ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย

สมัครทุนการศึกษาอย่างไรไม่ให้ผิดหวัง

การขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน หาข้อมูลอย่างไร

48830

การขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่เราไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน หาข้อมูลอย่างไร หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อเราจะสมัครทุนภายในของมหาวิทยาลัยได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับการตอบรับจากมาหวิทยาลัยแล้วเท่านั้น ส่วนทุนจากองค์กรอิสระต้องแล้วแต่เงื่อนไขของทุนเหล่านั้น เรามีวิธีการช่วยให้น้องๆ ที่อยากเรียนต่อ เริ่มมองหาและสมัครทุนการศึกษาได้เป็นขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม - ส่วนใหญ่เอกสารในการสมัครทุนจะคล้ายกับการเรียนต่อ ต้องมี Statement of purpose, transcript, จดหมายรับรอง (Letter of Recommendations) และผลการสอบวัดระดับทางภาษา ถ้าเตรียมเอกสารทั้งหมดครบก็สามารถยื่นทุนได้ง่ายขึ้น 

  2. เราเหมาะกับทุนแค่ไหน - ลองดูว่าคุณสมบัติของเราตรงกับที่ทุนนั้นๆ ต้องการหรือไม่ เช่นบางทุนอาจต้องการประสบการณ์การทำงาน หรือบางทุนอาจเปิดรับสมัครเฉพาะนักศึกษาจาก EU เท่านั้น ถ้าคุณสมบัติของเราไม่ตรงกับทุนจะได้ไม่ต้องเสียเวลา (หรือเสียความรู้สึกหลังไม่ได้รับเลือก) อย่าลืมอ่าน FAQs (Frequently Asked Questions) หากมีข้อสงสัย

  3. ใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ - Google ถามเพื่อน facebook หรืออ่านกระทู้เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทุนนั้นๆ บางครั้งอาจมีคนวิเคราะห์สถานการณ์ของทุนต่างๆ เอาไว้ ว่าคุณสมบัติแบบไหนเหมาะสมกับทุนดังกล่าว เว็บไซต์ของคนที่เคยได้ทุน (Alumni) ก็มีประโยชน์เพราะคนที่เคยได้ทุนก็มักจะยินดีแบ่งปันความคิดเห็นหรือเคล็ดลับเพื่อสมัครทุนนั้นๆ ตัวเราเองก็ต้องแสดงให้รุ่นพี่เห็นว่าเราพร้อมเรียนรู้และเปิดรับคำแนะนำด้วย

  4. จัดการข้อมูล - เมื่อเราสมัครทุนของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรต่างๆ แล้ว ควรแยกข้อมูลการรับสมัครและคุณสมบัติต่างๆ ใส่ folder ให้เรียบร้อยตามหลักสูตรที่เราสมัคร รวมถึงตรวจสอบวันปิดรับสมัครของแต่ละสถาบันให้แน่นอน

 

>> มหาวิทยาลัยที่มีทุนการศึกษา <<

>> ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักเรียนอังกฤษล่าสุด<<

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับใบสมัคร จดหมายแนะนำตัว และจดหมายรับรอง

(SOPs : Statement of Purposes and LORs : Letter of Recommendations)

GPA, โรงเรียน, หลักสูตร, ความสำเร็จ, รางวัลต่างๆ อาจเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่จดหมายแนะนำตัวและจดหมายรับรองที่ดีจะช่วยให้เราโดดเด่นจากคู่แข่งและมีโอกาสได้รับทุนมากขึ้น 

ในการขอจดหมายรับรอง ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะขอจดหมายจากอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยที่เราเคยเรียนด้วย และจดหมายจากเจ้านาย (หากเรามีประสบการณ์ทำงาน) โดยที่เราควรจะรู้จักผู้ที่จะเขียนจดหมายให้เราเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เนื้อหาในจดหมายแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ทั้งในการเรียนและการทำงานของเราในเชิงลึก ที่สำคัญคือควรเลือกอาจารย์ (หรือเจ้านาย) ที่เห็นความสามารถ มีความสัมพันธ์ที่ดี และรู้จักตัวตนของเราอย่างแท้จริง

 

ถึงเวลาเขียน เขียน เขียน

  • อ่านข้อกำหนดของทุนที่เราจะขอให้ดีๆ เพื่อที่เราจะได้เขียนจดหมายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือคุณสมบัติที่ทุนการศึกษานั้นๆ ต้องการ

  • อ่าน ปรับ เขียน - ลองอ่านจดหมายของเพื่อนที่เคยสมัครทุน หรือดูตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต เพื่อที่เราจะได้มีโครงสร้างในการเขียน การอธิบายความคิด ลองวางโครงร่าง สุดท้ายลองเขียนขึ้นมาจริงๆ และให้เพื่อนช่วยอ่าน ช่วยให้คำแนะนำ จากนั้นก็ปรับแก้ เขียนใหม่อีกครั้งจนกว่าเราจะพอใจ (อย่าลืมขอบคุณเพื่อนที่ช่วยเหลือเราด้วย)

  • เขียนให้เป็นระบบ พยายามตอบคำถามที่ทางสถาบันกำหนด รวมทั้งเสนอมุมมองที่น่าสนใจของตัวเราเองด้วย เชื่อมต่อความคิดทั้งหมดให้เป็นเรื่องเดียวกัน

  • เขียนในสิ่งที่แตกต่างจากเอกสารอื่นๆ เช่นเราอาจจะไม่ต้องพูดถึงรางวัลที่เราได้รับมากหากสิ่งนั้นอยู่ใน CV แล้ว ลองพูดถึงสิ่งที่เราเคยเรียนรู้จากทีผ่านมา (อดีต) ทำไมเราถึงอยากเรียนรู้ในสิ่งที่เรากำลังจะสมัคร (ปัจจุบัน) และเราจะทำอะไรในอนาคตหากเราสำเร็จการศึกษาจากทุนที่เราได้รับแล้ว (อนาคต)

  • การเตรียมเอกสารให้พร้อมก็เหมือนกับเราทำสำเร็จเกือบ 90% แล้ว แต่ถ้าจะให้แน่นอนหลังส่งใบสมัครและเอกสารไปยังสถาบันแล้ว อาจติดต่อกับทางสถาบันให้แน่ใจว่าทางสถาบันได้รับเอกสารของเราครบเรียบร้อยแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เวลาที่เหมาะสมในการส่ง email หาทางสถาบันคือ  8.00-9.00น. หรือ 14.00-15.00น. (เวลาท้องถิ่นของทางสถาบัน) เพราะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มงานในช่วงเช้าและบ่าย และจดหมายของเราจะอยู่ในอันดับแรกๆ ที่ทางสถาบันจะอ่านนั่นเอง
     

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"