ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การหางานและอาชีพ

เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ ตอนที่ 4 คำนวณรายได้ และหางานในอเมริกา

เรียนต่อสายแพทย์ ตอนที่ 4 คำนวณรายได้ และหางานในอเมริกา

7249

ไปติดตามเส้นทางสู่การเป็นคุณหมอ กับ “หมอมีน” พญ. รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด  อดีต รุ่นพี่จุฬาที่ได้ทุนไปทำเรียนทำวิจัยที่อังกฤษ ตอนนี้กำลังเรียนและทำงานที่อเมริกา คุณหมอใจดี จะมาแชร์ประสบการเส้นและทางการเรียนต่อสายแพทย์แบบเจาะลึกพิเศษ  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่กำลังจะเลือกเรียนสายนี้ ติดตามได้ทั้งหมด 4 ตอน

ตอนที่ 1 เรียนต่อสายแพทย์ต่างประเทศ การสมัครเรียนแพทย์ในต่างประเทศมีกี่แบบ

ตอนที่ 2 เรียนต่อสายแพทย์ ทำไมเรียนต่อแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 3 เรียนต่อสายแพทย์ หลักสูตรแพทย์ในอเมริกา

ตอนที่ 4 เรียนต่อสายแพทย์ คำนวณรายได้ การหางานในอเมริกา

 

 

คุ้มหรือไม่ที่จะมา?

อันนี้มีเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เลยนะคะ ถ้าโดยส่วนตัวคิดว่า คุ้มค่ะ ลำบากวันนี้สบายวันหน้า การมาเรียนต่อต่างประเทศ ต้องดิ้นรนพอสมควร กว่าจะสอบ จะผ่านชั้นตอนต่างๆ ที่ได้เล่าให้ฟังมา และมีหลายปัจจัยเลยนะคะว่า สิ่งที่เราได้ทุ่มเทไปแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ การพิจารณาความคุ้ม ที่สำคัญคือ เป้าหมายในชีวิตค่ะ ว่าทำไมถึงอยากมาเรียนต่อ วางอนาคตไว้อย่างไร อยากทำงานที่ต่างประเทศระยะยาว หรืออยากกลับไปเป็นแพทย์ที่เมืองไทย อยากเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ ทำเอกชน เป็นนักวิจัย ทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ ทำงานด้านการบริหาร เปิดสถานพยาบาลของตนเอง

นอกจากนี้ ต้องคำนึงว่า เราลงทุนมาเรียนด้วยตัวเองหรือ มีองค์กรที่สนับสนุนให้เรามาเรียน บางคนได้ทุนมา หรือมีสัญญากับโรงเรียนแพทย์ จบแล้วมีที่ที่เราตั้งใจกลับไปทำงานหรือยัง

อีกปัจจัยที่สำคัญ เพื่อประกอบการตัดสินใจคือ ครอบครัวค่ะ เรื่องนี้สำคัญมาก สำหรับการวางแผนชีวิต เลือกโปรแกรม เลือกเมือง และเลือกระยะเวลาที่จะมาอยู่ต่างประเทศ ถ้าทางบ้านสนับสนุนเต็มที่ ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นห่วง เข้าเกียร์เดินหน้า ลุยเลยค่ะ สำหรับคนที่ยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว หรือยังไม่มีแฟน บางคนก็มาโชคดีที่นี่นะคะ มีหลายคู่ที่รู้จักก็มาพบรักกัน และแต่งงานระหว่างที่มาทำงานที่นี่ค่ะ

 

รายได้เป็นอย่างไร

ขอเล่าเรื่องรายได้คร่าวๆ ประกอบการตัดใจค่ะ

เงินเดือนในปีหนึ่งถึงสามนี้ จะมีรายได้ประมาณ​ 1.5 – 1.8 ล้านบาท (50,000-60,000 USD) ต่อปี แต่ละปี ขึ้นกับโปรแกรม และเมืองที่อยู่ว่า ค่าครองชีพมากน้อยขนาดไหน แต่ละปีที่ได้โปรโมทก็จะมีเงินเดือนเพิ่มให้นิดๆ หน่อยๆ ค่ะ

ในปีสองและปีสาม ในบางโรงพยาบาล เรซิเดนท์จะสามารถทำงานเสริมได้ เรียกว่า moonlighting จะได้เงินประมาณ 1,500 – 3,600 บาท (50-120 USD) ต่อชั่วโมง คืนหนึ่งอาจอยู่ 7-12 ชั่วโมง คำนวณก็จะได้รายได้ประมาณ 10,500 ถึง 43,200 ต่อคืน รายได้นี้ขึ้นอยู่กับแผนก ความรับผิดชอบ และชั้นปีด้วยค่ะ

 

จบแล้วทำอะไร ?

พอจบสามปีแล้วก็สามารถสอบบอร์ดเพื่อรับประกาศนียบัตร จบแพทย์ประจำบ้าน สามารถทำงานได้อย่างอิสระ หรือเรียนต่อค่ะ

 

  1. เป็นแพทย์อายุรกรรม หรือกุมารเวชกรรม

เแพทย์ประจำตัวของผู้ป่วย (primary care physician) ตรวจผู้ป่วยในคลินิค ซึ่งอันนี้ จะทำงานเป็นเวลา ส่วนใหญ่ก็ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น บางคืนก็ต้องรับโทรศัพท์ (overnight on-call) จะบ่อยมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับว่า กลุ่มคุณหมอที่ทำงานในทีมเดียวกันมีจำนวนเท่าไหร่ มักจะได้หารกันให้เต็มสัดส่วน แต่ไม่ต้องออกมาตรวจนะคะ ให้เพียงคำแนะนำทางโทรศัพท์ หรือตอบปัญหาจากโรงพยาบาลก็พอ

หลักสูตร Physician จากมหาวิทยาลัย Brighton(อังกฤษ)

หลักสูตร Physician จากมหาวิทยาลัย East Anglia (อังกฤษ)

หลักสูตร Physician จากมหาวิทยาลัย College Dublin (Ireland)

 

แพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลเท่านั้น  (hospitalist) ซึ่งขณะนี้เป็นที่นิยมมากนะคะ เพราะว่า รายได้สูง ประมาณ เดือนละ 6 – 9  ล้าน บาท (200,000-300,000 USD) ต่อปี ที่สำคัญทำงาน 7 วัน หยุด 7 วัน ไม่ต้องออกคลินิคค่ะ แต่ต้องรับโทรศัพท์กลางคืนในบางเคสด้วยนะคะ ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลที่มีเรซิเดนท์ (teaching hospital) อาจไม่ต้องออกจากบ้านมา ถ้าผู้ป่วยอาการไม่หนักมากค่ะ

กลุ่มที่เป็นทั้ง Primary care physician และ มีสิทธิในการนำผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของตนเอง กลุ่มนี้มีไม่มาก แต่ก็เป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคนไข้ที่อยู่ในสถานพยาบาลระยะยาว (nursing home) หรือบ้านพักคนชรา (senior living facility) เพราะว่า คุณหมอกลุ่มนี้จะรู้จักคนไข้และญาติดีที่สุดค่ะ

ตามที่กล่าวมาแล้ว ถ้าผู้อ่านมีเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จักอยู่ในวงการสาธารณสุข จะเห็นว่า ระบบการทำงานของอายุรแพทย์ ที่สหรัฐอเมริกาต่างจากประเทศไทยพอสมควร เพราะเราไม่มี primary care physician สำหรับคนไข้แต่ละคน หรือ แพทย์ที่เป็น hospitalist ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น ในบทความนี้จึงเขียนให้เห็นความแตกต่าง ส่วนรายละเอียดลึกๆ สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้ในตอนต่อๆ ไปค่ะ

 

2กลุ่มที่เรียนต่อ

อันนี้ 80% จะเรียนต่อเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุกรรม (medical subspecialty fellow) บางส่วนก็เปลี่ยนไปเรียน resident อีกรอบในสาขาที่ตนเองสนใจ

ติดตามซีรี่ย์ต่อไปของ การเป็น fellow ค่ะ ถ้าชอบบทความนี้และเห็นว่ามีประโยช์น ช่วยแชร์ ให้เพื่อนๆได้นะคะ อย่าลืมใส่ Credit ลิงค์กลับมาที่เวบไซท์ด้วยค่ะ

โชคดีทุกคนค่ะ อ่านตอนที่ 1

อ่านตอนก่อนหน้านี้                                                อ่านตอนที่ 1

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

คุณหมอรพีพรรณ จบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วทำงานเป็นแพทย์ที่อุบลราชธานี และ งานวิจัยที่ หน่วยวิจัยโรคเขตร้อน มหิดล-ออกฟอร์ด จนได้ทุนไปเรียนต่อ ปริญญาโทที่ อังกฤษ และ ขณะนี้กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะที่สหรัฐอเมริกา Massachusetts ค่ะ ชอบท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ทำอาหาร และสอนภาษา เป็นงานอดิเรกค่ะ

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...