ขั้นตอนเรียนต่อ
อิตาลี: แนะนำประเทศและเมือง

10 กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเรียนต่ออิตาลี

272

อิตาลีเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของยุโรปที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะคนที่หลงใหลเรื่องราวประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมมากเป็นพิเศษ หากมีโอกาสได้มาเรียนต่อที่ประเทศอิตาลี 10 กิจกรรมต่อไปนี้คือสิ่งที่เราไม่อยากให้คุณพลาด 

 

1. สำรวจกรุงโรม

โคลอสเซียม จตุรัสโรมัน บันไดสเปน วิหารแพนธีอัน น้ำพุเทรวี มหาวิหารนักบุญเปโตร พิพิธภัณฑ์วาติกัน หอศิลป์บอร์เกเซ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย กรุงโรมคือสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวและนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ล้ำค่า ที่นี่คือศูนย์กลางแห่งอารยธรรม ศิลปะ และศาสนาคริสต์ ประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลของเมืองนี้ จึงดึงดูดใจให้ผู้คนอยากกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

2. ตามรอย มีเกลันเจโล

มีเกลันเจโล หรือที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ไมเคิลแองเจโล มีชื่อเต็มว่า มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี (Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni) ยังไม่ทันตามรอยแค่อ่านชื่อก็เหนื่อยแล้ว แต่เราอยากให้คุณได้ทำความรู้จักกับเขาจริงๆ ค่ะ เพราะมีเกลันเจโลเป็นจิตรกร สถาปนิก และประติมากรที่โด่งดังมากในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองไหนในประเทศอิตาลี เราก็สามารถพบผลงานของเขาได้ เช่น จิตรกรรมคำพิพากษาครั้งสุดท้ายที่เพดานโบสถ์ซิสทีนในกรุงโรม รูปแกะสลักเดวิดที่เมืองฟลอเรนซ์ และผลงานยิ่งใหญ่อื่นๆ อีกมากมาย 

 

3. ดื่มด่ำกับพิซซ่า พาสต้า และอาหารอิตาลีเลิศรสทั้งหลาย

อาหารอิตาเลียนเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับการยอมรับว่าอร่อยและมีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะพิซซ่าแป้งบางกรอบชีสเยิ้มๆ ซึ่งตามแบบฉบับต้นตำรับแท้จะนิยมใส่เครื่องเคราแบบมินิมอล เน้นคุณภาพของวัตถุดิบมากกว่าการปรุง และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความอร่อยล้ำ! นอกจากนี้ก็ยังมีพาสต้า ที่ต้มเส้นแบบอัล เดนเต้ (Al dente) ด้านนอกนุ่มแต่ข้างในยังแข็งอยู่เล็กน้อย เวลากัดลงไปจะได้สัมผัสที่แน่นสู้ฟัน ต้องลองแล้วจะติดใจ จบของหวานแล้วก็อย่าลืมตบท้ายมื้อด้วยไอศกรีมเจลาโต้เข้มข้นหวานมันให้สุขล้ำยิ่งขึ้น ชาวอิตาเลียนแอบกระซิบมาว่า ไม่จำเป็นต้องกินในร้านหรูหราก็ได้นะ เลือกร้านอาหารเล็กๆ สไตล์ทำกันเองในครอบครัว ส่วนใหญ่เขามักจะมีสูตรเด็ดประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา และราคาก็ไม่แพงจนปาดเหงื่อด้วย คุ้มค่าเหมาะกับนักศึกษาอย่างเราๆ เป็นที่สุด

 

4. ล่องเรือลอดใต้สะพานซิงห์ในเวนิส

Bridge of Sighs เป็นแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณไปเยือนเมืองแห่งสายน้ำอย่างเวนิส ชาวเวนิสมีความเชื่อว่าถ้าคู่รักได้จูบกันขณะล่องเรือกอนโดลาตอนที่ระฆังปาไนล์ดังตอนเย็นแและเรือกำลังลอดข้ามสะพานซิงห์พอดี ความรักของทั้งคู่จะยืดยาว นอกจากนี้เวนิสก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคาร์นิวัลที่ทั้งเมืองจะคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาล อ้อ! อย่าลืมหาเวลาไปเยี่ยมชมมหาวิหารซันมาร์โก (Basilica di San Marco) ด้วย เป็นสถาปัตยกรรมชั้นเลิศที่สวยจนไม่อาจละสายตาเลยจริงๆ 

 

5. พักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลสาบโคโม

หากกำลังมองหาสถานที่คลายเครียดหลังผ่านการสอบหรือการส่งโปรเจ็กต์อันโหดร้าย ขอแนะนำให้ตรงดิ่งไปที่ทะเลสาบโคโม ทะเลสาบที่หลายคนยกย่องว่าสวยงามที่สุดในอิตาลี ทันทีที่ไปถึงคุณจะถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพแสนพิเศษ บ้านเรือนก็กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ตกทอดมาจากยุคกลาง ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยไปหมด เหมาะอย่างยิ่งแก่การพกหนังสือเล่มโปรดไปนอนอ่านชิลล์ๆ มองวิวทะเลสาบ ชาร์จพลังให้เต็มที่ก่อนกลับมาลุยงานต่อ 

 

6. สอดส่องหาไอเดียใหม่ๆ ที่มิลาน

เมื่อพูดถึงเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก มิลานย่อมติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินมากนัก การหอบเงินไปถลุงเพื่อการคลายเครียดที่มิลานก็นับเป็นไอเดียที่เข้าท่าทีเดียว แต่ถ้าอยากเที่ยวแนวประหยัดอดออม แค่ไปเดินตามถนนสายแฟชั่นแล้วสอดส่องมองหาไอเดียเจ๋งๆ ที่บรรดานักสร้างสรรค์ขยันครีเอทกันขึ้นมาเท่านี้ก็เพลินได้เหมือนกัน 

 

7. ผจญภัยในชิงเควเตเร

Cinque Terre เป็นเมืองที่องค์กรยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก ชื่อของเมืองแปลว่าแผ่นดินทั้ง 5 เพราะที่นี่ประกอบไปด้วยเมืองชายฝั่งริมทะเลเล็กๆ 5 เมือง ได้แก่ Monterosso, Vernazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore กิจกรรมน่าสนใจคือการ Hiking ขึ้นไปบนภูเขาแบบไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแรงของกำลังขากันหน่อยค่ะ แต่เมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวมุมสูงแล้วรับรองว่าคุ้มค่าที่ยอมเหนื่อยแน่นอน แนะนำว่าถ้ามาถึงแล้วควรจะอยู่สักอย่างน้อยสองวัน วันแรกซื้อทัวร์ไปเดิน Hiking ก่อน ส่วนอีกวันก็ซอกแซกสำรวจตรอกเล็กซอกน้อยของเมืองด้วยตัวเอง และถ้าชอบอยู่กลางทะเลมีน้ำกับทราย~ ก็อย่าลืมติดชุดว่ายน้ำใส่กระเป๋าไปด้วยนะคะ เพราะน้ำทะเลที่นี่ใสแจ๋วน่ากระโดดตู้มมากๆ 

 

8. ย้อนเวลาหาอดีตที่ปอมเปอี

ในอดีตเมืองปอมเปอี (Pompeii) เคยเป็นเมืองท่าที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟจึงได้รับอานิสงส์จากแร่ธาตุของลาวาภูเขาไฟ ทำให้สามารถปลูกพืชผลได้งอกงาม นอกจากนี้ยังเป็นเมืองตากอากาศที่ชาวโรมันผู้มีฐานะร่ำรวยนิยมมาสร้างบ้านพักไว้อีกด้วย ภายในเมืองจึงมีอัฒจรรย์และโรงละครเพื่อความบันเทิงตั้งอยู่หลายแห่ง แต่แล้ววันหนึ่งหายนะก็บังเกิดขึ้น เมื่อเกิดการปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius) ในค.ศ. 79 ทำให้เถ้าถ่านภูเขาไฟที่ร้อนจัดไหลบ่าเข้ามากลืนกินเมืองทั้งเมือง และคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 16,000 คน เมืองปอมเปอีจมอยู่ใต้เถ้าถ่านยาวนานถึง 1,500 ปี ก่อนจะมีการค้นพบอีกครั้ง และเมื่อนำดินที่ทับถมอยู่ออกไป ซากของเมืองแห่งความตายที่เคยรุ่งเรืองในอดีต จึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลีจนถึงทุกวันนี้ 

 

9. สัมผัสสายลมแสงแดดที่ชายฝั่งอามาลฟี

Amalfi Coast คือสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนจะสมบูรณ์แบบ จากการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความงดงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ธรรมชาติสรรค์สร้างและสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกจากฝีมือมนุษย์ กิจกรรมแนะนำคือการเดินสำรวจชายฝั่งไปตามเส้นทางเดินเท้าที่องค์กรยูเนสโก้อนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกโลก และถ้ามีเวลาเหลืออย่าลืมข้ามไปเกาะคาปรี สวรรค์บนดินสุดหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องจับจ่ายช้อปข้าวของแบรนด์เนมแบบพวกเศรษฐีเขาก็ได้ค่ะ แค่ไปเดินสัมผัสความหรูดูว่าคนรวยเขาใช้ชีวิตกันยังไง เท่านี้ก็สนุกแล้ว

 

10. ทัวร์รอบเกาะซิซิลี

Sicily เป็นเกาะต้นกำเนิดของคำว่ามาเฟีย แต่ไม่มีอะไรดิบเถื่อนเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศเป็นชนบทที่ใสซื่อ มีร้านอาหารอร่อยๆ และโรงแรมบูทีคเก๋ๆ ซุกซ่อนอยู่ทั่วเกาะ เหมาะแก่การเช่ารถขับรอบเกาะ แวะชิมอาหารและเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์คือโรงละครกรีก ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ 3 ศตวรรษก่อนคริสตศักราช มหาวิหารแห่งมอนเรอาเล่ สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะสามรูปแบบเข้าด้วยกัน มหาวิหารแห่งปาเลอร์โม่ และภูเขาไฟเอ็ตน่า ภูเขาไฟยังไม่ดับที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ก่อนกลับอย่าลืมซื้อเหล้ามะนาว Limoncello สินค้าขึ้นชื่อของเกาะไปฝากเพื่อนๆ ด้วย รับรองว่าบรรดาคอทองแดงกรี๊ดกร๊าดแน่นอนเพราะมันอร่อยและแอลกอฮอล์เข้มมาก!

ค้นหาคอร์ส

อิตาลี
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง