ขั้นตอนเรียนต่อ
จีน: เมื่อมาถึง

เรียนปริญญาโทสาขาครูสอนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 2 ชีวิตนักเรียนไทยในจีน

1274

ในบทสัมภาษณ์ เรียนปริญญาโทสาขาครูสอนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติศึกษาเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1 ค้นฟ้าคว้าทุน เราได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครเรียนต่อและขั้นตอนการขอทุนจากมหาวิทยาลัยในประเทศจีนกันไปแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาบินลัดฟ้าสู่เมืองจีนและเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ มาติดตามกันว่าชีวิตนักเรียนไทยในจีนของ ปัน-ชนินทร พิทักษ์วรรัตน์ จะต้องเจอกับอะไรบ้าง

 

บรรยากาศเมืองเซี่ยงไฮ้

 

เพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่มาจากประเทศอะไร?

สาขาที่ผมเรียนมีทั้งวิชาที่เรียนร่วมกับเพื่อนจีนและวิชาที่เรียนแยกเฉพาะต่างชาติ ห้องต่างชาติมีคนไทย ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย คาซัคสถาน อุสเบกิสถาน รัสเซีย ยูเครน รุ่นผมแปลกหน่อยตรงที่ฝรั่งหัวทองน้อย แต่รุ่นอื่นจะหลากหลายกว่ามีทั้งเยอรมัน สเปน เวียดนาม เวเนซูเอล่า โมรอคโค ฯลฯ ส่วนในหอพักเชื้อชาติที่เจอเยอะสุดสามอันดับแรกคือ ไทย เกาหลี อินโดนีเซีย อาจเป็นเพราะสามชาตินี้ชอบเกาะกลุ่มด้วยมั้ง เลยรู้สึกว่าเยอะ (หัวเราะ)

 

 

ข้อดี/จุดเด่นของ Shanghai International Studies University ที่เอื้ออำนวยต่อการมาเรียนต่อสำหรับนักเรียนไทย?

มหาวิทยาลัยนี้นักเรียนไทยเยอะ มีที่ปรึกษารอบด้าน ก็อยู่ที่ตัวเราแล้วแหละว่าจะเลือกเกาะกลุ่มกับชาติไหน ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่จัดว่ามีชื่อเสียงในเรื่องการเรียนการสอนภาษาจีน ทำให้มีนักเรียนจากหลายชาติเข้ามาเรียน เราจึงมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่จากประเทศต่างๆ รอบโลก

 

ส่วนเรื่องที่ตั้ง มหาวิทยาลัยจะอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานี การเดินทางสะดวก และเนื่องจากมันอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่มีทุกอย่างครบครัน อยากกินอาหารชาติไหนมีหมด ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาในการปรับตัวเรื่องอาหารการกิน

 

ตลาดสดในประเทศจีน

 

ช่วงแรกที่ไปถึงต้องปรับตัวเรื่องอะไรมากเป็นพิเศษ การที่เรามีเชื้อสายจีนทำให้ปรับตัวง่ายขึ้นไหม? 

การมีเชื้อสายจีนไม่ได้มีผลอะไรมากมายกับการปรับตัวที่นั่นนะ แต่โดยรวมๆ เรื่องการอบรมหลายๆ อย่างของไทยกับจีนจะใกล้เคียงกันอยู่แล้ว เช่น ระบบอาวุโส, ความมีพิธีรีตอง, ความเกรงใจ ฯลฯ จริงๆ เรื่องการปรับตัวไม่ว่าจะไปอยู่ประเทศไหนก็ตาม ไม่ยากเลย แค่เปิดใจให้กว้าง ไม่ว่าเคยได้ยินเคยเห็นข่าวอะไรมา ควรไปเห็นด้วยตาตัวเองค่อยตัดสิน บอกตัวเองว่าเรามารู้จักสิ่งใหม่ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อให้คนทั้งโลกเป็นอย่างที่เราต้องการให้เป็น แต่เราเกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากกว่า เวลาจะไปอยู่ต่างถิ่นเอาเฉพาะสิ่งที่จำเป็นใส่กระเป๋าไป อคติไม่ต้องเอาไป

 

ระบบการเรียนการสอนเป็นยังไง แตกต่างจากเมืองไทยเยอะไหม?

ประเทศจีนจำนวนประชากรสูง พื้นที่กำลังพัฒนาเยอะ ผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองใหญ่ ทำให้การแข่งขันสูง เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผลการเรียนบนแผ่นกระดาษเป็นตัวชี้วัดคัดเลือกคนในขั้นต้นที่ง่ายที่สุด ทำให้คนจีนถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ (จนบางทีก็เครียด) ว่าต้องตั้งใจเรียนเพื่อให้สอบได้คะแนนสูงๆ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม คนจีนจึงเอาจริงเอาจังกับการเรียนค่อนข้างมาก บางทีมีอารมณ์ขี้เกียจบ้างแต่คนจีนก็จะกัดฟันทำงานจนเสร็จให้ได้ แต่เรื่องความรอบคอบและละเอียดในชิ้นงาน หลายๆ ครั้งเราแอบรู้สึกว่าคนจีนค่อนข้างมองข้ามนะ เหมือนพอรู้สึกว่าตัวเองภาระเยอะ ก็จะรีบจัดการแต่ละภาระออกจากตัวให้เร็วที่สุด

 

จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทไหม?

ไม่ได้มีการกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร แต่การขอทุนก็เหมือนสนามแข่งขันอย่างหนึ่ง ถ้ามีผู้สมัครเข้ามาเยอะ ทางมหาวิทยาลัยเขาก็อยากเลือกคนที่พร้อมและครบเครื่องที่สุดก่อน....อีกประเด็นคือผมแนะนำให้คนที่อยากเรียนต่อลองทำงานในสาขาวิชาที่สนใจดูก่อน เพื่อให้เรารู้จักตัวเอง ว่าเราชอบมันจริงๆ ไหม จะอยู่กับมันได้ตลอดไหม การเรียนต่อควรเป็นการไปเพื่อตอบโจทย์ชีวิต เราไปเรียนต่อเพราะมันช่วยปูทางไปสู่อนาคตตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ถ้าอุตส่าห์ไปเรียนตั้งนาน กลับมาทำงานแล้วเพิ่งค้นพบว่าไม่ชอบเลย ก็เสียดายเวลาที่อุตส่าห์ไปเรียนนะ

 

ช่วงแรกเจอกับอุปสรรคด้านภาษาบ้างหรือเปล่า?

ผมได้เปรียบตรงที่ได้คลุกคลีอยู่กับภาษาจีนมานานแล้ว เรื่องภาษาก็เลยรอดตัวได้อยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเลย เรียนปริญญาโทจะต้องคลุกคลีกับทฤษฎีค่อนข้างเยอะ บางคำเจอเข้าไปก็อึ้ง “นี่อะไรวะเนี่ย! เกิดมาไม่เคยเห็น” 

 

สำหรับคนที่บอกว่า ผมไม่เคยเรียนภาษาจีนซักนิดเลยพี่ หนูเรียนมาแค่สองเดือนเองค่ะ ไม่ต้องกังวล...สถานการณ์ต่างๆ มันจะบังคับให้เราต้องอยู่รอดเอง ก็อยู่ตรงนั้นแล้วอะ ไม่พูดก็อดตายถูกป่ะละ ยิ่งไม่กล้าพูดจะยิ่งซึมเศร้าและร้องไห้อยากกลับบ้าน แต่ถ้าลองผิดลองถูก กล้าพูดผิดพูดถูก เราจะสนุกกับมันและเรียนรู้ได้เร็ว

 

บรรยากาศในห้องเรียน สังคมเพื่อน ครูอาจารย์เป็นยังไง แตกต่างจากเมืองไทยอย่างไรบ้าง?

ว่ากันตรงๆ ด้วยความแตกต่างทางไลฟ์สไตล์ ประกอบกับวิทยาเขตที่พี่เรียนคนต่างชาติเยอะ คนจีนน้อย และด้วยธรรมชาติของคนจีนที่จะค่อนข้างเกาะกลุ่มกัน คนจีนก็เลยอยู่กับคนจีน คนต่างชาติก็อยู่กับต่างชาติ แต่มันก็ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าไลฟ์สไตล์ของเราตรงกับกลุ่มไหนมากกว่า ด้วยความที่เราได้สัมผัสกับทั้งสองแบบเลยแชร์ให้ฟังได้ ถ้าได้ลองเข้าไปสัมผัสอยู่ในกลุ่มคนจีนแล้วจะรู้เลยว่า คนจีนไนซ์ ให้เกียรติเพื่อน และยินดีช่วยเหลือ เวลาที่เราประสบปัญหาอะไรคนจีนมักจะเสนอช่วยเหลือด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขอเลย และจะให้คำแนะนำอะไรดีๆ เยอะ และแน่นอนเราจะได้คำศัพท์หรือวิธีการพูดแบบจีนแท้ๆที่ในหนังสือไม่มีสอนอย่างแน่นอน

 

บรรยากาศในห้องเรียน

 

ส่วนเรื่องครูประเทศไหนก็น่าจะเหมือนกันหมดแหละ มีทั้งครูที่ใส่ใจและไม่ใส่ใจ บางวิชาเรียนจนจบเทอมยังไม่รู้เลยว่าตกลงวิชานี้พูดถึงอะไร ในขณะที่ครูบางคนใส่ใจมาก แต่สิ่งที่ต้องระลึกเสมอคือ ในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัย เราจะมารอให้อาจารย์ป้อนข้อมูลเหมือนประถม-มัธยมไม่ได้แล้ว อยากรู้อะไรเราต้องไปหาเอง โดยเฉพาะเรื่องวิทยานิพนธ์ ทุกคนจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา หน้าที่ของเขาคือให้คำปรึกษา ไม่ใช่หาข้อมูลให้ และเขาจะไม่คอยเรียกเราเข้าไปพบ เราต้องเข้าหาครูเอง เพื่อนำสิ่งที่คิดมาแล้ว หาข้อมูลมาแล้ว ไปปรึกษาเขา รับคำปรึกษามาและนำไปพัฒนาผลงานต่อเอง

 

นอกจากการเรียนแล้วได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนอะไรที่น่าสนใจบ้าง ทั้งกิจกรรมในฐานะนักเรียนทุน และกิจกรรมอื่นๆ ที่เราเข้าร่วมเอง?

ทำหลายสิ่งเชียวล่ะ ส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่กับสิ่งที่ผมชอบเป็นทุนเดิม เอาที่เท่ๆ ก่อนละกัน (หัวเราะ) คือตอนนั้นเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปร่วมการแข่งขันสอนภาษาจีนที่ BLCU ปักกิ่ง เป็นการเอานักเรียนปริญญาโทที่เรียนสาขาการสอนภาษาจีนทั่วประเทศมาแข่งสอนจีนกัน ผมก็ใช้เทคนิคการแสดงมาช่วยในการสอนภาษา ได้รางวัลที่ 2 มา อาจารย์ดี๊ด๊ากันใหญ่ เป็นความภูมิใจของเราอย่างหนึ่ง

 

 

แล้วก็มีงานพิธีกรเทศกาลสงกรานต์ งานลอยกระทง ที่สมาคมนักเรียนไทยในเซี่ยงไฮ้จัด แข่งร้องเพลงในมหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในทีมงานรับรองตอนที่คณะรัฐบาลไทยมาเยือนเซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการ เป็นล่ามงานต่างๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย เช่น นักธุรกิจไทยมาดูงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรืองาน Thai festival นอกจากนี้ก็จะเป็นพวกกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยหรือทุนจัดให้ เช่น พาเที่ยวใกล้ๆ เซี่ยงไฮ้หนึ่งวัน เป็นต้น

 

 

คิดว่าประสบการณ์ 2 ปีในประเทศจีนให้อะไรกับเราบ้าง มีอะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษและอยากแชร์ไหม?

การไปเรียนในประเทศเจ้าของภาษา สิ่งที่เราได้มันไม่ใช่แค่ภาษา แต่มันหมายถึงการที่เราได้ไปสัมผัสจริงๆ ได้ไปพูดคุยแลกเปลี่ยน ได้รู้จักทัศนคติ วิธีคิด และที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ ที่เขาทำ บางเรื่องที่เรามองว่าเป็นเรื่องเล็กอาจเป็นเรื่องสำคัญมากของคนอื่น บางคำถามที่เค้าถามเรามาก็ทำให้เราฉุกคิดว่า เออ เรื่องพวกนี้เราควรรู้นะ ทำไมคำถามแค่นี้เราตอบไม่ได้ บางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา คนอื่นอาจจะมองว่าจะไปให้ความสนใจอะไรปานนั้น มันทำให้เราเห็นโลกกว้างขึ้นนะ

 

วางแผนเป้าหมายหลังจบการศึกษาไว้ยังไงบ้าง?

อยากเอาการแสดงที่เราชอบกับภาษาจีนมารวมกันให้ลงตัว ผมตั้งใจไว้ว่าจะเปิดคอมมูนิตี้จีนในประเทศไทยที่สอนภาษาจีนในรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ก็กำลังค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวอยู่ครับ

 

 

เห็นว่าทำเพจสอนภาษาจีนด้วย?

เพจใน Facebook ชื่อ “เรียกร้องความสนจีน” ใน Instagram จะใช้ชื่อ attentionchinese ตั้งใจให้เป็นแหล่งแบ่งปันความรู้ทางภาษาจีนและเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ สนุกๆ เกี่ยวกับประเทศจีนครับ แล้วก็มีคลิปทาง Youtube ด้วยชื่อ “เรียกร้องความสนจีน” นี่แหละ รายการบ้าๆ บอๆ แต่ดูแล้วใช้ได้จริงนะ ลองไปเปิดดูจะมีข้อมูลมาแชร์เรื่อยๆ ครับ ขอบคุณคร้าบบบ

 

ใครอยากชิมลางลองใช้ชีวิตนักศึกษาในประเทศจีน แต่สนใจคอร์สภาษาอังกฤษมากกว่า เข้าไปค้นหาข้อมูลได้ที่ สถาบันที่เปิดคอร์สภาษาอังกฤษ EFLในจีน

ค้นหาคอร์ส

จีน
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง