ขั้นตอนเรียนต่อ
จีน: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เรียนปริญญาโทสาขาครูสอนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1 ค้นฟ้าคว้าทุนรัฐบาลจีน

4756

เพราะภาษาคือประตูสู่โอกาส และ ‘จีน’ ก็เป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับจ้อง ทุกวันนี้การเรียนภาษาจีนเพื่อการสื่อสารจึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักธุรกิจทั่วโลก ปัน-ชนินทร พิทักษ์วรรัตน์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มองเห็นโอกาสนั้น เขาจึงตัดสินใจสมัครเรียนต่อปริญญาโทสาขา Teaching Chinese to Speakers of Other Languages มหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Studies University) เพื่อต่อยอดความรู้จากพื้นฐานภาษาจีนที่มีอยู่ไปสู่การเป็นครูสอนภาษาจีนมืออาชีพ โดยปันได้รับทุนรัฐบาลจีนเต็มจำนวนและเพิ่งเรียนจบกลับมาเมืองไทยหมาดๆ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

 

บทสัมภาษณ์ ปัน-ชนินทร แบ่งออกเป็น 2 ตอน 

 

ทำอะไรอยู่บ้างก่อนจะไปเรียนต่อที่ประเทศจีน?

หลังเรียนจากจบเอกสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ผมทำงานเป็นนักแสดงอิสระอยู่ประมาณสองปีครับ หนักไปทางแสดงละครเวทีซะเยอะ ทีนี้ละครส่วนใหญ่จะซ้อมตอนบ่าย แล้วผมพอมีความรู้ภาษาจีนติดตัวอยู่บ้าง เลยใช้เวลาช่วงเช้าสอนภาษาจีนกลุ่มเล็กไปด้วยและรับแปลเอกสารบ้างในบางโอกาส

 

 

ทำไมถึงสนใจเรียนต่อที่ประเทศจีน?

ต้องเกริ่นก่อนว่าพ่อแม่ส่งผมไปเรียนภาษาจีนวันเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และผมเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ที่ประเทศจีนหนึ่งปี ทำให้ได้ซึมซับอะไรหลายอย่างจากจีนมาเยอะ แล้วพอมาสอนภาษานักเรียนหลายคนก็บอกว่าสอนสนุกดี ได้ความรู้นำไปใช้งานได้จริง ทำให้เรามีกำลังใจและมีความสุขที่ได้เห็นนักเรียนของเราสนุกกับการเรียนและสื่อสารภาษาจีนได้ พอถามตัวเองว่าจะทำอะไรดีที่ให้ความมั่นคงกับชีวิตได้ ก็เลยเลือกเรียนต่อปริญญาโทสาขาการสอนภาษาจีนแก่ชาวต่างชาติซะเลย

 

 

ทุนจากรัฐบาลจีนสำหรับนักเรียนไทยมีสาขาวิชาอะไรให้เลือกเรียนบ้าง?

ทุนรัฐบาลจีนหรือที่รู้จักกันในนาม CSC ครอบคลุมแทบทุกสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยที่สามารถให้ทุนนี้ได้ก็ครอบคลุมแทบจะทั่วประเทศ ตอนสมัครเราต้องระบุสาขาที่อยากเรียนไปพร้อมกับเอกสารสมัครทุน ทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากคุณสมบัติต่างๆ ว่าเราควรจะได้รับเงินสนับสนุนไหม

 

จีนแจกทุนเยอะมาก ทั้งทุนสถาบันขงจื๊อ (CIS) ที่ให้เด็กเรียนภาษาและสาขาการสอนภาษาจีน, ทุนของมณฑลต่างๆ, ทุนของเมือง, ทุนประเทศในเครือเอเชียอาคเนย์ (AUN) ฯลฯ มีตัวเลือกเยอะมากจริงๆ ใครอยากได้ทุนเรียนต่อจีนรีบหาข้อมูลตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ

 

ผู้สมัครทุนจำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาจีนไหม?

เรื่องภาษานี่มีคนถามกันมาเยอะมาก แน่นอนถ้าไปเรียนหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ถ้าเลือกหลักสูตรที่เรียนเป็นภาษาจีน ตอนสมัครทุนสามารถระบุได้ว่า ขอเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมก่อนหนึ่งปีแล้วค่อยเรียนปริญญา ถ้ามหาวิทยาลัยพิจารณาจากข้อมูลอื่นๆ แล้วเห็นว่า เออ เด็กคนนี้ควรปั้น แต่ภาษาต้องปูเพิ่มนะ ก็จะให้ไปเรียนภาษาก่อนหนึ่งปี แต่ถ้าเห็นว่าเก่งอยู่แล้วแต่มาแอ๊บขอเรียนภาษาเพิ่มก่อนฟรีๆ หนึ่งปี เขาก็จะให้เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาเลย

 

สำหรับการสมัครทุนสาขา Teaching Chinese to Speakers of Other Languages ต้องมีทักษะภาษาจีนถึงระดับไหน และต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการรับรองทักษะของเรา?

การสอบวัดระดับภาษาจีนที่เป็นสากลที่สุดมีชื่อว่า HSK มีระดับ 1-6 รายละเอียดของระดับ1-3 ไม่แน่ใจเพราะไม่ค่อยมีใครสอบ ส่วนระดับ 4-6 จะผ่านที่ 180 จาก 300 คะแนน ซึ่งเอาจริงๆ ในเกณฑ์การรับสมัครทุนไม่ได้พูดถึง HSK เลย แปลกเหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงว่าการเข้ามาเรียนปริญญาโทสาขานี้ อย่างน้อยที่สุดก็ควรมีความรู้ระดับ 4 นะครับ ไม่งั้นมาเรียนคงทุกข์ระทมขื่นขมหัวใจเอาการ มหาวิทยาลัย Shanghai International Studies ที่ผมเรียนกำหนดเกณฑ์ HSK ปลายทางเอาไว้ว่า จะต้องมี HSK ระดับ 6 ที่คะแนนอย่างน้อย 220 ถึงจะมีสิทธิ์ยื่นวิทยานิพนธ์ให้คณะกรรมการตรวจ ถามว่ายากไหม ไม่ยากหรอก สำคัญที่ขยันพอหรือเปล่าเท่านั้นแหละ

 

นอกจากภาษาจีนแล้วต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษด้วยหรือเปล่า เช่น IELTS TOEFL?

ถ้ามาเรียนหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาจีน คะแนนพวกนี้ไม่จำเป็น

 

อยากได้ทุนต้องเกรดดีขนาดไหน สอบข้อเขียนวิชาอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

แรกสุดเลยผมยื่นเอกสารปึกเบ้อเร่อไป ปึกนี้สำคัญสุด ต้องมี Diploma, Transcript, Study plan, Recommendation letters จากอาจารย์สองท่าน และผลตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ก็ยังมี CV และประกาศนียบัตรที่ผมเพิ่มเข้าไปเองด้วย รายละเอียดของแต่ละทุนค่อนข้างยิบย่อยและแตกต่างกันออกไป แนะนำให้คนที่สนใจสมัครไปหาอ่านรายละเอียดของแต่ละทุนดูอีกทีนะครับ

 

แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการสมัครทุนคือกึ๋น วิสัยทัศน์ และทัศนคติ หลักๆ เลยคือเราต้องมีเป้าหมายชัด รู้จักว่าตัวเองเป็นใคร อยากได้ทุนเพราะอะไร เมื่อได้แล้วจะทำอะไร และเรียนไปเพื่ออะไร เด็กคนนี้เมื่อเรียนจบไปแล้วมีแนวโน้มที่จะทำให้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงมากขึ้นไหม จะมีหน่วยก้านผลิตผลงานดีๆให้กับมหาวิทยาลัยไหม นี่คือสิ่งที่มหาวิทยาลัยคิด เพราะยิ่งนักศึกษามีผลงานดีๆ (โดยเฉพาะผลงานทางวิชาการ อย่างน้อยสุดก็วิทยานิพนธ์) มีหน้าที่การงานดีๆ สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย ก็ยิ่งทำให้มหาวิทยาลัย ranking สูงขึ้น 

 

สิ่งที่ว่ามาทั้งหมด มันจะแสดงออกมาผ่าน Study Plan ของเรา เรื่องนี้สำคัญมาก Study plan คือ First impression ที่มหาวิทยาลัยจะทำความรู้จักเรา เป็นคนคิดเป็นขั้นเป็นตอนรึเปล่า รู้จักตัวเองรึเปล่า เวิ่นเว้อรึเปล่า เป็นคนคิดเองเป็นรึเปล่า ฯลฯ ทุกอย่างมันถ่ายทอดออกมาผ่านตัวหนังสือ อย่าเขียนเกินหนึ่งหน้ากระดาษ ขอแบบ ปัง! ปัง! ปัง! จบ... อะไรที่เขารับรู้ได้จากเอกสารแผ่นอื่นอยู่แล้วไม่ต้องเวิ่นเว้อไปใน Study plan

 

เราเชื่อว่าทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือทำยังไงให้ทางมหาวิทยาลัยรับรู้และเชื่อมั่นในจุดแข็งที่เรามี (โดยมีมูลความจริงรองรับ) ถ้ามีประสบการณ์ทำงาน เคยแข่งได้รางวัล เคยผ่านเวิร์กชอปเจ๋งๆ ฯลฯ ก็สามารถทำ CV แยกออกมาต่างหากได้ ทำยังไงก็ได้ให้คนอ่านใบสมัครได้ข้อมูลที่ดีที่สุด ในเวลาที่สั้นที่สุด อ่านเข้าใจง่ายที่สุด (อย่าลืมว่าผู้คัดเลือกต้องอ่านใบสมัครเป็นร้อยๆ ใบ)

 

ส่วนเรื่องเกรดสมัยเรียนเป็นเรื่องที่แก้อะไรไม่ได้แล้ว อย่าไปกังวลมันเยอะ เราแค่ต้องฉลาดเลือก ประเทศจีนกว้างใหญ่มาก มีมหาวิทยาลัยให้เลือกเยอะมาก แค่ต้องหาข้อมูลให้ดีว่าส่งใบสมัครไปที่มหาวิทยาลัยไหนแล้วจะมีลุ้น อย่างไรก็ตาม อย่าประมาณตัวเองต่ำเกินไป มาตรฐานความเก่งกาจของนักศึกษาไทยสูงไม่แพ้ประเทศอื่น ขอให้มั่นใจในจุดนี้

 

สอบสัมภาษณ์ถามแนวไหน เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน?

หลังจากผ่านขั้นตอนการยื่นเอกสารแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งจะสรุปชื่อเราเป็น nominee ยื่นขอทุนจากรัฐบาลเลย ซึ่งถ้าไม่มีเหตุอะไรผิดพลาดก็หมายถึงได้ทุนแล้ว แต่อย่างมหาวิทยาลัยที่ผมสมัครยังต้องสอบข้อเขียนความรู้เกี่ยวกับสาขาที่เรียนนิดหน่อยชิวๆ ตอบกลับทางอีเมลภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นสัมภาษณ์ Video call กับอาจารย์ เขาก็ถามทั่วๆไป ถ้าเขียน Study plan เองเตรียมเอกสารเองยังไงก็ตอบได้ หลังจากนั้นถึงจะสรุปรายชื่อ nominee

 

ทุนนี้เปิดรับสมัครช่วงไหนของปี ที่ประเทศจีนเริ่มเปิดภาคการศึกษาเดือนอะไร?

ประเทศจีนเปิดภาคการศึกษาเดือนกันยายน สำหรับทุนมหาวิทยาลัยดังๆ จะเริ่มรับสมัครกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม หลังจากนั้นก็เปิดรับสมัครตามๆ กันมา ต้องคอยตามข่าวรับสมัครจากเว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัย อย่างช้าสุดน่าจะหมดเขตประมาณเดือนพฤษภาคม และประกาศผลช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แต่ก่อนยื่นสมัครทุนเราต้องหาข้อมูล เลือกมหาวิทยาลัย เตรียมเอกสาร และอื่นๆ อีกมากมาย จึงแนะนำว่าควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ต้นปี

 

 

คิดว่าอะไรทำให้เราได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัย?

คงเป็นเพราะเป้าหมายชัด ผมตั้งเป้าไว้เลยว่าจะต้องให้ทางมหาวิทยาลัยเห็นว่าผมเกี่ยวข้องกับความเป็นจีนมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่กับความเป็นจีนเรื่อยมา และระบุชัดเจนว่าความฝันในอนาคตคือการเปิดคอมมูนิตี้จีนในประเทศไทยที่สอนภาษาจีนในรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง เมื่อเรามีเป้าหมายชัด เราก็สรรหาเหตุผลต่างๆ มาซัพพอร์ตให้เขาเห็นว่าเรามีหน่วยก้านที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้จริงๆ ซึ่งมันก็บ่งบอกผ่าน CV และผลงานต่างๆ ที่เราระบุไปในใบสมัคร

 

ทุนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ทุน CSC แบบเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร มีที่พัก ประกันสุขภาพ และเงินเดือนให้ สำหรับปริญญาโทได้เดือนละ 3,000 หยวนทุกเมือง แต่ไม่ครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบิน

 

นักเรียนทุนสามารถทำงานพิเศษได้ไหม?

เราถือวีซ่านักเรียน ฉะนั้นจึงไม่สามารถทำงานในบริษัทที่ต้องใช้วีซ่าทำงานได้ แต่ก็มีช่องทางการหาเงินมากมาย เช่น หางานฟรีแลนซ์อย่างล่ามหรือแปลเอกสารที่รับเงินเองโดยตรงจากบุคคลผู้จ้าง หรือช่วงไม่มีเรียนก็ไปเป็นนักศึกษาฝึกงานในบริษัทที่ให้เบี้ยฝึกงาน

 

อ่านต่อ :: ตอนที่ 2 ชีวิตนักเรียนไทยในจีน

 

 

นอกจากมหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ที่ปันได้ทุนไปเรียนต่อ ในประเทศจีนก็ยังมีสถาบันอุดมศึกษาที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง คลิกที่ลิงก์เพื่อดูรายละเอียดของแต่ละมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมและฝากคำถามไปยังมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ

 

มหาวิทยาลัยในจีนที่น่าสนใจ

 

ค้นหาคอร์ส

จีน
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง