ขั้นตอนเรียนต่อ
แคนาดา: แนะนำประเทศและเมือง

ทำไมถึงเรียนต่อแคนาดา?

833

แคนาดาจัดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าอยู่ที่สุด

แคนาดาอวดอ้างว่ามีภูมิประเทศที่สวยราวกับภาพวาดมากในโลก ไม่ ไม่ใช่เพียงแต่มีหิมะที่เยือกเย็นอย่างที่คุณเคยได้ยินมา ฤดูกาลต่าง ๆ มีจริงโดยมีบางพื้นที่ที่ไม่เคยเห็นหิมะเลยและเป็นที่ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงขึ้นเกิน 30 องศาเซลเซียส แคนาดามีเมืองใหญ่ทันสมัยมากมาย แต่คุณก็ควรที่จะใช้เวลาในการเดินทางข้ามในเขตประเทศเพื่อสำรวจมณฑลต่าง ๆ และดูภูมิศาสตร์ที่แตกต่างของแคนาดาและแนวชายฝั่งซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้จะทำให้คุณร้อง “ว้าว” อย่างเช่น น้ำตกไนแองกรา สวนธรรมขาติ Banff และภูเขาร้อกกี้

จริง ๆ แล้ว องค์การสหประชาชาติตั้งให้แคนาดาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกที่น่าอาศัยอยู่เป็นเวลาติดต่อกันมา 20 ปี ขณะที่วิวทิวทัศน์มีผลต่อเรื่องดังกล่าวแต่ก็มีปัจจัยประกอบอื่น ๆ ด้วย การดูแลสุขภาพ (healthcare) เป็นสิ่งที่ฟรีในแคนาดา ไม่เหมือนที่สหรัฐฯ  ซึ่งเป็นเรื่องที่นิยมวิพากษ์วิจารณ์ของประเทศโดยเฉพาะในหมู่นักเรียนต่างชาติ แคนาดายังได้รับการพิจารณาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการศึกษาที่สันติและปลอดภัยที่สุดด้วย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านสหรัฐฯ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่มั่นใจเกี่ยวกับการส่งบุตรหลานของตนไปศึกษา

คุณภาพการศึกษาระดับสูง

แคนาดามีมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษากับคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับโดยนายจ้างและได้รับการพิจารณาว่ามีระดับเทียบเท่ากับปริญญาที่จบจากอเมริกา สหราชอาณาจักรและจุดหมายปลายทางการศึกษาต่อระดับสูงที่อื่น สถาบันการศึกษาของแคนาดา 4 แห่งอยู่ในระดับท้อป 100 มหาวิทยาลัยในการจัดอันดับของ Times Higher Education World University Rankings  ปี 2014-2015 คือ University of Toronto, University of British Columbia, McGill University และ McMaster University โดย Toronto, McGill และ British Columbia อยู่ในท้อป 100 การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของ QS’ World University Rankings 2014-1015 พร้อมกับ Universite de Montreal และ University of Alberta ซึ่งจริงๆ แล้ว Toronto ทะลวงเข้าไปในอันดับท้อป 20 ในการจัดอันดับของทั้งสองสถาบันการจัดอันดับการศึกษาทั้งสองแห่ง

คอร์สการเรียนทางวิขาการทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบเป็นประจำจากสถาบันของตนเพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับสูง หน่วยงานของรัฐบาลเช่นสมาคมมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยแห่งแคนาดา (Association of Universities and Colleges of Canada – AUCC) ก็พร้อมที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า มหาวิทยาลัยดำเนินการให้การศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

บางคนอาจจะประหลาดใจเพียงแค่ว่าแคนาดามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างไร แคนาดาเป็นประเทศที่มีคนอพยพเข้าไป ได้ต้อนรับคนมากกว่า 15 ล้านคนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา คุณทราบไหมว่า แคนาดาเป็นประเทศแรกในโลกที่นำนโยบายความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาใช้ช่วงทศวรรษ 1970 โดยเน้นคุณค่าของความแตกต่างของสีผิวและชาติพันธุ์ ในขณะที่คำว่า “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เป็นคำสามัญในทุกวันนี้ แต่ในแคนาดาไม่เป็นเช่นนั้น แคนาดาเป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนแนวคิดนี้ หนึ่งในสามของชาวแคนาดามีภูมิหลังทางชาติพันธุ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยการสำรวจจำนวนประชากรล่าสุดแสดงให้เห็นว่า หนึ่งในห้าของชาวแคนาดาไม่ได้พูดภาษาทางการทั้ง 2 ภาษาของแคนาดา คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส (สังเกตได้ว่าคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่มณฑลควิเบกแต่คุณก็จะพบคนพูดภาษาฝรั่งเศสทั่วประเทศ) กลุ่มชาติพันธุ์ขนาดใหญ่บางกลุ่มที่คุณอาจคาดหวังที่จะเจอได้มีชาวสก็อต, ชาวไอริช, ชาวเยอรมัน, ชาวอิตาเลี่ยน และชาวจีน ด้วยชนชาติทั้งหมดนี้ที่เป็นตัวแทน คุณจะคาดหวังที่จะพบกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมายที่ผูกพันกับคนชาติพันธุ์เหล่านี้

ค่าใช้จ่ายต่ำ

สำหรับประเทศตะวันตกที่สำคัญอย่างแคนาดาที่อวดอ้างว่ามีเมืองใหญ่หลายเมืองแล้ว ค่าครองชีพของแคนาดาถูกกว่าที่สหราชอาณาจักรหรืออเมริกา ในขณะที่โตรอนโตจัดว่าเป็นเมืองที่แพงที่สุดที่จะเข้าพักอาศัยในประเทศแต่โดยเฉลี่ยแล้วค่าครองชีพที่โตรอนโตก็ยังถูกกว่าที่กรุงลอนดอน มหานครนิวยอร์กหรือซิดนีย์อย่างมาก ซึ่งก็หมายความว่าคุณสามารถแผ่ขยายเงินของคุณได้และคุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการอาศัยอยู่ในเมืองสมัยใหม่อย่างโตรอนโต, มอนทรีล หรือแวนคูเวอร์ได้อีกด้วย

กอร์ปกับเพราะมหาวิทยาลัยแคนาดาได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐ ทำให้ค่าเล่าเรียนต่ำกว่าที่คุณคาดว่าจะต้องเสียให้กับมหาวิทยาลัยอเมริกา มีทุนการศึกษาจากรัฐบาลของประเทศเช่นเดียวกันกับโปรแกรมการให้ทุนการศึกษาของแคนาดา

การวางแผนภายหลังการศึกษา

มีคำถามจากนักเรียนต่างชาติเมื่อมีการตัดสินใจว่าจะเรียนต่อทีประเทศไหนดีคือ “ฉันจะสามารถยังอยู่ในประเทศที่จะเรียนต่อเพื่อทำงานได้หรือไม่เมื่อฉันเรียนจบ” นักเรียนต่างชาติบางคนต้องการเปลี่ยนชีวิตของตนอย่างสมบูรณ์มากกว่าจะกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม คุณต้องมั่นใจด้วยว่าคุณจะได้รับอนุญาตให้คงอยู่ในประเทศนั้น ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในแคนาดาเองนั้น นักเรียนต่างชาติผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยสามารถทำงานในแคนาดาเป็นเวลา 1 ปีภายหลังได้รับวุฒิบัตร นักเรียนต่างชาติมีอิสระที่จะทำงานขณะเรียนด้วย

ประกอบกับกับ 90 เปอร์เซนต์ของผู้จบการศึกษาจากสถาบันในแคนาดาจะหางานได้ภายใน 6 เดือน การพัฒนาอนาคตด้านการงานของบุคคลถือเป็นหนึ่งในแรงจูงใจสำคัญในการตัดสินใจของนักเรียนส่วนใหญ่ที่จะศึกษาต่อต่างประเทศดังนั้นจึงถือเป็นข่าวที่ดีมาก

 

:: สถาบันที่เปิดคอร์สภาษาอังกฤษ EFLในแคนาดา ::

ค้นหาคอร์ส

แคนาดา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

นภัสศรันย์จบนิเทศ และทำงานอยู่ในวงการโฆษณาอยู่หลายปี ก่อนย้ายมาอยู่อังกฤษ ปัจจุบันทำงานด้านสื่อonline ในเวลาว่างชอบวาดรูป และทำอาหารเกาหลี และเมนูเพื่อสุขภาพ ตอนนี้กำลังหัดภาษาเสปน เป็นภาษาที่ 5