ขั้นตอนเรียนต่อ
ข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศ : Essentials - MUST READ

การเขียนใบสมัคร

การสมัครเข้าเรียนต่อจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเรา เพราะอาจเปลี่ยนจากการมีโอกาสได้เรียนต่อและได้รับปริญญาบัตรในสาขาที่เราสนใจ เป็นไม่ได้รับเลือกให้เข้าเรียนในหลักสูตรนั้นๆ ก็ได้ ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวังให้ดีในช่วงการสมัคร

2326

ทาง hotcourses ได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใบสมัครของเราพร้อมที่สุดเท่าที่จะพร้อมได้

• ถึงตอนนี้เราคงตัดสินใจไปแล้วว่าอยากจะเรียนหลักสูตรไหน เพราะอะไร

แต่คนที่จะสมัครหลักสูตรเดียวกับเราก็คงคิดเหมือนกัน นอกจากจะต้องแสดงความมุ่งมั่นของเราให้ทางมหาวิทยาลัยเห็นในใบสมัครแล้ว เท่านี้ยังไม่พอ เราจะต้องนึกถึงข้อกำหนดที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการจากนักศึกษาในอนาคตของทางมหาวิทยาลัยด้วย ลองคิดดูว่าเราเหมาะสมกับข้อกำหนดนี้หรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่เราต้องคิดอย่างรอบคอบในการเขียนใบสมัคร - ทำไมทางมหาวิทยาลัยถึงควรรับเราเข้าเรียน?

• ข้อมูลในการสมัคร

ของเรามักจะถูกแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น 4 ส่วน - ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และข้อมูลของหลักสูตร เราจะต้องกรอกข้อมูลทั้งหมดนี้ อ่านข้อกำหนดให้ดีเพราะบางหลักสูตรเราจะต้องยื่น Personal statement ให้กับทางมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งใน Personal statement หรือ Statement of purpose เราควรจะเขียนถึงความใฝ่ฝันและความมุ่งมั่นที่เรามีต่อหลักสูตร รวมทั้งเหตุผลที่เราเหมาะสมกับหลักสูตรนี้มากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ และสิ่งที่เราจะมีส่วนช่วยทางมหาวิทยาลัยในการมาเรียนครั้งนี้ด้วย

>>>>  Tips การเขียน Personal Statement <<<<

หลักสูตรสายอาชีวศึกษาบางหลักสูตรจะคาดหวังให้นักเรียนมีประสบการณ์ทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องมาบ้างแล้ว เช่นในสาขากฎหมาย วารสารศาสตร์ การเรียนการสอน และแพทย์ ถ้าเรามีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องเราควรใส่ข้อมูลเหล่านี้ในใบสมัครและอธิบายว่าทำไมประสบการณ์เหล่านี้ถึงเกี่ยวข้องกับสาขาที่เราเลือกเรียน ถึงแม้บางงานที่เราทำอาจจะดูไม่เกี่ยวข้อง แต่เราอาจจะพัฒนาทักษะบางอย่างจากที่สามารถนำมาปรับใช้กับหลักสูตรที่เราจะเรียนได้ หากเราได้รับเลือก

ไม่อยากพลาด อ่าน

>>>> เช็คลิสต์การเขียนใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศ & วิธีตรวจ Application form <<<<<

 

• ในการสมัคร เราอาจจะต้องส่งเอกสารที่จำเป็น

ให้กับทางมหาวิทยาลัย ได้แก่ ใบ Transcript, จดหมายรับรอง และเอกสารรับรองความเป็นตัวตน ซึ่งถ้าเราลืมยื่นเอกสารเหล่านี้ ทางมหาวิทยาลัยจะไม่ตรวจสอบการสมัครของเรา และอาจทำให้เราไม่ได้รับเลือกให้เข้าเรียนได้ เราควรตรวจสอบเสมอว่าเรามีเอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการครบถ้วน และแน่ใจว่าเราต้องมีเอกสารเหล่านี้ล่วงหน้าก่อนที่จะกรอกเอกสารการสมัครเรียนกับทางมหาวิทยาลัย หากเราไม่ได้เรียนหลักสูตรปริญญาตรีแบบ international เราจะต้องยื่นเอกสารการสอบ IELTS ให้กับทางมหาวิทยาลัยด้วย เกณฑ์คะแนน IELTS ขั้นต่ำที่ทางมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับคือ 6.0 - 6.5

• เวลาที่เราสมัคร ดูให้แน่ใจว่าเราทำตามคำแนะนำ

บนใบสมัครอย่างครบถ้วนก่อนส่ง ตรวจสอบให้ดีว่าเราตอบทุกคำถามอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรตรวจคำผิดและพิสูจน์อักษรให้มั่นใจว่าคำตอบของเราไม่ผิดหลักการสะกด ไวยากรณ์ หรือการใช้เครื่องหมายวรรคตอน

>> เว็บไซต์ช่วยเขียน essay ภาษาอังกฤษฟรีและดี มีอยู่จริง (เหรอ) <<

ถ้าเราส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ควรแน่ใจว่าเราได้รับใบเสร็จจากทางไปรษณีย์ เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่าเอกสารไม่หายระหว่างทาง และถ้าโชคร้ายเอกสารหายจริงๆ เราจะมีหลักฐานว่าเราได้ส่งเอกสารไปแล้วในวันที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด และที่เอกสารล่าช้านั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เอกสารการสมัครส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มด้วยปากกาหมึกดำ และเขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ถ้าทางมหาวิทยาลัยบอกให้เราเขียนบทความสนับสนุนการสมัครของเรา เราสามารถเขียนแยกในกระดาษ A4 และระบุว่า “please see attachment” ในบริเวณที่กำหนด

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"