเรียนต่อเฉพาะทาง แพทย์ประจำบ้าน 3-5 ปี และ แพทย์เฉพาะทางต่อยอด 1-5 ปี ขึ้นกับประเทศ และสาขาวิชาค่ะ

แบบนี้จะได้เงินเดือนที่ระหว่างที่เรียนต่อจากประเทศเจ้าบ้าน ตัวเงินเดือนค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่น(ระดับแสนบาทต่อเดือนขึ้นไป) แต่ทำงานหนัก ต้องอยู่เวร เพราะเป็นการเรียนเต็มรูปแบบ

3.แบบเรียนต่อด้านงานวิจัย (Academic Research) อาจเรียนเป็นปริญญาโท หรือปริญญาเอกค่ะ

ถ้าเรียนปริญญาโท ก็จะเรียนประมาณ 1-2 ปี ส่วนปริญญาเอก 3-6 ปี ขึ้นกับแต่ละสาขาวิชา และแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่ เรียนทางด้านการแพทย์ อายุรกรรมโรคติดเชื้อ การสาธารณสุข และสถิติทางการแพทย์ค่ะ บางมหาวิทยาลัยเปิดสอนด้านผิวหนัง ด้านจิตเวช หรือ ด้านนิติเวชด้วยค่ะ

แบบนี้สามารถหาทุนได้หลากหลาย จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หรือ บางคนอาจจะมาด้วยเงินทุนส่วนตัวค่ะ เงินเดือนอาจจะไม่มาก ขึ้นกับทุนที่ได้ แต่พออยู่พอกิน บางคนทำงานพิเศษ เป็นอาจารย์ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัย หรือทำงานพิเศษระหว่างเรียน เช่นร้านอาหารต่างๆ ส่วนใหญ่แบบนี้จะสบายกว่า เพราะได้หยุดเสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องอยู่เวรค่ะ

4.แพทย์เฉพาะทางต่อยอดด้านงานวิจัย เป็นแบบสุดท้ายซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมกันมาก คือมาเป็น (Clinical Research Fellow) หรือ การมาดูงานระยะสั้น (Observership) อาจจะมาตั้งแต่  1 สัปดาห์ป็นต้นไป ถึง 3-4 ปี แบบนี้ส่วนใหญ่จะมีต้นสังกัดส่งมา อาจจะเป็นโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลเอกชน กระทรวงกรมต้นสังกัด (ส่วนใหญ๋ ก็คือ กระทรวงสาธารณสุข และ กรมแพทย์ทหาร) หรือ อาจจะมาด้วยตนเอง การสมัครจะไม่ต้องสอบอะไรมาก บางโปรแกรมอาจจะขอให้ สอบความรู้ภาษาอังกฤษพื้นฐาน แต่ส่วนใหญ่ไม่ต้องสอบค่ะ เงินเดือนจะได้จากประเทศไทย ทางประเทศเจ้าบ้านจะชอบมาก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นแบบได้ชัยชนะทั้งสองฝ่าย  (Win-Win Situation) เราได้ความรู้ ทักษะ เปิดโลกทัศน์ ทาง เจ้าบ้านก็ได้คนมาช่วยทำงานค่ะ

ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นแบบที่คนไทยมักจะมากันนะคะ

ส่วนแนวทางว่าจะมาอย่างไรนั้น มีความหลากหลายมากค่ะ บางคนมาด้วยการเป็น เรียนต่อด้านงานวิจัย หรือ แพทย์เฉพาะทางต่อยอดด้านงานวิจัย สักพัก แล้วเริ่มสอบ จนมาเรียนต่อ  มาเรียนต่อเฉพาะทางด้านคลินิคภายหลัง

แต่ละแบบนั้น มีเทคนิค วิธีการหลายอย่างเพื่อที่จะให้ประสบความสำเร็จค่ะ อย่าลืมติดตามเรื่องราวต่อไปกันนะคะ ครั้งหน้าเราจะมาเจาะลึก เรื่องราวทั้งสามแบบ พร้อมทั้งเจาะลึกชีวิตจริงๆ สัมภาษณ์ คุณหมอหลายๆ ท่านที่เรียนต่อในขณะนี้ หรือท่านที่   จบแล้ว เพื่อเป็นแนวทางให้ ทุกคนที่อยากจะเรียนต่อสายการแพทย์ในต่างประเทศค่ะ

 

อ่านต่อตอนที่ 2

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

คุณหมอรพีพรรณ จบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วทำงานเป็นแพทย์ที่อุบลราชธานี และ งานวิจัยที่ หน่วยวิจัยโรคเขตร้อน มหิดล-ออกฟอร์ด จนได้ทุนไปเรียนต่อ ปริญญาโทที่ อังกฤษ และ ขณะนี้กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะที่สหรัฐอเมริกา Massachusetts ค่ะ ชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ทำอาหาร และสอนภาษา เป็นงานอดิเรกค่ะ

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...