ขั้นตอนเรียนต่อ
สวีเดน: แนะนำประเทศและเมือง - MUST READ

10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารสวีเดน

20006

10 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารสวีเดน

      วัฒนธรรมอาหารของสวีเดนนั้น มีมากกว่าเพียงแค่มีทบอลและลูกอมปลาเพียง  เพราะยังมีเรื่องราวและอาหารที่น่าสนใจอีกมากให้คุณได้เรียนรู้  และนี่เป็น 10 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอาหารสวีเดนว่าประเพณีและวัฒนธรรมทางอาหารของพวกเขาในชีวิตประจำวันนั้น เป็นอย่างไร

Lingonberry  : ซอสสุดโปรดของชาวสวีเดน

      ซอส Lingonberry  ก็เป็นเหมือนกับซอสมะเขือเทศหรือมัสตาร์ด เพราะซอสชนิดนี้ถูกใช้ทั่วไปอยู่ในอาหารมากมายของสวีเดน ตั้งแต่มีทบอล, แพนเค้ก ไปจนถึงข้าวโอ๊ต  แต่ทั้งๆที่ซอสชนิดนี้มีความหวาน แต่มันก็แทบจะไม่ถูกใช้ทานพร้อมอาหารประเภทขนมปังเลย

ปลาแฮร์ริ่งดอง : หัวใจของโต๊ะอาหาร

      คุณอาจจะเคยเปลี่ยนจากการทำมีทบอลไปทำไส้กรอกหรือแซลมอนแทน   แต่การจัดโต๊ะอาหารแบบสวีเดนนั้นจะไม่สมบูรณ์แบบเลย ถ้าขาดอาหารที่ชื่อปลาแฮร์ริ่งดอง  เพราะนี่ถือว่าเป็นอาหารที่พวกเขารักและโปรดปรานมากที่สุดจนกลายเป็นอาหารมาตรฐานของมื้อที่ขาดไม่ได้ 

      ตั้งแต่ช่วงสมัยยุคกลาง ชาวสวีเดนก็เริ่มนำปลาแฮร์ริ่งมาดองเพื่อถนอมอาหารและการขนส่ง เนื่องจากแถบทะเลบอลติกและชายฝั่งทางตอนเหนือนั้น มีปลาแฮร์ริ่งอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

      ปลาแฮร์ริ่งดองนั้น มีรสชาติมากมายหลากหลายให้คุณได้เลือก ตั้งแต่มัสตาร์ด, หัวหอมใหญ่, กระเทียมไปจนถึงผักชี   โดยมากแล้วพวกเขามักจะทานกับมันฝรั่งต้ม, ซาวครีม, หัวหอม, ชีส, ไข่ต้มและ ขนมปังกรอบ

ขนมปังกรอบ : อาหารสุดแข็งแต่อร่อย

      นอกเหนือจากขนมปังและเนยแล้ว บางครั้งคุณอาจจะได้พบกับอาหารที่ชื่อ knäckebröd หรือขนมปังกรอบ ที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับอาหารจานหลักด้วยทุกครั้ง  ขนมปังเป็นอาหารของชาวสวีเดนมามากกว่า 500 ปีแล้ว เนื่องจากช่วงสมัยแห่งความยากจน ทำให้ต้องมีการคิดค้นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานๆโดยไม่เสียและสามารถกินได้ตลอดฤดูกาล

      โดยขนมปังกรอบของชาวสวีเดนนี้ มีหลายรูปทรง, ความหนา รวมถึงรสชาติ อีกทั้งยังสามารถโรยหน้าด้วยอะไรก็ตามที่คุณต้องการ เช่น หน้าไข่ต้มและปลาคาเวียร์สำหรับมื้อเช้า  หน้าแฮม, ชีสและแตงกวาสำหรับมื้อเที่ยง  และหน้าเนยสดสำหรับมื้อเย็น เป็นต้น

แซนวิชแผ่นเดียว

      เมื่อคุณสั่งแซนวิชทานที่สวีเดน คุณไม่ต้องตกใจถ้าคุณจะได้พบกับขนมปังเพียงแค่ 1 แผ่นแทนที่จะเป็นขนมปังประกบเป็นคู่แบบที่เราเคยเจอทั่วไป  โดยคอนเซปต์ของแซนวิชแผ่นเดียวหรือ Open sandwiches  มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15  คือ ขนมปังแผ่นหนาจะถูกใช้เป็นเหมือนกับจานรองอาหาร

      ในสวีเดน แซนวิชกุ้ง หรือ räksmörgås ยังคงเป็นอาหารหลักที่เสิร์ฟ โดยหน้าของแซนวิชจะประกอบไปด้วยไข่ต้ม, ผักกาดหอม, มะเขือเทศและแตงกวากองโต ราดด้วยซอส creamy romsås

ซุปถั่วและแพนเค้ก

      ชาวสวีเดนมากมายโตมากับการกินซุปถั่วและแพนเค้ก หรือ ärtsoppa och pannkakor ในทุกวันพฤหัส  โดยประเพณีนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาจากกองทัพสวีเดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากวัฒนธรรมของคาทอลิกได้แพร่กระจายไปทั่ว โดยมีการกำหนดว่าห้ามกินเนื้อในวันศุกร์ และต้องทานซุปถั่วในวันพฤหัส เนื่องจากเป็นอาหารที่คนรับใช้ก็สามารถทำได้ง่ายและลาหยุดครึ่งวันในทุกๆวันนี้ได้  

      โดยในปัจจุบัน อาหารกลางวันในร้านอาหารสวีเดนทั่วไปจะเสิร์ฟซุปถั่วและแพนเค้กราดซอส lingonberry ในทุกวันพฤหัส

Prinsesstårta : ความสวยงามตามแบบราชวงศ์

      เค้กที่สร้างสีสันให้กับร้านเบเกอรี่ทั่วสวีเดนยังคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Prinsesstårta หรือเค้กสีเขียวนีออน ที่ตกแต่งหน้าด้วยน้ำตาลรูปกุหลาบสีชมพูแสนสดใส และยังประกอบกด้วยชั้นเค้กสีเหลืองสดที่ทำมาจากมะนาวและคัสตาร์ดวนิลา พร้อมด้วยวิปครีมหนักๆที่ทับด้วยน้ำตาลสีเขียวโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง

      โดย Prinsesstårta ได้ถูกคิดค้นขึ้นในประมาณปี 1920 โดย Jenny Åkerström อาจารย์ของ King Gustav ที่ห้า ลูกสาวของของเจ้าชาย Carl Bernadotte   ซึ่งเจ้าหญิง Margaretha, Märtha และ Astrid  ได้ชื่นชอบเค้กนี้เป็นอย่างมาก และจนกลายเป็นที่มาของชื่อเค้กนี้

      ในปัจจุบันเค้ก  Prinsesstårta ได้ถูกใช้เป็นเค้กที่รับประทานกันในช่วงโอกาสพิเศษหรือวันของเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิต   อีกทั้งยังสีสันของเค้กก็ยังถูกปรับแต่งให้มีหลายหลายมากขึ้น เช่น สีเขียวคลาสสิคและเหลืองสำหรับวันอีสเตอร์, สีแดงสำหรับวันคริสต์มาส, สีส้มสำหรับวันฮัลโลวีน, สีชมพูและฟ้าสำหรับงานปาร์ตี้ และสีขาวสำหรับวันแต่งงาน เป็นต้น

วันพิเศษสำหรับการทานของหวาน

      ในสวีเดน ผู้คนมักจะหาข้ออ้างสำหรับการทำของหวานๆเสมอ ดังนั้นจึงมีวันพิเศษมากมายในปฏิทินที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาสำหรับการเฉลิมฉลอง เช่น Cinnamon Roll Day (Kanelbullens dag) ในทุกวันที่ 4 ตุลาคม, Fat Tuesday (fettisdagen) หรือวันอังคารแรกของฤดูใบไม้ร่วง สำหรับการทานขนมปังกลมพร้อมครีมและอัลมอนต์, ทุกวันที่ 25 มีนาคม เป็นวันสำหรับการทานวาฟเฟิล, ทุกวันที่ 6 พฤศจิกายน เป็นวันระลึกถึง King Gustav Adolf จะมีการทานเค้กช็อกโกแลต เป็นต้น

พวกเขาคลั่งไคล้กุ้ง

      ปาร์ตี้กุ้ง หรือ kräftskivor เป็นหนึ่งเทศกาลที่โด่งดังในช่วงเดือนสิงหาคม ที่เมื่ออากาศอุ่นๆในยามเย็นเหมาะแก่การฉลองด้วยกุ้งสดๆในสวนหลังบ้าน  โดยเทศกาลนี้ได้เริ่มต้นขึ้นจากงานเลี้ยงของชนชั้นสูงของสวีเดนในช่วงศตวรรษที่ 16 ที่กุ้งเป็นประหนึ่งอาหารรสเลิศ และหลังจากนั้นกุ้งก็กลายเป็นอาหารยอดนิยมและแพร่หลายทั่วสวีเดน จนราคาถูกลงและสามารถนำมาฉลองได้กันโดยทั่วไป

Surströmming : ช่วงแห่งปลาสุดเหม็น

      ในทุกวัฒนธรรมมักจะมีอาหารอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่พิเศษและทำให้ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวรู้สึกรังเกียจที่จะทาน  โดยในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นกันยายนเป็นช่วงของเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วไปทางตอนเหนือของประเทศ นั่นก็คือ การเปิดกระป๋องที่ดองปลาแฮร์ริ่งไว้นั่นเอง   โดยเทศกาลนี้มีขึ้นมาตั้งแต่สมัยช่วงศตวรรษที่ 1800 แล้ว 

      ชาวบ้านที่ทำปลาดองเหล่านี้ จะทำกิจกรรมนี้ในกลางแจ้งเพื่อขับไล่ให้กลิ่นที่น่ารังเกียจนี้ลอยออกไป ซึ่งกลิ่นนี้เทียบได้กับไข่เน่ารวมกับน้ำเน่าดีๆนี่เอง

Lördagsgodis : วันเสาร์แห่งลูกอม

      วันเสาร์เป็นเหมือนวันแห่งลูกอมของชาวสวีเดน และเป็นหนึ่งวันต่อสัปดาห์เท่านั้น ที่เด็กๆส่วนใหญ่ได้กินลูกอมตามใจชอบ  โดยในปัจจุบันประเพณีนี้มีขึ้นก็เพื่อป้องกันการเกิดฟันผุของประชาชน  แต่ในอดีตนั้นมีขึ้นจากการฝึกฝนทางการแพทย์  โดยในช่วงปี 1940-1950 นั้น โรงพยาบาล Vipeholm Mental ได้ทำการทดลองกับคนไข้เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของลูกอมและอาการฟันผุ โดยพวกเขาได้มีการแจกลูกอมมากมายในการทดสอบนี้  และหลังจากผลการทดลองออกมา  พวกเขากจึงได้ทำการแนะนำประชาชนว่าให้มีการทานลูกอมเพียงแค่สัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดฟันผุ

-----------------------------------------------------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ความเป็นสวีเดน 
เรียนต่อสวีเดน 
หลักสูตรการเรียนในสวีเดน 

ค้นหาคอร์ส

สวีเดน
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว