ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ข่าวล่าสุด

อันดับมหาวิทยาลัย WORLD REPUTATION RANKINGS 2015 โดย TIMES

Times Higher Education ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในปีล่าสุด (Times Higher Education Word Reputation Rankings 2015) แล้ว โดยมีมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 อันดับแรกถึง 12 แห่ง

73082
  • Harvard University ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของโลก
  • Cambridge (อันดับ 2) และ Oxford (อันดับ 3) แห่งสหราชอาณาจักร แซงหน้า Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT และ Stanford University ทำให้ปีนี้พวกเขาตกลงไปอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ
  • เมืองที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ Top 100 มากที่สุดคือ ลอนดอน และ ปารีส แต่ลอนดอนเฉือนชนะไปด้วยอันดับที่สูงกว่า
  • นอกเหนือจากมหาอำนาจด้านการศึกษาอย่างอังกฤษและอเมริกาแล้ว ประเทศเยอรมันก็ตามมาติดๆ ในประเทศที่มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นอันดับ 3
  • ประเทศทางแถบสแกนดิเนเวียอย่าง Denmark, Finland และ Sweden มีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 100 เป็นครั้งแรกในปีนี้
  • Moscow State University แห่งรัสเซีย ได้รับอันดับที่สูงขนาดนี้เป็นครั้งแรก หลังจากเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นฟู
  • มหาวิทยาลัย Top 6 จากอังกฤษและอเมริกา ได้แก่ Harvard, MIT, Stanford, Cambridge, Oxford และ University of California, Berkeley มีคะแนนห่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ อย่างชัดเจน
  • มหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 อันดับแรกถึง 12 แห่ง ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 10 แห่ง
  • มหาวิทยาลัยจากประเทศจีนมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด โดยมหาวิทยาลัย Tsinghua และ Peking ได้รับอันดับที่สูงกว่าที่เคยเป็นมา แต่มหาวิทยาลัยในฮ่องกงกลับอันดับตกลง

 

Times Higher Education (THE) เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก หรือ THE World Reputation Rankings ประจำปี 2015 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย 100 แห่งที่ทรงเกียรติที่สุดจากผลสำรวจของนักวิชาการอาวุโสทั่วโลก

 

โดยรายชื่อมหาวิทยาลัย 100  แห่งนี้ ได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเป็นกุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จท่ามกลางการแข่งขันทางการศึกษาระดับโลก ในการดึงนักศึกษาผู้มีความสามารถและนักวิชาการที่มีพรสวรรค์ เงินลงทุน พันธมิตรในการวิจัย และเงินบริจาค

 

การจัดอันดับครั้งนี้ยังคงแสดงให้เห็นว่า กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด 6 แห่งจากฝั่งอังกฤษและอเมริกายังคงความสูงส่งอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และได้รับความนิยมเหนือกว่ามหาวิทยาลัยในลำดับรองลงมาอย่างชัดเจน นำโดย Harvard University ในอันดับที่ 1 Cambridge University เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 (จาก 4) และ Oxford University ในอันดับ 3 (จาก 5) ในขณะที่ MIT (Massachusetts Institute of Technology) ตกลงมาอยู่ในอันดับ 4 (จาก 2) และ Stanford University ตกลงมาอยู่ในอันดับ 5 (จาก 3) ส่วนอันดับ 6 ที่คงเดิมได้แก่ The University of California, Berkeley

 

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

ส่วนอันดับ 7 ถึง 10 ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมด โดย Princeton University, Yale University, และ California Institute of Technology อยู่ในอันดับ 7 8 และ 9 ตามลำดับ โดยอันดับที่ 10 Colombia University ได้เข้ามาสู่ลำดับ 10 เป็นครั้งแรกแทนที่ University of California, Los Angeles ซึ่งตกลงไปอยู่ในลำดับที่ 13

 

ในภาพรวมแล้วสหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำทางการศึกษา โดยมีมหาวิทยาลัยอยู่ใน Top 50 ถึง 26 แห่ง และอยู่ใน Top 100 ถึง 43 แห่ง (ลดลงจากปีที่แล้วที่มี 46 แห่ง) โดยมหาวิทยาลัยที่แสดงศักยภาพได้สูงสุดของปีนี้คือ Colombia University ที่ขยับจากอันดับ 23 มาเป็นอันดับ 10 ในปีนี้ และ New York University ที่อยู่ในอันดับที่ 20 จากที่ไม่เคยอยู่ใน Top 50 มาก่อนในปี 2011

ถัดมาคือสหราชอาณาจักรซึ่งมีมหาวิทยาลัยในอันดับ Top 100 ถึง 12 แห่ง จากที่มี 10 แห่งในปีที่ผ่านมา โดยเมืองสามเหลี่ยมทองคำที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาได้แก่ Oxford, Cambridge และ London โดย University College London ขยับจากอันดับ 25 ขึ้นเป็น 17, London School of Economics ขยับจาก 24 เป็น 22 และ King’s College London ขยับอย่างก้าวกระโดดจากอันดับ 43 เป็น 31 โดยถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงของการจัดอันดับเลยทีเดียว ส่วน Warwick และ Durham ได้เข้ามาอยู่ในอันดับ 81-90 เป็นครั้งแรก

Full Times Higher Education World Reputation Rankings 2015

2015 reputation rank

Institution

Country / region

1

Harvard University

United States

2

University of Cambridge

United Kingdom

3

University of Oxford

United Kingdom

4

Massachusetts Institute of Technology

United States

5

Stanford University

United States

6

University of California, Berkeley

United States

7

Princeton University

United States

8

Yale University

United States

9

California Institute of Technology

United States

10

Columbia University

United States

11

University of Chicago

United States

12

University of Tokyo

Japan

13

University of California, Los Angeles

United States

14

Imperial College London

United Kingdom

15

ETH Zürich – Swiss Federal Institute of Technology Zurich

Switzerland

16

University of Toronto

Canada

17

University College London

United Kingdom

18

Johns Hopkins University

United States

19

University of Michigan

United States

20

Cornell University

United States

20

New York University

United States

22

London School of Economics and Political Science

United Kingdom

23

University of Pennsylvania

United States

24

National University of Singapore

Singapore

25

Lomonosov Moscow State University

Russian Federation

26

Tsinghua University

China

27

Kyoto University

Japan

28

Carnegie Mellon University

United States

29

University of Edinburgh

United Kingdom

30

University of Illinois at Urbana-Champaign

United States

31

King’s College London

United Kingdom

32

Peking University

China

33

University of Washington

United States

34

Duke University

United States

35

Ludwig Maximilian University of Munich

Germany

35

McGill University

Canada

37

University of British Columbia

Canada

38

University of California, San Francisco

United States

38

Heidelberg University

Germany

38

University of Wisconsin-Madison

United States

41

University of California, San Diego

United States

41

Humboldt University of Berlin

Germany

41

University of Melbourne

Australia

44

University of California, Davis

United States

45

Karolinska Institute

Sweden

46

University of Texas at Austin

United States

47

Northwestern University

United States

48

École Polytechnique Fédérale de Lausanne

Switzerland

49

Georgia Institute of Technology

United States

50

University of Manchester

United Kingdom

เยอรมันเป็นประเทศอันดับ 3 ที่มีมหาวิทยาลัยอันดับ Top 100 สูงสุด โดยมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงติดอันดับถึง 6 แห่ง นำโดย Ludwig Maximilian University แห่ง Munich ที่ขึ้นจากอันดับ 46 ร่วม เป็นอันดับ 35 นอกจากนี้ยังมี Heidelberg University ในอันดับที่ 38 และ Humboldt University แห่ง Berlin ในอันดับที่ 41 ร่วม โดยสองมหาวิทยาลัยนี้ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Top 50 เป็นครั้งแรก

ฝรั่งเศสตามมาติดๆ โดยมีมหาวิทยาลัยถึง 5 แห่ง ที่ติดอันดับ Top 100 (จากเดิมที่มีเพียง 2 แห่ง ในปีที่ผ่านมา) นำโดย Pantheon-Sorbonne University – Paris 1 และ Paris-Sorbonne University – Paris 4 ในลำดับที่ 51-60 ส่วนเนเธอร์แลนด์ก็อยู่ในอันดับใกล้เคียงกับฝรั่งเศส โดยมีมหาวิทยาลัย 5 แห่ง ในอันดับ Top 100 เช่นกัน นำโดย Delft University of Technology ที่ตกจากอันดับ 42 อยู่ในกลุ่มอันดับ 51-60

รัสเซียเป็นอีกประเทศที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดย St Petersburg University แห่งรัสเซีย ก้าวเข้ามาอยู่ในอันดับ 71-80 เป็นครั้งแรก และ Moscow State University ขยับจากอันดับ 51-60 มาอยู่ในอันดับที่ 25 ซึ่งเป็นอันดับที่สูงสุดที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยได้รับ 

ประเทศแถบสแกนดิเนเวียก็เตรียมตัวฉลองได้ เมื่อ Karolinska Institute แห่งสวีเดน เข้ามาอยู่ในอันดับ 45 ติด Top 50 เป็นครั้งแรก ส่วน University of Helsinki จากฟินแลนด์ก็เข้ามาอยู่ในอันดับ Top 100 เป็นครั้งแรกในอันดับที่ 81-90 และ University of Copenhagen จากเดนมาร์ก ตามมาอยู่ในอันดับ Top 100 เช่นเดียวกัน 

ทางฝั่งเอเชียแปซิฟิค มหาวิทยาลัยจากออสเตรเลียขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น โดย University of Melbourne ขยับขึ้นจากลำดับ 43 เป็น 41 ร่วม และ University of Sydney กับ Australian National University ขยับจากกลุ่ม 61-70 เป็นอันดับที่ 51-60

ส่วนมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในเอเชียนั้นคงจะเป็นใครไม่ได้นอกเสียจาก University of Tokyo ที่อยู่ในลำดับที่ 12 ในปีนี้ (ตกลงมาหนึ่งอันดับจากปีที่แล้ว) ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ในญี่ปุ่นนั้นอันดับร่วงลงเป็นทิวแถว ทั้ง Kyoto University ที่ตกจากอันดับ 19 เป็น 27 และ Osaka University ที่ตกออกจากตารางไปเลย 

ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยจากจีนนั้นเข้ามาอยู่ในลำดับที่สูงขึ้น โดย Tsinghua University ขึ้นจากอันดับ 36 เป็น 26 แซง Kyoto University เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดอันดับมา และ Peking University ขยับจากอันดับ 41 เป็น 32 ในปีนี้ ตรงข้ามกับฮ่องกงที่ทำคะแนนได้ไม่ดีนัก เพราะ University of Hong Kong หลุดจาก Top 50 ที่เคยอยู่ในอันดับ 43 ไปอยู่ในกลุ่มอันดับ 51-60 ในปีนี้

ข่าวร้ายสำหรับทางตะวันออกกลางที่มหาวิทยาลัย Technion Israel Institute of Technology แห่งอิสราเอล และ Middle East Technical University จากตุรกี ต้องหลุดออกจากตาราง Top 100 ไป

โดยรวมแล้วมีมหาวิทยาลัยจาก 21 ประเทศ ที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยการสำรวจนี้มีผู้ได้รับเชิญให้ร่วมตอบแบบสอบถามกว่า 70,000 คน จาก 150 ประเทศทั่วโลก เป็นเวลา 5 ปีตั้งแต่ปี 2010 และผลการสำรวจของปีนี้ (2015) มาจากคำตอบของนักวิชาการอาวุโสกว่า 10,507 คนที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ในระดับมหาวิทยาลัย

 

 

งานวิจัยจาก IDP พบว่า ชื่อเสียงและอันดับของมหาวิทยาลัย เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวของนักศึกษาในการเลือกมหาวิทยาลัย โดยมีความสำคัญยิ่งกว่าค่าเทอมหรือเนื้อหาวิชาเรียนและงานวิจัยจาก World 100 Reputation Network ยังพบว่าชื่อเสียงของสถาบันยังเป็นปัจจัยอันดับแรกของนักวิชาการต่างชาติในการย้ายที่ทำงานอีกด้วย

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...