ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

สัปดาห์ปฐมนิเทศ เตรียมตัวอย่างไร ต้องเจออะไรบ้าง

3414

สัปดาห์ปฐมนิเทศ เตรียมตัวอย่างไร ต้องเจออะไรบ้าง

หากน้องๆ กำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการไปเรียนต่อต่างประเทศ การเข้าร่วมสัปดาห์ปฐมนิเทศเป็นสิ่งสำคัญค่ะ บอกได้เลยว่าหากเราใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ให้ดี การเรียนต่อของเราจะเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว

เพราะการย้ายไปเรียนในที่ใหม่ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกเหงา เพราะต้องแยกจากครอบครัวและเพื่อน ต้องพบเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ และมีประสบการณ์มากมายรอให้เราค้นหา แต่อย่าลืมค่ะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว คนที่มาเรียนต่อกับเราหลายๆ คนก็กำลังรู้สึกทั้งกลัวและตื่นเต้นเหมือนๆ กับเรา เมื่อต้องเผชิญกับประเทศใหม่และผู้คนใหม่ๆ

ทางมหาวิทยาลัยที่มีนักเรียนต่างชาติจำนวนมากเข้าใจในจุดนี้ดีค่ะ ดังนั้นก่อนเปิดเรียนจะมีสัปดาห์ปฐมนิเทศ ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและคำแนะนำต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้รู้ข้อมูลของเมืองที่เราย้ายไป คณะต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัย และแหล่งข้อมูลที่เราค้นคว้าได้ กฎหมายท้องถิ่น ไปจนถึงวัฒนธรรมและอื่นๆ อีกมากมาย 

ใช้ช่วงเวลาปฐมนิเทศให้เต็มที่ แล้วการเรียนของเราจะไม่มีปัญหา ลองดูนะคะว่าเราควรทำตัวอย่างไรในช่วงเวลานี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียนของเราค่ะ

 

1.เคารพความแตกต่างด้านวัฒนธรรม

แค่สัปดาห์เดียว เราอาจจะพบเจอนักเรียนจากหลากหลายประเทศ ยิ่งกว่าที่เราเคยเจอมาทั้งชีวิต เพื่อนของเราอาจจะมาจากจีน เวียดนาม อินเดีย ฮ่องกง ปากีสถาน เลบานอน ซาอุดิอารเบีย อเมริกา อังกฤษ เกาหลี เยอรมัน และอีกหลายๆ ที่ ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย สิ่งที่เราต้องทำในสังคมนานาชาติแบบนี้คือ การเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละคนค่ะ ทุกคนมาจากสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เราคงอยากให้คนเคารพความเป็นไทยของเรามากกว่าดูถูกใช่มั้ยคะ เพื่อนๆ ของเราก็คงคาดหวังเช่นเดียวกัน

 

2ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และขอข้อมูลติดต่อ

สัปดาห์ปฐมนิเทศเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ค่ะ แต่ต้องแน่ใจว่าเราจะติดต่อกันได้ตลอดหลังจากนั้นด้วย เพื่อนสนิทของตัวพี่เองส่วนใหญ่ก็รู้จักกันตั้งแต่ช่วงปฐมนิเทศ ถึงบางคนจะอยู่คนละคณะและสาขาวิชา แต่เราก็ยังเจอก็ได้ตลอด เพราะทุกคนที่เป็นนักเรียนใหม่ก็มีอะไรเหมือนๆ กับเรา ทุกคนอาจจะรู้สึกกลัว ตื่นเต้น หรือกำลังหาเพื่อนเพื่อปรับตัว ดังนั้นการทำความรู้จักไม่ใช่เรื่องยาก และอาจจะนัดเจอกันในคาเฟ่ของมหาวิทยาลัยเพื่อพูดคุยกันเป็นครั้งคราว

(ปล. ช่วงปฐมนิเทศเนี่ยเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติหล่อๆ โดยไม่ถูกมองว่าเข้าไปจีบด้วยนะคะ ใครจะรู้... เค้าอาจจะเป็นเนื้อคู่เราก็ได้ :P)

นอกจากที่แคมปัสแล้ว ที่หอพักที่คุณอยู่ก็เป็นอีกที่ๆคุณจะได้พบเพื่อนใหม่ และเรื่องของหอหึๆนั้นก็มีหลายหลากเหลือเกิน คนไม่เคยรู้จักกันต้องมาแชร์กันอยู่มันจะสนุกขนาดไหน เพื่อนร่วมหอมีกี่แบบ และแบบไหนที่น่าหลีกเลี่ยง อ่านต่อได้

 

3. พร้อมที่จะออกจาก Comfort zone

ไม่มีอะไรในโลกที่จะเหมือนเดิมไปตลอด ดังนั้นเราต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงค่ะ การปรับตัวเป็นพื้นฐานของคนที่มั่นใจ มุ่งมั่น และกล้าที่จะเดินไปยังเป้าหมาย น้องๆ ที่กล้าตัดสินใจมาเรียนต่อก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมคะ การเรียกชื่ออาจารย์โดยตรงเป็นเรื่องปรกติถ้าทุกคนทำกัน ถึงแม้ประเทศของเราจะต้องใช้คำสุภาพก็ตาม นอกจากนี้การมองตาคนที่พูดด้วยตรงๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำแบบนี้ในประเทศของเราก็ตาม ก็ถือเป็นการปรับตัว การเปลี่ยนแปลงคือการทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าค่ะ

ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ

  • ถามคำถามซื่อๆแบบไม่กลัวโง่ คำถามง่ายๆที่เราไม่กล้าถาม บางทีคนอื่นก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ต้องอายถามไปซะ
  • ลองขอนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับเพื่อนใหม่ดู
  • ลองถามเพื่อนดูว่าเค้าทำอะไรหลังเลิกเรียน
  • ลองไปร่วมงานอะไรๆที่ชื่อประกอบด้วยคำว่า  International student....

 

4. ร่วมกิจกรรมชมรม 

ในมหาวิทยาลัยจะมีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกมากมาย ที่เราสามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งชมรมต่างๆ ก็จะมาเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ๆ ในช่วงปฐมนิเทศนี่แหละค่ะ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น เล่นกีฬาใหม่ๆ หรือฝึกภาษาใหม่ๆ ที่สำคัญต้องไปร่วมกิจกรรมจริงๆ ไม่ใช่แค่ลงชื่อเอาไว้นะคะ การร่วมกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้างกว่าการแค่มาอ่านหนังสืออย่างเดียว ช่วยเรื่องการทำงานกลุมในอนาคต นอกจากนี้ยังได้รู้จักคนใหม่ๆ ทำให้เราไม่เหงาและไม่โฮมซิกมากเกินไปด้วยค่ะ

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"