ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย

แลกเงินยังไงที่ไหนดีสุดเมื่อไปเรียนต่อ

การแลกเงินเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักเรียนนอกทุกคนต้องสร้างความคุ้นเคยเอาไว้ นอกจากจะต้องคอยติดตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงแล้ว ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต การโอนเงินผ่านธนาคาร

7887

>> รู้รอบเรื่องเรียนต่อ
>> ค้นหาทุนการศึกษา

ข้อสำคัญคืออย่าลืมติดตามอัตราการแลกเปลี่ยนเงินอยู่เสมอ เพราะอัตราการแลกเปลี่ยนเงินในแต่ละวันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างเช่น ค่าเงินยูโรในบางช่วงอาจจะอยู่ที่ 1 ยูโร เท่ากับ 40 บาท แต่บางช่วงค่าเงินยูโรอาจขึ้นไปสูงถึง 1 ยูโร เท่ากับ 45 บาท แม้บางครั้งส่วนต่างอาจจะไม่เยอะมาก แต่ถ้าต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ควรเลือกช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทแข็งค่าก็จะได้กำไรมากกว่า

 

วิธีการพกเงินไปต่างประเทศ

ดร๊าฟท์ธนาคาร (Bank Draft)
เป็นตราสารการเงินประเภทหนึ่งที่ออกโดยธนาคารในประเทศไทย เพื่อสั่งให้ธนาคารในต่างประเทศจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุหน้าดร๊าฟท์ให้แก่ผู้รับเงิน ผู้ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศสามารถซื้อดร๊าฟท์สั่งจ่ายชื่อตนเอง แล้วนำไปเปิดบัญชีกับธนาคารในต่างประเทศ หรือซื้อดร๊าฟท์สั่งจ่ายชื่อมหาวิทยาลัยเพื่อจ่ายค่าเทอมได้ ค่าใช้จ่ายในการซื้อดร๊าฟท์อยู่ที่ประมาณ 200 บาท ข้อควรจำคือผู้ที่จะนำดร๊าฟท์ไปขึ้นเงินได้ ต้องเป็นคนที่มีชื่อระบุอยู่บนดร๊าฟท์เท่านั้น ดังนั้น ดร๊าฟท์จึงถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ปลอดภัย เพราะถึงแม้เราทำสูญหายคนอื่นก็ไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ แต่เราจะต้องขอให้ทางธนาคารในประเทศออกดร๊าฟท์ให้ใหม่ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ขอแนะนำว่าผู้ปกครองควรเป็นผู้ซื้อดร๊าฟท์ให้แก่นักศึกษา เพราะถ้าเกิดกรณีสูญหายแล้วต้องติดต่อกับธนาคารที่เมืองไทย ผู้ปกครองจะสามารถจัดการได้สะดวกกว่า

 

เช็คเดินทางต่างประเทศ (Traveler’s Cheque)
เป็นตราสารการเงินสำหรับใช้จ่ายค่าสินค้าต่างๆ และแลกเป็นเงินสดได้ ในกรณีสูญหายหรือถูกขโมยเจ้าของเช็คสามารถติดต่อตัวแทนสถาบันการเงินในต่างประเทศให้ออกเช็คใหม่ทดแทนได้ หากต้องการซื้อเช็คควรติดต่อไปยังธนาคาร เพื่อขอคำแนะนำว่าถ้าต้องการเดินทางไปยังประเทศนี้ควรซื้อเช็คของบริษัทอะไร เพราะบางสกุลเงินก็ไม่สามารถใช้เช็คได้ ค่าธรรมเนียมในการออกเช็คอยู่ที่ 1% ของจำนวนเงินตามมูลค่าที่ซื้อ การนำเช็คไปใช้ที่ต่างประเทศนั้น นักศึกษาจะต้องเซ็นชื่อให้เหมือนกับลายเซ็นที่เซ็นไว้บนหน้าเช็คและลายเซ็นในพาสปอร์ต

 

บัตรเครดิต (Credit Card)
ก่อนนำบัตรเครดิตไปใช้ที่ต่างประเทศ อย่าลืมตรวจสอบกับทางบริษัทให้แน่ใจว่าบัตรนั้นสามารถนำไปใช้ที่ประเทศนั้นๆ ได้ ส่วนใหญ่บัตรเครดิตจะกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า บัตรหลักผู้สมัครต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนบัตรเสริมที่พ่วงกับบัตรเครดิตของผู้ปกครองผู้ใช้ต้องอายุ 15 ปีขึ้นไป บัตรเครดิตของแต่ละบริษัทจะมีอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน อาจมีบางบริษัทที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม คุณควรสอบถามจากหลายๆ บริษัทแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันประกอบการตัดสินใจ เพื่อความประหยัดในระยะยาว

 

บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากประเทศไทย (ATM & Debit Cards)
บัตรที่สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ จะต้องมีสัญลักษณ์ PLUS และ VISA อยู่บนบัตร เมื่อมีการถอนเกิดขึ้นเงินจะถูกหักจากบัญชีในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ ค่าธรรมเนียมในการกดเงินจากต่างประเทศแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 100 บาท บางประเทศอาจมีการเก็บค่า Withdrawal fees เพิ่มนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่ธนาคารในประเทศไทยเรียกเก็บ

 

เงินสด (Cash)
การแลกเงินเป็นเงินสดส่วนใหญ่จะได้เรตเงินสูงกว่าวิธีการอื่น หรือพูดง่ายๆ ว่าคุ้มกว่านั่นเอง แต่การถือเงินสดก็มีข้อเสียคือเสี่ยงต่อการสูญหายและถูกขโมย การแลกเงินนั้นหากแลกตามแหล่งท่องเที่ยว สนามบิน สถานีรถไฟ มักจะได้เรตที่ต่ำกว่าที่อื่นเล็กน้อย ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรจะแลกไว้ก่อนล่วงหน้าจะดีกว่า แหล่งแลกเงินที่ได้รับความนิยมเพราะให้เรตสูงกว่าที่อื่นก็เช่น ร้านรับแลกเงินย่านประตูน้ำ บริเวณตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ถ้าแลกเป็นจำนวนไม่เยอะมาก คำนวณค่าเดินทางแล้วอาจจะไม่คุ้ม แลกตามธนาคารทั่วไปก็ได้เรตที่ไม่ต่างกันมากนัก

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง