ขั้นตอนเรียนต่อ
ฮ่องกง: การหางานและอาชีพ

เรียนต่อฮ่องกง : ลับฝีมือสายวารสารศาสตร์ในฮ่องกง 1

2858

เรียนต่อฮ่องกง : ลับฝีมือสายวารสารศาสตร์ในฮ่องกง ตอนที่ 1
 

วันนี้พี่ได้มานั่งคุยกับน้องรันที่เรียนจบจาก Hong Kong Baptist Universityในโปรแกรม Master of Arts in International Journalism Studies ซึ่งเป็นโปรแกรมระดับปริญญาโทสั้นๆ เรียนเต็มเวลาแค่ 1 ปี เท่านั้น อันดับโลกของ HKBU นั้นแม้อาจจะไม่โดดเด่นเท่าไหร่ โดยอยู่อันดับที่ 111 จากการอันดับของ Times Higher Education ในปี 2010-2011 ซึ่งเป็นปีที่น้องรันเข้าศึกษาต่อ แต่ถ้าด้านชื่อเสียงทางด้านการผลิตบุคคลากรด้านข่าวนั้น HKBU ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางของคนฮ่องกง

HC : อยากเรียนต่อฮ่องกงต้องเริ่มต้นยังไง

จริงๆแล้วการตัดสินใจไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ฮ่องกงของรัน นั่นเริ่มต้นจากเหตุผลง่ายๆที่ว่า รันเป็นคนที่ค่อนข้างติดบ้าน ไม่ค่อยชอบออกไปไหนไกลๆ และรวมถึงสภาพอากาศที่หนาวจัดก็มีผลกับสุขภาพร่างกายของรันโดยตรงพอสมควร ดังนั้นจึงเลือกที่จะหาสถานที่ศึกษาต่อในทวีปเอเชียเพื่อที่พอมีเวลาว่างแล้วจะได้เดินทางไป-กลับได้สะดวก แต่มีข้อแม้ว่า ไหนๆจะไปเรียนต่างประเทศทั้งที ก็ต้องขอเรียบจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หรือติดอันดับโลกหน่อยล่ะ เพียงเพราะเหตุผลแค่นี้ตัวเลือกประเทศที่รันคิดว่าจะไปศึกษาต่อเลยลดลงไปมากทีเดียว หลังจากนั้นก็ตั้งเงื่อนไขมากขึ้นโดยคิดว่า เราได้ภาษาจีนกลางจากการเรียนในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดังนั้นเราก็ควรไปประเทศที่มีการใช้ภาษาจีนด้วย เพื่อที่จะได้มีโอกาสใช้สําหรับใช้ในการสื่อสาร และเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาภาษาจีนของเราไปด้วย ณ เวลานั้นตัวเลือกของรันก็เลยเหลือแค่ 3 ประเทศ คือ จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่การไปเรียนต่อที่สิงคโปร์นั้นดูเหมือนว่าจะมีขั้นตอนค่อนข้างสลับซับซ้อน และอัตราการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก จึงตัดทิ้งออกไปก่อน สุดท้ายเหตุผลที่สําคัญที่สุด ในการเลือกมาที่ฮ่องกง นั่นก็คือ ความสนใจในวิชาที่ต้องการจะศึกษาต่อ ก่อนที่รันจะตัดสินใจศึกษาต่อนั้นได้ทํางานในวงการสื่อสารมวลชน เป็นเวลาประมาณ 2 ปี ฉะนั้นนี่จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่สุดที่เลือกมาที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน และถูกขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญของเอเชีย (Financial Hub of Asia) รวมถึงวงการสื่อของฮ่องกงยังคงมีเสรีภาพในการนําเสนอข่าวสารอยู่ (Freedom of the Press) แม้ว่าตอนนี้จะกลายเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศคอมมิวนิสต์ยักษ์ใหญ่ อย่างจีนไปแล้วก็ตาม

 

มหาวิทยาลัยในฮ่องกงนั้นมีชื่อเสียงมากมายโดยเฉพาะ University of Hong Kong ที่จัดอยู่ในอันดับมหาวิทยาชั้นนําต้นๆของโลกเสมอมา แน่นอนรันไม่พลาดที่จะสมัครเรียนในด้าน Journalism ของมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วย นอกจาก Hong Kong Baptist University ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่คนฮ่องกงว่าเป็นมหาวิทยาที่ผลิตผู้สื่อข่าวคุณภาพออกมามากที่สุด และดีที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง แต่ต้องขอบคุณการทํางานที่รวดเร็วกว่าของ HKBU ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของตรวจเอกสาร การสอบสัมภาษณ์ ที่ทําให้รันตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่โดยไม่ลังเลครับ

ถามว่าแล้วรันรู้ข้อมูลการศึกษาต่อเหล่านี้ได้อย่างไร ต้องบอกว่า เดี๋ยวนี้อยากรู้อะไรสอบถามอากู๋ Google ได้เลยง่ายมากๆ เพียงแค่เสริ์ชวิชาที่เราต้องการจะศึกษา กับประเทศที่เราต้องการจะไป แล้วดูว่ามีมหาวิทยาลัยไหนบ้างที่เปิดคอร์สในด้านที่เรากําลังสนใจ สิ่งที่เขาต้องการสําหรับการสมัครเรียนมีอะไรบ้าง คะแนน TOEFL หรือ IELTS เอาเท่าไหร่ เปิดรับสมัครวันไหน เปิดเรียนวันไหน ดาวน์โหลดใบสมัครมากรอก และส่งเอกสารทุกอย่างกลับไปที่มหาวิทยาลัย ทุกอย่างมีอยู่บนเว็ปไซต์ของทางมหาวิทยาลัยครับ โดยที่เราไม่จําเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจ้างบริษัทเอเย่นต์เลย

HC : การเรียนที่ฮ่องกงเป็นยังไง คอร์สที่เรียนเป็นยังบ้าง วิธีเรียนวิธีสอบ เหมือนกับที่มหาลัยของไทยไหม

คอร์สเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดรึเปล่า ?

ประสบการณ์ในการเรียนที่ HKBU ของรันนั้นต้องถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ลํ้าค่ามากที่สุดครั้งนึงในชีวิต โดยการเรียนการสอนในห้องจะออกแบบสไตล์ ตะวันตกผสมเอเชีย อาจารย์จะมีทั้งชาวฮ่องกง และจากที่อื่นๆ เช่น อเมริกา อังกฤษ สวีเดน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นนักสื่อสารมวลชนมืออาชีพจากสํานักข่าวระดับโลกหลายๆแห่งทั้งนั้น ที่ HKBU อาจารย์ทุกคนจะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน เนื่องด้วยมีนักศึกษาต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาจีนร่วมเรียนอยู่ด้วย ดังนั้นการเรียนที่ HKBU จึงไม่มีปัญหาทางด้านภาษาแต่อย่างใด การเรียนในทุกคลาสจะเน้นให้ นักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered Learning) โดยผู้สอนจะเน้นให้นักศึกษามีการโต้ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่มีผิดไม่มีถูก ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากการศึกษาในประเทศไทย ที่อาจารย์จะพูดอยู่ฝ่ายเดียว การเรียนแบบนั้นแน่นอนนักศึกษาทุกคนจําเป็น ต้องอ่านหนังสือหลายสิบหน้า หรือถึงร้อยหน้าในบางครั้ง สําหรับการเตรียมตัวเพื่อที่จะได้ตามครูผู้สอน และเพื่อนๆในห้องเรียนได้ทัน ในแต่ละคลาส ส่วนการสอบก็ไม่ค่อยต่างจากระบบการศึกษาในประเทศไทยมาก มีการตัดเกรด A, B, C, D และ F เป็นตัววัดผลการศึกษาเหมือนๆกัน การจบการศึกษาจากคอร์ส MA in International Journalism Studies ของ HKBU ที่รันเรียนนี้ ถูกกําหนดว่าต้องได้เกรดเฉลี่ยรวม 2.75 ขึ้นไป ตลอด 1 ปีการศึกษา ถ้าไม่ถึงก็ไม่จบนะครับ

HC : สําหรับอุปสรรคระหว่างการเรียนมีบ้างไหม

ในบางวิชาจะถูกกําหนดไว้เลยว่า ใช้ภาษาจีนในการสอน ทําให้นักศึกษาต่างชาติหลายๆคนถูกจํากัดจํานวนในวิชาที่จะเลือกเรียนได้ รวมถึงเรื่องเพื่อนๆ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนนักศึกษาจีน โดยเฉพาะที่มาจากแผ่นดินใหญ่ เยอะกว่านักศึกษาจากชาติอื่นๆ หรือเรียกว่าเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ดังนั้นทําให้นักศึกษาต่างชาติหลายคน อาจจะรู้สึกเหมือนชนกลุ่มน้อยเล็กๆ และยิ่งพวกเขาใช้ภาษาจีนในการสื่อสารกันแล้ว ยิ่งทําให้รู้สึกห่างไกลจากพวกเขาไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตามในเวลาทํารายงาน งานกลุ่ม หรือจําเป็นต้องพูดคุยกับนักศึกษาต่างชาติแบบเราๆแล้ว พวกเขาก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษก็คล่องป๋อเลยทีเดียว

อ่านต่อตอนที่ 2 ชีวิตความเป็นอยู่ Lifestyle และที่พักในฮ่องกง
 

ค้นหาคอร์ส

ฮ่องกง
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สรันจบด้านภาษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และต่อโทวารสารศาสตร์ที่ Hong Kong Baptist University ปัจจุบันทำงานด้านPR แต่ก็ยังรับงานเขียนและงานแปล เวลาว่างชอบเล่น แบดมินตัน

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...