ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

วิธีเรียนแบบการบ้านไม่ค้าง ร่างไม่แตกตอนสอบ

2860

วิธีเรียนแบบการบ้านไม่ค้าง ร่างไม่แตกตอนสอบ

      สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างเด็กเรียนดี กับ เด็กเรียนห่วย ไม่ได้อยู่ที่ลุค ว่าจะใส่แว่นตาหนาเตอะ แบกหนังสือเรียนกระเป๋าตุงกลับบ้าน แต่ สิ่งที่ต่างกันที่สุดคือ นิสัยการเรียนที่ดี! และเดี๋ยวนี้คนสวยหล่อเรียนดี มีถมไป เค้าทำยังไงถึงได้เพอร์เฟคแปดด้านไม่รู้ แต่วันนี้จะมาสอนเทคนิคด้านเรียนดีกัน ใครอยากท้าทายดัดนิสัยตัวเอง เพื่อเกรดที่ดีขึ้น ท้าให้ลองค่ะ

     การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้น แตกต่างไปจากการเรียนในระดับมัธยมโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคมและวิชาเรียน โดยบางวิชานั้นถึงแม้ว่าจะมีเกรดไม่มากแต่มันจะคุ้มค่ามากเมื่อน้องเรียนจบ หรือบางวิชาก็มีเพียงแค่การสอบกลางภาคและปลายทางเท่านั้น ไม่มีการสอบอย่างอื่น เป็นต้น

      บางวิชาเป็นเรื่องใหม่ และจำเป็นที่น้องจะต้องตามมันให้ทัน และห้ามพูดกับตัวเองเหมือนแต่ก่อนๆที่เคยทำมาว่า “เดี๋ยวทำการบ้านทีหลังน่า” เพราะเมื่อน้องอยู่มหาวิทยาลัย มันจะส่งผลชัดเจนว่า เมื่อไม่มีวินัยที่ดี จะลงท้ายด้วยการที่ต้องมานั่งอ่านทุกอย่างหมดก่อนวันสอบ  และมีผลการวิจัยพิสูจน์ถึงเรื่องนี้แล้วว่าการที่ทำเช่นนี้ มันไม่ใช่การเรียนที่ดี (หรืออาจจะแย่ที่สุดด้วยซ้ำ)

      ดังนั้นแล้วน้องควรสร้างวินัยการเรียนเสียใหม่ เพื่อให้เกิดนิสัยที่ดี และสร้างวันเวลาดีๆในมหาวิทยาลัยพร้อมกับผลการเรียนเยี่ยมๆให้ได้เอาไปอวด ครอบครัวได้ วิธีง่ายๆมีดังนี้

ในระหว่างที่เรียน

  • เช็ค บทเรียนก่อนที่จะไปเรียน  โดยลองอ่านหนังสือเรียนแบบผ่านๆดูก่อน ดังนั้น น้องก็ควรจะหาซื้อหนังสือเรียนประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนที่จะเปิดเทอมถัดไป
  • จดโน้ตย่อในระหว่างเรียนเสมอ 
  • ถ้าน้องอ่านหนังสือเรียนก่อนที่จะไปเรียน จะเป็นการช่วยให้น้องรู้ว่าอะไรในหนังสือที่เป็นเรื่องที่น้องไม่เข้าใจและทำ ให้น้องตั้งใจฟังอาจารย์มากขึ้น นอกจากนี้อาจารย์ก็มักจะไม่ได้สอนตามหนังสือเป๊ะๆอยู่แล้ว ดังนั้นการสอนในห้องคือการเพิ่มเติมไปจากหนังสือเรียน และถ้าน้องอ่านไปก่อน ก็ยิ่งทำให้น้องเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พูดเพิ่มเติมมากขึ้น
  • อย่าจดโน้ตย่อตามหนังสือเรียน เพราะมันเป็นการเสียเวลา ขอให้จดโน้ตย่อแบบสรุปในสิ่งที่น้องเข้าใน รวมถึงสิ่งที่น้องได้จากอาจารย์ในการเรียนในแต่ละคาบ   และถ้าอาจารย์พูดเรื่องไหนมากกว่าสองครั้ง แสดงว่าเรื่องนั้นสำคัญ และอาจจะออกสอบได้ ขอให้จดไว้เสมอ
  • ควรใช้เวลาอย่างน้อย หนึ่งชั่วโมงในการทบทวนบทเรียนทุกวันก่อนการเรียนในวันถัดไป  โดยแต่ละวิชาควรจะใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 ชั่วโมงรวมกัน และอาจจะมากกว่านั้นถ้าเป็นวิชาที่ยาก เช่น คณิตศาสตร์  โดยการทบทวนนั้น สามารถทำได้หลายอย่างตั้งแต่การอ่านหนังสือ, การอ่านโน้ตย่อ, ทำการบ้าน รวมถึงการหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน
  • อย่าให้กิจกรรมมาอยู่เหนือกว่าการเรียน แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีสังคมและมีกิจกรรม แต่มันจะดีกว่าถ้าน้องจัดลำดับมันได้อย่างถูกต้อง เพื่อจะได้รับประโยชน์จากทั้งสองอย่าง
  • วางแผนวันพักผ่อน ของน้องทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้เหมาะสม  เช่น ถ้าน้องวางแผนว่าจะไปปาร์ตี้ในคืนวันเสาร์ น้องก็ควรจะใช้เวลาในช่วงบ่ายวันเสาร์นั้นในห้องสมุด  หรือถ้าน้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการอ่านหนังสือ ก็ใช้เวลาพักช่วงเย็นสักหนึ่งชั่วโมงไปหาขนมเค้กทานกับเพื่อน เป็นต้น
  • การเรียนหรือทำการบ้านเป็นกลุ่มอาจจะช่วยในบางเรื่อง เช่น ช่วยในการแก้ปัญหาที่น้องไม่เข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์
  • ถ้าเพื่อนของน้องลงเรียนคนละวิชากับน้อง ส่งผลให้น้องและเขาต้องห่างเหินกันไป ลองหาเวลาเดินเล่นช่วงดึกด้วยกันซิ แล้วจะทำให้น้องหายเครียดแล้วยังมีช่วงเวลาดีๆด้วยกันอีกด้วย
  • ถ้าน้องไม่ใช่คนที่มีสมาธิดีนัก (สมาธิสั้นพูดตรงๆ อย่าโกรธกันนะ ) ลองลดวิชาหรือหน่วยกิตลง โดยลงแค่เพียง 12 หน่วยก็โอเคแล้วสำหรับแต่ละเทอม
  • จงทำเสมือนว่าทุกๆการสอบที่น้องเจอนั้นมีผลสำหรับงานของน้องในอนาคตเสมอ เพราะนี่ไม่ใช่การเรียนมัธยม ที่ไม่ว่าน้องจะทำสอบเป็นอย่างไรน้องก็จะเรียนจบอยู่ดี เพราะว่าการเรียนมหาวิทยาลัยนั้น เกรดทุกตัวมันจะแสดงอยู่ในผลแสดงการศึกษาของน้อง และมีผลต่อการสมัครงานต่อไปในอนาคต

ในระหว่างสัปดาห์ใกล้สอบ

  • จัดการบริหารเวลาของน้องอย่างชาญฉลาด  จงนอนอย่าเพียงพอแต่อย่าให้เสียเวลาไปทั้งวัน ดังนั้น ควรตั้งกำหนดเวลาเข้านอนอย่างเข้มงวด และตั้งนาฬิกาปลุกในช่วงเวลาที่เหมาะสมในตอนเช้า
  • จัดลำดับความสำคัญของเวลาในดี  สำรวจดูว่าอะไรคือวิชาที่น้องควรจะอ่านก่อนอ่านหลัง
  • ไปห้องสมุด เพื่อใช้เวลาในการอ่านหนังสืออย่างมีสมาธิเต็มที่และตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย
  • ถ้าอาจารย์ให้การบ้านมา ก็จงทำแบบฝึกหัดก่อน  เพราะอย่างน้อยสิ่งที่อาจารย์ให้เราทำก็อาจจะเป็นสิ่งที่ข้อสอบควรเป็น อีกทั้งมันยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการฝึกฝนการคิดและการลองทำจริงๆ
  • ถ้าคาบเรียน หรือ ชั่วโมงเรียนสำหรับการทบทวนเนื้อหาทั้งหมด จงไปเรียนในคาบนั้น เพราะนอกจากมันจะช่วยให้น้องทบทวนเนื้อหาแล้ว มันอาจจะยังให้ความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่น้องควรรู้ด้วย อีกทั้งอาจารย์โดยมากแล้วมักจะให้คำใบ้หรือคำแนะนำสำหรับข้อสอบอีกด้วย
  • ผ่อนคลาย พยายามหาเวลาพักผ่อนเพื่อลดความเครียดที่เกิดขึ้น เพราะน้องคงไม่อยากจะทำให้ตัวเองสติแตกก่อนเข้าห้องสอบแน่นอน

----------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ทำงานใหญ่ให้เป็นงานเล็ก 
การทำงานกลุ่ม 
ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย 

    

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว