ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ข่าวล่าสุด

สุดยอดมหาวิทยาลัยอายุน้อย ปี 2014

976

อันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยใหม่ที่อายุน้อยกว่า 50 ปี ประจำปี 2014 จาก Times Higher Education

The Times Higher Education 100 Under 50 เป็นส่วนหนึ่งของ Times Higher Education World University Rankings การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ได้รับความเชื่อถือและถูกอ้างอิงมากที่สุดในโลก การนำเสนอรายชื่อ 100 อันดับมหาวิทยาลัยที่อายุน้อยกว่า 50 ปี ประจำปี 2014 ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ต่อสถาบันการศึกษาทั่วโลกว่า มหาวิทยาลัยอายุน้อยหลายแห่งแม้จะไม่ได้ก่อตั้งมายาวนานนับร้อยปี แต่ก็มีศักยภาพในการพัฒนาหลักสูตรให้มีคุณภาพทัดเทียมบรรดาสถาบันเก่าแก่ทั้งหลาย

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สหราชอาณาจักรยังคงครองแชมป์มีตัวแทนมากที่สุดในการจัดลำดับนี้ 3 ปีซ้อน โดยมีมหาวิทยาลัยที่ได้รับเลือก 14 แห่งจากทั้งหมด 100 สถาบัน (ลดลงจากปี 2012 ที่ติดอันดับ 20 แห่ง และปี 2013 ที่ติดอันดับ 18 แห่ง)
  • แต่ปีนี้สหราชอาณาจักรมีออสเตรเลียเบียดเข้ามาเป็นแชมป์ร่วม มีมหาวิทยาลัยที่ได้รับเลือก 14 แห่งเท่ากัน (AUS เพิ่มขึ้นจาก 13 แห่งในปีที่ผ่านมา) ส่วนสหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 8 แห่งเท่านั้น
  • ส่วนสถาบันจากเอเชียตะวันออกอย่างเกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ก็ไม่น้อยหน้า มีมหาวิทยาลัยติด Top 5 รวมกันถึง 4 แห่ง
  • สถาบัน POSTECH จากเกาหลีใต้ ได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของสถาบันที่อายุน้อยกว่า 50 ปี เป็นปีที่สามติดต่อกัน ในขณะที่สถาบัน KAIST จากประเทศเดียวกันอยู่ในอันดับ 3 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว
  • มหาวิทยาลัยจากอินเดียติดเข้ามาใน 100 อันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยใหม่ที่อายุน้อยกว่า 50 ปี เป็นครั้งแรก
  • มีสถาบันจาก 8 ประเทศติดอันดับ Top 10 ได้แก่ เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส

ผลการจัดอันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยใหม่ที่อายุน้อยกว่า 50 ปี นอกจากจะแสดงให้เห็นว่ามีสถาบันการศึกษาใดบ้างที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น Harvard หรือ Oxford เจเนเรชั่นต่อไปแล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามองคือ มีหลายประเทศน้องใหม่โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียเบียดเข้ามาขึ้นสู่อันดับต้นๆ ท้าทายพี่เบิ้มอย่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ที่ครองตำแหน่งศูนย์กลางทางการศึกษาของโลกมายาวนาน

การจัดอันดับในมหาวิทยาลัยใหม่ที่อายุน้อยใช้เกณฑ์ในการคัดเลือก 13 เกณฑ์ เช่นเดียวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทั้งหมด แต่มีการพัฒนาวิธีจัดอันดับให้ดีขึ้นโดยการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของสถาบันรุ่นใหม่เหล่านี้ ซึ่ง 13 เกณฑ์จะครอบคลุมใน 5 หมวดหมู่ ได้แก่ รายได้จากการวิจัย การประเมินการเรียนการสอนและชื่อเสียง การได้รับการอ้างอิงจากเอกสารทางการศึกษา จำนวนงานวิจัย และความเป็น international ของสถาบัน

ภายในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่มีการจัดอันดับมา Pohang University of Science and Technology (Postech) มหาวิทยาลัยจากเกาหลีใต้ ครองแชมป์อันดับ 1 มหาวิทยาลัยอายุน้อยที่ดีที่สุดในโลกมาโดยตลอด ในขณะที่ the Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) มหาวิทยาลัยจากประเทศเดียวกันอยู่ในอันดับ 3 คงที่จากปีที่ผ่านมา ส่วนอันดับ 2 ที่มายังคงเป็น École Polytechnique Fédérale de Lausanne จากสวิซเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับปีที่แล้ว

นอกจากเกาหลีใต้แล้ว ใน Top 5 ก็ยังมีมหาวิทยาลัยจากเอเชียตะวันออกอีกสองแห่ง ได้แก่ อันดับ 4 The Hong Kong University of Science and Technology และ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ที่ขึ้นจากอันดับ 8 ปีที่แล้วมาอยู่อันดับ 5 ในปีนี้

เดิมทีอันดับ 5 เคยเป็นที่ของ University of California, Irvine จากสหรัฐอเมริกา แต่ในปีนี้ตกไปอยู่อันดับ 7 แทน โดยถือเป็นมหาวิทยาลัยอายุน้อยที่ทำอันดับได้ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกา

เนื่องจาก The Times Higher Education 100 Under 50 ทำการจัดอันดับเฉพาะสถาบันการศึกษาที่อายุต่ำกว่า 50 ปี นั่นหมายความว่าต้องเป็นสถาบันที่ก่อตั้งหลังปี 1964 เท่านั้น ในปี 2014 จึงมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่หลุดจากโผของเราไปเนื่องจากก่อตั้งในปี 1963 เช่น the University of York (อันดับ 7 ในปี 2013), the Chinese University of Hong Kong (อันดับ 12 ในปี 2013) และ the University of East Anglia (อันดับ 16 ในปี 2013)

ด้วยเหตุนี้เองจำนวนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรที่ติดอันดับปี 2014 จึงลดลงเหลือ 14 แห่ง จาก 18 แห่งในปีที่แล้ว และ 20 แห่งในปี 2012 ปีนี้มหาวิทยาลัยที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดของสหราชอาณาจักรคือ อันดับ 10 Lancaster University ซึ่งขยับจากอันดับ 14 ในปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยอันดับ 12 University of Warwick (ขยับขึ้นจากปีที่แล้วหนึ่งอันดับ), อันดับ 22 University of Essex (ขึ้นจากอันดับ 29), อันดับ 29 Brunel University (ขึ้นจากอันดับ 44) และ อันดับ 34 University of Bath (คงที่) ในบรรดามหาวิทยาลัยอายุน้อยทั้งหมดของสหราชอาณาจักรที่เข้าโผ มีเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่ไม่ได้ก่อตั้งในยุค 1960s ได้แก่ อันดับ 42 Plymouth University (ขึ้นจากอันดับ 53) และ University of Hertfordshire (ขึ้นจากอันดับ 75) โดยทั้งสองแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1992

มาดูที่ประเทศออสเตรเลียซึ่งมีสถาบันการศึกษาเข้าโผ 14 แห่งเท่ากับสหราชอาณาจักรกันบ้าง มหาวิทยาลัยที่ทำอันดับได้ดีที่สุดของออสเตรเลียคือ อันดับ 28 University of Newcastle (ขึ้นจากอันดับ 40) และ อันดับ 31 Queensland University of Technology (ตกจากอันดับ 26) สถิติที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยอายุน้อยในออสเตรเลียที่ติดอันดับ Top 100 มีปีก่อตั้งที่กระจายตัวหลากหลายอยู่ทั้งในช่วง 1960s, 1970s, 1980s และ 1990s ต่างจากคู่แข่งอย่างสหราชอาณาจักรที่มหาวิทยาลัยอายุน้อยใน Top 100 จะก่อตั้งในช่วง 1960s เสียเป็นส่วนมาก

ส่วนสหรัฐอเมริกาหนึ่งในประเทศผู้นำด้านการศึกษาของโลก มีจำนวนสถาบันการศึกษาเข้าโผเพียง 8  แห่งเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยที่ทำอันดับได้ดีที่สุดคืออันดับ 7 The University of California, Irvine (ตกจากอันดับ 5) และ University of California, Santa Cruz (คงที่)

Key facts

  • ในการจัดอันดับ Top 100 มีสถาบันการศึกษาจากทั้งหมด 29 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วหนึ่งประเทศ โดยประเทศที่เพิ่มเข้ามาคือ ‘อินเดีย’
  • สถาบันการศึกษาที่อายุน้อยที่สุดใน Top 100 คือ อันดับ 36 Medical University of Vienna จากออสเตรีย ก่อตั้งเมื่อปี 2004
  • ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างรัสเซียและจีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีสถาบันการศึกษาที่เข้าโผ ในขณะที่อินเดียและบราซิลมีมหาวิทยาลัยติด Top 100 ประเทศละ 1 แห่ง
  • สหรัฐอเมริกามีสถาบันการศึกษาติด Top 100 ของมหาวิทยาลัยอายุน้อยเพียง 8 แห่ง แต่มีสถาบันการศึกษาติด Top 100 การจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก (the World Reputation Rankings) ถึง 46 แห่ง
  • มีมหาวิทยาลัย 7 แห่งใน Top 100 ที่ก่อตั้งในปี 1964 (จากสหราชอาณาจักร 3 แห่ง นิวซีแลนด์ 2 แห่ง ออสเตรเลียและแคนาดา) นั่นหมายความว่าในปีหน้ามหาวิทยาลัยเหล่านี้จะหลุดโผจากการจัดอันดับ เนื่องจากสถาบันก่อตั้งมาเกิน 50 ปี

ดูผลการจัดอันดับทั้งหมดได้ที่ The Times Higher Education 100 Under 50

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง