ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ข่าวล่าสุด

10 เรื่องต้องค้น คนไปเรียนต่อขุดค้นข้อมูลอะไรบ้าง

1064

ปีนี้ในการประชุมครบรอบ 65 ปี NAFSA (Association of International Educators : องค์กรความร่วมมือนานาชาติด้านการศึกษาต่อต่างประเทศจากอเมริกา)  Mike Elms CEO ของเราไปเป็นแขกพิเศษ ซึ่งไมค์ได้คุยให้ผู้เข้าประชุมฟังถึงเรื่องของ "คุณทุกคน" (เราหมายถึงผู้ใช้เวบไซท์ฮอทคอร์สทั้งหมด) จาก survey ที่เราทำขึ้น

ไปดูกันดีกว่าว่า 10 สิ่งมีอะไรบ้าง

how students apply to study abroad thumb

คลิก หรือเลื่อนลง
เพื่อดู
infographic

1. นักเรียนส่วนใหญ่ค้นหาจากคอร์สเป็นหลัก

สถิติโดยรวม 43.5% ค้นหาคอร์สและหลักสูตร คนที่ค้นหามหาวิทยาลัยมีแค่ 27.1% และ ค้นหาจากประเทศ 22.5% ยกเว้นแต่นักเรียนไทยค้นหาจากประเทศเป็นหลัก และนักเรียนตะวันออกกางค้นหาจากชมหาวิทยาลัย ส่วนนักเรียนแนกิมจิเฉลี่ยแล้วค้นหาจากทุกๆอย่างๆเท่าๆกัน

 

2.นักเรียนส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองอยากไปเรียนต่อที่ประเทศไหน

นักเรียนส่วนใหญ่ (83%) มีไอเดียที่ชัดเจนว่าตัวเองอยากไปเรียนต่อที่ประเทศไหน 63%ถึงกับมีเมืองหรือเขตที่อยากไปเป็นพิเศษ จริงๆก็เป็นวิธีที่ดีๆก่อนที่คุณจะค้นหาข้อมูลคุณมีไอเดียคร่าวๆว่าสิ่งที่ตัวเองมองหาคืออะไร

 

3 นักเรียนต้องการอ่านข้อมูลในภาษาของตนเอง

เราเข้าใจดีว่านักเรียนที่มาเรียนต้องทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่คุ้นเคยมากมาย และภาษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น จากผลสำรวจนักเรียนเห็นว่าการได้อ่านข้อมูลเป็นภาษาของของตัวเองเป็น “เรื่องสำคัญ” ถึง “สำคัญมาก”  90% ของนักเรียนเกาหลี และ 72%ของนักเรียนละตินอเมริกาบอกว่า ถ้าอ่านข้อมูลเป็นภาษาอืนจะไม่มั่นใจเท่าอ่านเป็นภาษาของตัวเองและต้องการให้ ข้อมูลนั้นมีคำอธิบายหรือคำแปลด้านล่าง

 

4.  ผู้ปกครองมีผลต่อการตัดสินใจของนักเรียนในระดับต่างๆกัน

เราพบว่าบางประเทศมีวัฒนธรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากกว่าประเทศอืนๆ เช่น นักเรียนเกาหลีส่วนมากตัดสินใจด้วยตัวเองในเรื่องการเรียน ในขณะที่เวียดนาม, สิงค์โปร์, และอินเดีย พ่อแม่มีอิทธิพลมากกว่า

 

5. เพื่อนก็มีอิทธิพลในการตัดสินใจ

 นักเรียนไม่ได้ฟังแต่เสียงของพ่อแม่อย่างเดียว ความคิดเป็นของเพื่อนก็สำคัญ เราได้รับคำตอบว่าเห็นด้วยอย่างมากจากคำถามที่ว่า “นักเรียนเห็นว่ารีวิวของศิษย์เก่าที่มาจากประเทศเดียวกับตัวเองมีค่าความสำคัญแต่ไหน” จะเห็นได้ว่าไม่เพียงแต่นักเรียนจะให้คุณค่ารีวิวจากประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ใครเป็นคนเขียนรีวิวนั้นก็สำคัญ!

 

6. ชอบดู VDO มากกว่า และแต่ละประเทศมีความชอบต่างกัน

อาจเป็นเพราะนี่เป็นยุคของ Youtube  70% ของนักเรียนบอกว่าวีดีโอมีประโยชน์ถึงมีประโยชน์มาก การทำวีดีโอ ‘ชีวิตหนึ่งวันในมหาวิทยาลัย’ ที่โชว์หลายๆแง่มุมของชีวิตนักเรียนเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เราพยายามที่จะจับประเด็นตั้งคำถามว่าวีดีโอนี้ทำเพื่อให้ใคร จากแบบสอบถามนักเรียนจากอินเดีย อินโดนีเซีย ละติน อเมริกา อยากเห็นสิ่งอำนวยความสะดวก มากกว่าหอพักและพื้นที่ส่วนรวม ในขณะที่นักเรียน เวียดนาม สิงค์โปร์ บราซิล ไทย และจีน อยากเห็น‘ชีวิตหนึ่งวันในมหาวิทยาลัย’ มากกว่า

 

7. นักเรียนต้องการข้อมูลของหลักสูตรแบบ non – campus (ไม่ต้องเรียนในวิทยาลัยที่ต่างประเทศ

สถาบันบางแห่งมีหลักสูตรที่เปิดสอนในสถาบันต่างประเทศ นักเรียนสามารถได้ดีกรีอังกฤษได้จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย (เช่น เรียนจบดีกรีของมหาวิทยาลัยLeeds จาก ธรรมศาสตร์) เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องข้ามน้ำข้ามประเทศมาเรียน 58.1%ของนักเรียนคิดว่าน่าสนใจ ในขณะเดียวกัน มากกว่าครึ่งคิดว่าคุณภาพการเรียนจะดีไม่เท่าเรียนในต่างประเทศ น่าสังเกตุว่านักเรียนจากไทยและสิงคโปร์ส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าจะตัดสินใจยังไงดี ชี้ให้เห็นว่าตลาดยังขาดข้อมูลตรงนี้อยู่

 

8 นักเรียนส่วนมากสมัครไม่เกิน 4 สถาบัน

เราพบว่านักเรียนส่วนใหญ่เอาจริงเอาจังกับการสมัครเรียนมาก ซึ่งถือเป็นโชคดีของมหาวิทยาลัย นักเรียน(ที่)ใช้เวลาในการหาข้อมูลเพื่อหามหาวิทยาลัยแค่ไม่กี่แห่งในการสมัครมากกว่าจะสมัครแบบหว่านไปกว้างๆ นักเรียนจากไทย สิงคโปร์ และละตินอเมริกาจะเลืกอสมัครแค่ 1 หรือ 2 แห่งเท่านั้น

 

9. อยากได้การตอบรับทางอีเมลภายในภายใน 2- 4 อาทิตย์หลังจากสมัคร

นักเรียนส่วนมากรู้สึกเครียดว่าจะจัดการยังไงในขณะที่ได้รับการตอบรับเพียงบางส่วนแต่ก็ยังรอการตอบรับจากมหาวิทยาลัยอื่นๆด้วย  เรื่องที่เราอยากรู้ต่อไปคือ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการได้รับการตอบรับ ในปี 2013นี้ การตอบรับจากอีเมลถือว่าเป็นทางการพอๆกับการตอบรับทางไปรษณีย์ และนักเรียนคิดว่า 2-4 อาทิตย์รังจากส่งใบสมัครนั้นเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม นักเรียนจีนเห็นว่าจดหมายตอบรับทางไปรษณีย์เป็นวิธีที่ดูมีน่าเชื่อถือ ในขณะที่นักเรียนจากคิดเช่นเดียวกันเมื่อได้รับคู่มือระเบียบการมหาวิทยาลัย

สิ่งเหล่านี้น่าคิดในแง่ที่ว่ามหาวิทยาลัยควรลงทุนเพื่อสื่อสารกับนักเรียนอย่างไรกับ

 

10. นักเรียนจากจีนใช้เวลาในการหาข้อมูลเรียนต่อนานกว่านักเรียนจากประเทศอื่น

ในขณะที่นักเรียนจากประเทศอื่นๆ ใช้เวลาล่วงหน้า 2  ปีในการหาข้อมูล โดยทั่วไปนักเรียนใช่เวลา 12 เดือนในการหาข้อมูลก่อนคอร์สจะเริ่ม (เริ่มตั้งแต่ว่าเราถนัดอะไร และเราต้องการไปเรียนต่อด้านอะไร) มีแต่นักเรียนจากจีนเท่านั้นที่เริ่มต้นหาข้อมูล 19-24 เดือนก่อนมาเรียนต่อ

10 เรื่องที่คนไปเรียนต่อขุดค้นข้อมูล

ผลสรุปที่น่าสนใจนี้มาจากแบบสอบถามที่เราทำขึ้น และตอบโดยผู้ใช้จากเวบไซท์ทั่งหมดทั่วโลกของฮอทคอร์ส และบน Social Media คำถามหลักๆคือเรื่อง ผู้ใช้มองหาอะไรเมื่อค้นหาข้อมูลเรียนต่อต่างประเทศ, ข้อมูลอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์, ความคาดหวังเรื่องวิธีการสมัครเรียน และความคิดเห็นเรื่องรูปแบบการเรียนอื่นๆ เราผลสรุปจาก 6,000 คน

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

นภัสศรันย์จบนิเทศ และทำงานอยู่ในวงการโฆษณาอยู่หลายปี ก่อนย้ายมาอยู่อังกฤษ ปัจจุบันทำงานด้านสื่อonline ในเวลาว่างชอบวาดรูป และทำอาหารเกาหลี และเมนูเพื่อสุขภาพ ตอนนี้กำลังหัดภาษาเสปน เป็นภาษาที่ 5