ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย

วิธีคว้าทุนแบบ 100% match

52697

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง 

----------------------------------

>> ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย <<

>> 5 ทุนสหราชอาณาจักรปี 2013 <<

----------------------------------

สำนวนนี้ ถึงแม้จะได้ยินมานาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าใช้ได้กับทุกสถานการณ์จริงๆ โดยเฉพาะสำหรับน้องๆ ที่กำลังหาทุนการศึกษาอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่าลืมว่าเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการอะไร แล้วค่อยดูว่าเรายังขาดทักษะหรือประสบการณ์อะไรสำหรับทุนที่เราอยากได้บ้าง

  • ลองดูมหาวิทยาลัยนอกกระแส

แน่นอนว่าทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นได้รับยากเสียยิ่งกว่ายาก ทั้งข้อกำหนดที่มีระดับสูงกว่าและการแข่งขันกับคนจำนวนมากก็ทำให้โอกาสที่เราจะได้ทุนเหลือน้อยลง Hotcourse ขอแนะนำให้น้องๆ ลองมองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงน้อยกว่า หรือมีชื่อเสียงเฉพาะด้านดูบ้าง เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะมอบทุนการศึกษาให้กับคณะหรือสาขาวิชาที่เฉพาะเจาะจง สำหรับคนที่สนใจเฉพาะสาขาวิชานั้นจริงๆ 

วิธีง่ายๆ ในการหาทุน ลอง search หาสาขาวิชาที่สนใจได้ที่นี่ หรือ ดู อันดับมหาวิทยาลัยเฉพาะด้าน จะเข้าไปดูในเว็บไซต์ของแต่ละสถาบันและขอข้อมูลโดยตรงก็ได้

  • เลือกสมัครทุนที่เหมาะกับตัวเอง

โชคดีที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะหลายๆ มหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับนักเรียนจากทั่วโลก สิ่งสำคัญนอกจากนี้คือเราต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น สาขาวิชาที่เราสนใจ อายุ เพศ หรือประสบการณ์ด้านการศึกษาและการทำงานก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับทุนการศึกษาจากรัฐบาลอย่าง  U.S. Fulbright , Chevening British หรือ Australian AusAID ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานทั้งสิ้น

  • ใส่ใจเรื่องเอกสารซักหน่อย

คนที่สมัครขอรับทุนการศึกษาส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่เรียนเก่งและได้เกรดเฉลี่ยสูง ดังนั้นถ้า transcript ของเราเกรดเฉลี่ยไม่ได้ดีมาก อาจจะต้องอธิบายเยอะหน่อยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ เช่นการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ประสบการณ์ทำงาน หรือการมีส่วนร่วมในการประกวดแข่งขันต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ การเตรียมเอกสารเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก

  • อ่านข้อกำหนดก่อนเสียเวลา

การมีความมั่นใจเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเรามีความหวังจะได้ทุนนี้แค่ไหน (เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการสมัคร) โดยเฉพาะทุนที่ให้โอกาสแก่นักศึกษาทั่วโลก โอกาสที่เราจะได้อาจจะน้อยลง ดังนั้นก่อนที่เราจะสมัครทุน ลองตรวจสอบดูว่าทุนนี้เหมาะสมกับเราแค่ไหน

  • เรามาจากประเทศที่ทางสถาบันกำหนดหรือเปล่า
  • คุณสมบัติของเราตรงกับความต้องการของทุนนั้นหรือไม่ (เกรดเฉลี่ย สาขาวิชา ประสบการณ์ทำงาน)
  • ระดับการศึกษาของเราเพียงพอกับทุนนั้นๆ​ (เช่น ถ้าจะสมัครทุนของปริญญาโท เราต้องจบปริญญาตรีก่อน)
  • ในบางกรณีสถาบันการศึกษาของเราต้องรับรองว่าเราสามารถศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เราขอทุนได้
  • คะแนนการทดสอบทางภาษาของเราผ่านตามที่กำหนด (TOEFL หรือ IELTS)
  • เราต้องกลับประเทศเพื่อทำงานใช้ทุน (สำหรับ Development Scholarship)
  • เราต้องสามารถแสดงออกว่าเรามีความเป็นผู้นำ และมีประสบการณ์ในการเป็นผู้นำมาก่อน (สำหรับ Leadership Scholarship)
  • เราต้องเป็นผู้ชนะการประกวด (สำหรับทุนที่มอบให้กับผู้ชนะเลิศในการประกวดต่างๆ)
  • เราต้องมีอายุไม่เกิน .... ปี (แล้วแต่สถาบันกำหนด)

 

สุดท้ายนี้ลองคิดให้ดีก่อนว่าเราชอบอะไรและมีความสามารถในด้านไหน เพื่อที่จะทุ่มเทพลังในการสมัครขอรับทุนการศึกษาด้านนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ อย่าสมัครทุนแบบหว่าน ที่สำคัญ ถ้าทุนที่เราต้องการหมดเขตรับสมัครไปแล้ว อย่าเพิ่งท้อใจ ให้คิดว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้พัฒนาทักษะทางภาษาและความสามารถให้เหมาะสมกับทุนนั้นๆ มากยิ่งขึ้น แล้วค่อยสมัครใหม่ในปีถัดไปก็ได้ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีในการสมัครทุนนะคะ

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"