ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ข่าวล่าสุด

TIMES HIGHER EDUCATION อันดับมหาวิทยาลัยโลกปี 2014

3387

TIMES HIGHER EDUCATION อันดับมหาวิทยาลัยโลกปี 2013 - 2014 
: Oxbridge และ London จะเป็นป้อมปราการหลักของอังกฤษ ด้านการศึกษาและการวิจัยระดับโลก

  • น่ากลัวว่าอำนาจด้านการศึกษาแห่งสหราชอาณาจักรจากเมืองใหญ่ๆ อย่าง Edinburgh, Manchester,  Bristol, Sheffield, Warwick, Southampton, Nottingham และ Newcastle จะต้องยอมหลีกทางให้กับ “สามเหลี่ยมทองคำ” London, Oxford และ Cambridge ที่แข็งแกร่งขึ้นมาในปีนี้
  • University of Oxford รั้งอันดับ 2 (คู่กับ Harvard), Cambridge ยังคงอยู่ในลำดับที่ 7 และ Imperial College London ยังอยู่ใน Top 10 ที่ลำดับ 10
  • London มีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 40 ถึง 4 แห่ง ซึ่งมากกว่าเมืองอื่นๆ ในโลก และติด Top 200 ถึง 6 แห่ง ซึ่งมากกว่าญี่ปุ่น (เขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นลำดับ 3 ของโลก), จีน, สวีเดน และเกาหลีใต้ 
  • California Institute of Technology ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลกไว้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ส่วน Harvard University กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ร่วมกับ Oxford ส่งผลให้ Stanford University ลงไปอยู่ในลำดับ 4 
  • สหราชอาณาจักรเป็นกลุ่มประเทศที่มีการศึกษาระดับสูงแข็งแกร่งที่สุดนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา โดยมีมหาวิทยาลัย Top 200 ถึง 31 แห่ง (และ Top 400 49 แห่ง) 
  • ทางฝั่งทวีปยุโรปต้องระวังตัวกันหน่อยเพราะมหาวิทยาลัยระดับ Top ในเยอรมัน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย เบลเยียม และ ไอร์แลนด์ อันดับตกกันหมด
  • ส่วนฝั่งเอเชียอย่างจีน เกาหลี สิงคโปร์และญี่ปุ่น ล้วนได้อันดับสูงขึ้น

ในวันนี้ Times Higher Education ได้เผยผลการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี 2013 - 2014 2013-14 World University Rankings ที่แสดงให้เห็นถึงพลังของสหราชอาณาจักรในระดับการศึกษาขั้นสูง งานวิจัยและนวัตกรรม การจัดลำดับนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองที่อยู่นอกเหนือ “สามเหลี่ยมทองคำ” London, Oxford และ Cambridge กำลังสูญเสียตำแหน่งศูนย์กลางของโลกด้านงานวิจัย นวัตกรรม และทักษะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

California Institute of Technology จากสหรัฐยังคงครองอันดับที่หนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในขณะที่มหาวิทยาลัย Oxford ยังรั้งอันดับ 2 ไว้ได้ ร่วมกับมหาวิทยาลัย Harvard ส่วน Stanford ตกจากอันดับ 2 ร่วมในปีที่แล้วลงไปเป็นอันดับที่ 4

มหาวิทยาลัย Cambridge (อันดับ 7) และ Imperial College London (หล่นลงมา 2 อันดับ เป็นอันดับที่ 10) ทำให้สหราชอาณาจักรมีสถาบัน Top 10 ถึง 3 สถาบันด้วยกัน 

จากตารางนี้ สหราชอาณาจักรยังคงเป็นตัวแทนที่แข็งแกร่ง (นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา) โดยมีมหาวิทยาลัยถึง 31 แห่งถูกจัดอยู่ใน Top 200 ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์ (12 แห่ง) เยอรมัน (10 แห่ง) ฝรั่งเศส (8 แห่ง) สวิตเซอร์แลนด์ (7 แห่ง) และเบลเยี่ยม (5 แห่ง)

โดยภาพรวมของสหราชอาณาจักร มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่อยู่นอกเหนือเขต “สามเหลี่ยมทองคำ” ล้วนแล้วแต่อันดับตกลงทั้งสิ้น เช่น University of Manchester ร่วงจากอันดับ 48 ในปี 2011-2012 เป็น 58 ในปีนี้, University of Bristol ร่วงจาก 66 เป็น 79, Sheffield ร่วงจาก 101 เป็น 112, Aberdeen จาก 151 เป็น 188, Reading จาก 164 เป็น 194 และ Newcastle จาก 146 เป็น 198 ส่วนมหาวิทยาลัยที่เริ่มอันดับตกในปีที่แล้วก็เช่น University of Nottingham  จาก 120 เป็น 157, Southampton จาก 130 เป็น 146 และ  Warwick จาก 124 เป็น 141

ในทางตรงกันข้าม มหาวิทยาลัยในเขต “สามเหลี่ยมทองคำ” กลับทำผลงานได้ดีขึ้นในปีนี้ ทั้ง Oxford คงที่ในลำดับ 2 และ Cambridge ในลำดับที่ 7 ส่วนใน London เอง ถึงแม้ Imperial College London หล่นลงมาอยู่ในลำดับที่ 10 และ University College London หล่นลงมา 4 อันดับ อยู่ในลำดับที่  21 แต่ London School of Economics กระโดดขึึ้นมา 7 ก้าว อยู่ในลำดับที่ 32 และ King’s College London กระโดดขึ้นมาถึง 19 ลำดับ อยู่ที่ 38

มหาวิทยาลัยในเครือ University of London ก็ไม่น้อยหน้า London’s Royal Holloway ขึ้นจาก 119 เป็น 102 และ Queen Mary University of London ขึ้นจาก 145 เป็น 114 ส่งผลให้ London กลายเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัย Top 200 เยอะที่สุดในโลก (6 แห่ง) ชนะญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งมีมหาวิทยาลัย Top 200 5 และ 4 แห่ง ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมการจัดลำดับทั้งหมด สหรัฐอเมริกาก็ยังคงเป็นผู้นำด้านการศึกษา ที่มีมหาวิทยาลัย 7 แห่งในระดับ Top 10 และเมื่อมองดูในตาราง 200 อันดับแรก ยังมีมหาวิทยาลัยจากอเมริกาเข้ารอบถึง 77 แห่ง โดย 40 แห่งถูกจัดอันดับให้ดีขึ้นจากปีที่แล้ว 33 แห่งถูกลดอันดับลง และ 4 แห่งที่อยู่ในอันดับเดิม

ทางมหาวิทยาลัยของเอเชียก็เป็นที่น่าจับตามอง University of Tokyo ของญี่ปุ่นยังคงเป็นอันดับ 1 ของทวีป หลังจากไต่อันดับขึ้นมา 4 ขั้น อยู่ในลำดับที่ 23 ส่วน National University of Singapore ตามมาเป็นอันดับ 2 ของแถบนี้ ขึ้นจากอันดับ 29 เป็น 26 แซงหน้า University of Melbourne จากออสเตรเลีย

Seoul National University จากเกาหลีใต้ ก็ไต่ขึ้นมาอยู่ในลำดับ 44 ติดอันดับ Top 50 เป็นครั้งแรก ตามมาด้วย Korea Advanced Institute of Science and Technology จากอันดับ 68 เป็น 56 ส่วนในประเทศจีน Peking University ขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 45 ไม่ห่างจาก Tsinghua University คู่แข่งประเทศเดียวกัน ที่ขึ้นมาอยู่ในลำดับ 50 ร่วม

ใครสนใจตารางเต็มๆ เข้าไปดูได้ที่นี่ค่ะ

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"