ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การหาที่พัก

8 ข้อง่ายๆ ในการเป็นรูมเมทที่ดี ฉบับนักเรียนนอก

10362

8 ข้อง่ายๆ ในการเป็นรูมเมทที่ดี ฉบับนักเรียนนอก

การแชร์ที่พักเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีมากในการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อไปเรียนต่อเมืองนอกค่ะ แต่อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าคนเรามาจากร้อยพ่อพันแม่ บางทีต้องไปแชร์ห้องกับคนต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ยิ่งปรับตัวเข้าหากันยากไปกันใหญ่ แล้วจะทำยังไงดีล่ะให้อยู่ด้วยกันยืด? จะได้ช่วยกันประหยัดไปนานๆ ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาที่พักใหม่ให้ปวดหัว แถมยังไม่ต้องผิดใจกันอีกด้วย ลองมาดูเคล็ดลับ 8 ข้อง่ายๆ ในการเป็นรูมเมทที่ดี ฉบับนักเรียนนอก ซึ่งนักเรียนไทยก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

1. เคารพซึ่งกันและกัน

ข้อแรกนี่ถือเป็นกฎทองที่ต้องปักหมุดไว้เลยว่า การอยู่ร่วมห้องกับคนอื่นเราจะต้องเคารพในพื้นที่ส่วนตัว และห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปยุ่งกับข้าวของต่างๆ ของคนอื่นเขาค่ะ การที่เราให้ความเคารพกับผู้อื่นก่อน เขาก็จะให้ความเคารพกลับมาแก่เราเช่นกัน (ถ้าเขาไม่ใช่คนประเภทเลวร้ายสุดๆ จนขุดไม่ขึ้น) คนเราควรจะอยู่ด้วยกันแบบประนีประนอมและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ้ารูมเมทของคุณไม่ชอบฟังเพลงหรือดูโทรทัศน์ คุณก็ควรจะใส่หูฟังสักนิด โดยเฉพาะในเวลาพักผ่อนหลับนอนของคนอื่นเขา

2. ตกลงกันให้เรียบร้อย

ถ้ามีอะไรขุ่นข้องหมองใจควรรีบเคลียร์กันให้ชัดเจน ก่อนที่ปัญหานั้นจะลุกลามใหญ่โตค่ะ บางคนถึงกับต้องแยกห้องกันเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วอย่างเช่น อีกฝ่ายไม่ซื้อทิชชู่ใช้เองมาแล้ว ฉะนั้นเวลามีอะไรต้องคุยกันให้จบเป็นเรื่องๆ โดยเฉพาะเรื่องการแชร์ข้าวของ แชร์พื้นที่ต่างๆ ถือเป็นหัวข้อหลักๆ ที่ทำให้รูมเมททะเลาะกันเลยค่ะ ควรจะช่วยกันร่างกฎขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันของแต่ละฝ่าย

3. เป็นมิตรและเปิดใจ

เวลากลับมาถึงห้อง กำลังจะออกไปจากห้อง ควรกล่าวคำทักทายและพูดคุยแสดงความสนใจกันสั้นๆ บ้าง เพื่อแสดงถึงความใส่ใจ หรือถ้ามีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ก็แชร์ให้เพื่อนร่วมห้องฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนน่ารักขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เวลามีปาร์ตี้ อีเวนท์ ที่น่าสนใจก็เอ่ยปากชักชวนกันสักนิด แต่การเฟรนด์ลี่ก็ต้องดูจังหวะนิดนึงนะคะ เพราะบางเวลาคนเราก็ต้องการมีเวลาส่วนตัวบ้างเช่นกัน

4. จัดการระบบแขกให้ดี

บางคนมีแฟน บางคนเพื่อนเยอะ ก็อยากจะพาแฟนหรือเพื่อนมาเฮฮาที่ห้องบ่อยๆ ซึ่งก่อนจะทำแบบนั้นลองถามรูมเมทสักหน่อยก็ดีนะคะ ว่าเขายินดีจะต้อนรับแขกของเราด้วยหรือเปล่า โดยเฉพาะการพาแขกมาค้างคืน ถ้านานๆ ครั้งเท่าที่มีความจำเป็น (เช่นไปแฮงค์เอาท์มาแล้วเมากันแบบสุดๆ) ก็ยังพอรับไหว แต่ถ้ามาค้างแบบวันเว้นวันนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

5. รักษามารยาท

จำไว้เสมอว่าเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่นก็ได้นะคะ เช่นคุณอาจจะไม่แคร์ถ้ามีคนยืมเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางไปใช้โดยไม่บอกล่วงหน้า แต่คนอื่นอาจมองว่าเป็นเรื่องที่เสียมารยาทแบบสุดๆ แถมยังไม่ถูกสุขลักษณะอีกด้วย หรือแม้กระทั่งการนั่งบนเตียงของคนอื่น บางคนเขาก็ซีเรียสนะคะ ช่วงแรกที่อยู่ด้วยกันอย่าเพิ่งปล่อยตัวตามสบายมากค่ะ ศึกษานิสัยใจคอกันสักหน่อยว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ บางทีเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน มาแตกคอกันเอาตอนย้ายมาแชร์ห้องกันก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

6. ใส่ใจในรายละเอียด

บางครั้งเราอาจจะต้องแชร์ห้องกับคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน จึงควรศึกษารายละเอียดในชีวิตของกันและกันสักนิด เช่น มุมมองทางศาสนาและการเมือง ถ้าจะคุยเรื่องพวกนี้กันช่วงแรกก็อย่าเพิ่งฮาร์ดคอร์มากนัก แยบๆ สักหน่อยว่าพอคุยกันได้หรือเปล่า เขาแพ้อะไรหรือเปล่า เช่น น้ำหอม ถั่วลิสง กลิ่นบุหรี่ คุณจะได้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น อย่างนี้เป็นต้น

7. มีความยืดหยุ่น

การอยู่ร่วมกันต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ เช่น ถ้ารูมเมทของคุณทำงานกลางคืนและพักผ่อนในเวลากลางวัน ซึ่งสวนทางกับวิถีชีวิตของคนปกติทั่วไป คุณก็อาจจะต้องปรับตัวสักเล็กน้อย ไม่ใช่ถือว่าช่วงกลางวันเป็นเวลาที่ทุกคนควรตื่น ฉันจะเปิดทีวีเสียงดังยังไงก็ได้ แบบนี้ก็ไม่ควรนะคะ

8. รักษาความสะอาด

เข้าใจว่าเวลาเรียนหรือทำงานพาร์ทไทม์กลับมาเหนื่อยๆ ถึงห้องปุ๊บหลายคนก็คงอยากจะเอนตัวนอนทันที แต่พอพักจนหายเหนื่อยแล้วก็อย่าลืมหาเวลาดูแลความสะอาดของห้องบ้างนะคะ โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนรวมที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ควรจะจัดเวรทำความสะอาดกันให้เรียบร้อย อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี จานชามทั้งหลายใครกินเสร็จก็ควรล้างขึ้นทันทีค่ะ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นภาระของคนอื่น

8 ข้อง่ายๆ แค่นี้เราก็จะเป็นรูมเมทแสนดีๆ ที่ใครๆ ก็อยากอยู่ด้วยค่ะ และใครกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับที่พักเมื่อไปเรียนต่อเมืองนอก สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ การหาที่พัก

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง