ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การหางานและอาชีพ

เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ ตอนที่ 3 หลักสูตรแพทย์ในอเมริกา

เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ ตอนที่ 3 หลักสูตรแพทย์ในอเมริกา

4936

ไปติดตามเส้นทางสู่การเป็นคุณหมอ กับ “หมอมีน” พญ. รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด  อดีต รุ่นพี่จุฬาที่ได้ทุนไปทำเรียนทำวิจัยที่อังกฤษ ตอนนี้กำลังเรียนและทำงานที่อเมริกา คุณหมอใจดี จะมาแชร์ประสบการเส้นและทางการเรียนต่อสายแพทย์แบบเจาะลึกพิเศษ  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่กำลังจะเลือกเรียนสายนี้ ติดตามได้ทั้งหมด 4 ตอน

ตอนที่ 1 เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ การสมัครเรียนแพทย์ในต่างประเทศมีกี่แบบ

ตอนที่ 2 เรียนต่อสายแพทย์ ทำไมเรียนต่อแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 3 เรียนต่อสายแพทย์ หลักสูตรแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 4 เรียนต่อสายแพทย์ คำนวณรายได้ การหางานในอเมริกา

 

 

มีทางเลือกให้เรียนอะไรบ้าง ?

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่วนใหญ่เรซิเด็นท์ ก็จะมาเรียนต่อ ทางด้านอายุรกรรม หรือ กุมารเวชศาสตร์ เพราะว่า เป็นด้านที่มีการแข่งขันไม่สูงมากจาก เพราะว่าส่วนใหญ่ นักเรียนแทพย์ที่จบจากประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่มีหัตถการมากค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจมาเรียนด้านอายุรกรรมระบบประสาท สามารถมาเรียนต่อ ปีแรกเป็น อายุกรรมทั่วไป (preliminary year) และอีกสามปีต่อมาจะเข้าหน่วย คือเรียนอายุรกรรมด้านระบบประสาทได้ทันที เนื่องจากเป็นสาขาขาดแคลนค่ะ

หากอยากเรียนด้านอื่น

ส่วนคุณหมอที่มุ่งมั่นอยากเรียนด้านอื่น เช่น วิสัญญีแพทย์ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า คุณหมอดมยานั้น ก็มีทางค่ะ มีคุณหมอที่รู้จักกันก็ยอมมาเรียนอายุรกรรมก่อนสามปี การเข้ามาเรียนอายุกรรมก่อน ถึงเป็นก้าวแรกของการเข้าสู้ระบบอเมริกาค่ะ พอจบแล้วคุณหมอท่านนี้ก็ไปสมัครเข้า resident ดมยา ก็จะประหยัดเวลาเรียนปีแรก (​preliminary year) ไปได้และเข้าหน่วยดมยาได้เลยค่ะ อีกท่านที่รู้จักคือ จบดมยามาแล้วจากเมืองไทย แล้วมาเรียนซ้ำอีกรอบ หรือเรียกกันว่า รีบอร์ด (re-board) ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ ก็๋จะเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ หรือ คุณหมอที่ได้เซ็นต์สัญญาว่าจะมาเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์

ระยะเวลาในการเรียน

การเรียนจะใช้ ตั้งแต่สาม   ปีขึ้นไปค่ะ

ปีแรก เรียกว่า แพทย์ฝึกหัด ที่เรียกกันว่า intern หรือ post graduate year 1 (PGY-1) ปีนี้จะเป็นปีที่หนักที่สุดค่ะ คือ ต้องทำงานสากกะเบือยันเรือรบ ต้องปรับตัวปรับใจ ปรับภาษาค่ะ แต่ก็จะมีคนคอยดูแล ตรวจสอบ ประคบประหงบ ไม่ได้ปล่อยให้เราฉายเดี่ยวเท่าไหร่ เป็นปีที่ได้เรียนรู้เยอะมากๆ ค่ะ ก็จะได้สอนน้องนักเรียนแพทย์

ปีที่สอง (junior resident) ปีนี้จะมีความรับผิดชอบสูงขึ้นค่ะ จะได้เป็นหัวหน้าทีม สอนน้อง intern เภสัช พยาบาล และ/หรือ นักเรียนผู้ช่วยแพทย์ จะมีงาน และคนไข้ที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น

ปีที่สาม (senior resident) ปีนี้จะมีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีก แต่โดยรวมแล้วก็ ไม่ต่างกับปีสองมากค่ะ ตอนต้นปีถ้าใครสนใจเรียนต่อเฉพาะทาง ก็ต้องส่งใบสมัครตั้งแต่เดือนแรกของปีสามค่ะ แล้วก็ต้องมีการเดินทางไปสอบสัมภาษณ์ตามโปรแกรมต่างๆ ส่วนกลุ่มที่ทำงานต่อเลยก็เริ่มต้องสมัครงาน สัมภาษณ์งาน และที่สำคัญจะต้องเตรียมตัวสอบบอร์ด เพื่อรับประกาศนียบัตร

ปีที่สี่ และปีถัดๆไป  บางคนอยู่ปีสี่เพื่อทำงานวิจัยในโปรแกรมร่วม เช่น โปรแกรมสาธารณสุขนานาชาติ (Global health pathway residency) บางคนเรียนโปรแกรมร่วม เช่น อายุรกรรม และกุมารเวชกรรม (Med-Ped) หรือ บางคนอาจอยู่เป็น หัวหน้าเรซิเดนท์ chief residents​ ซึ่งก็คือผู้ที่ดูแล residents คนอื่นๆ ในโปรแกรมนั้นๆ มีเพื่อนคนไทยบางคนก็เป็นค่ะ บางคนก็ชอบงานบริหาร งานสอน บางคนก็อยู่ต่อเพราะจะทำให้การเรียนต่อเฉพาะทางง่าย และได้โปรแกรมที่ดีมากขึ้น

อ่านตอนก่อนหน้านี้                                                           อ่านต่อตอนที่ 4

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

คุณหมอรพีพรรณ จบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วทำงานเป็นแพทย์ที่อุบลราชธานี และ งานวิจัยที่ หน่วยวิจัยโรคเขตร้อน มหิดล-ออกฟอร์ด จนได้ทุนไปเรียนต่อ ปริญญาโทที่ อังกฤษ และ ขณะนี้กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะที่สหรัฐอเมริกา Massachusetts ค่ะ ชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ทำอาหาร และสอนภาษา เป็นงานอดิเรกค่ะ

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...