ขั้นตอนเรียนต่อ
สวีเดน: แนะนำหลักสูตรและสาขา

สัมภาษณ์นักศึกษา : Jewellery & Corpus

1350

 

บทสัมภาษณ์นักศึกษา : Jewellery & Corpus
ชื่อ : อาทิตยา ผดุงมาตรวรกุล
ชื่อเล่น : อุ๋ม
จบการศึกษาจาก : Konstfack University College of Arts, Crafts, and Design , Sweden 
หลักสูตรที่เรียน : Jewellery & Corpus
ระดับการศึกษา : ปริญญาโท
----------------------------------------


ทำไมถึงเลือกสวีเดนเป็นจุดหมายด้านการเรียนต่อ?
      ชอบที่เป็นประเทศสงบ ความเป็นอยู่ดี ถึงแม้จะหนาวมากก็ตาม  อีกทั้งได้อ่านระบบการเรียนแล้วรู้สึกพอใจกับมุมมองระบบการศึกษาของที่นี่   โดยการรับเข้าเรียนก็เป็นการให้ทุนนักเรียนไปในตัว โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน   โดยรัฐบาลดูแลให้ในส่วนนี้ทำให้รู้สึกว่าสวีเดนมองคุณค่าของการเรียนสำคัญเป็นพิเศษ และเราเองก็ภูมิใจที่ได้คัดเลือกเข้าเรียน  และยังพอใจมากกับความรู้ที่เขามอบให้   นอกจากนั้น การเป็นนักเรียนในสวีเดนยังสามารถใช้สิทธิ์การเป็นนักเรียนของเรารับส่วนลดในระบบต่างๆอีก  เพื่อให้คงค่าใช้จ่ายของเราอยู่ในเกณฑ์สำหรับนักเรียน เช่น บ้านเช่าสำหรับนักเรียน ค่าตั๋วเดินทาง และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

 

ทำไมคุณถึงสมัครเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนี้และการสอนต่างกับไทยอย่างไร?
      มีความสนใจในงาน art and craft เป็นพื้นฐานและชอบ style งานของโรงเรียนนี้ จึงทำให้เลือกเรียนสมัครเรียนที่นี่  ส่วนเรื่องว่าต่างกับไทยอย่างไรนั้น  ในส่วนนี้ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เพราะไม่เคยเรียนปริญญาโทในประเทศไทยมาก่อน จะสามารถบอกได้เฉพาะการเรียนปริญญาโทที่นั่นว่าเป็นอย่างไร 
      โดยเขาจะเน้นให้ศึกษาและทดลองเอง  ไม่มีการสอน  อย่างโรงเรียนที่เรียนเป็น Art school การทำงานจะเป็นหลัก ไม่มีการเรียนการสอนเท่าไหร่นัก นอกจากวิชาที่ทุกคนทุกสาขาต้องเรียน ส่วนวิชาภายในจะเน้นการลงมือทำชิ้นงาน หาเทคนิคใหม่ๆเฉพาะของตัวเอง ถ้ามีปัญหาจะมี Technician คอยเป็นที่ปรึกษาและช่วยคิดหาทาง นอกจากนั้นก็มี workshop ให้ได้ร่วมกันทำงานและแลกเปลี่ยนความคิด  โดยเชิญ Artist มีชื่อเสียงมาร่วม workshop และบอกเล่าประสบการณ์ทำงานและชีวิตนอกโรงเรียนให้ได้รู้

 

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรของคุณ
      ได้มองเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคกับเพื่อนร่วมชั้นและคนอื่นๆในสาขาเดียวกัน การได้ใช้ workshop ที่มีเครื่องมือค่อนข้างครบ อาจจะไม่ที่สุดแต่ก็ถือว่าค่อนข้างมากและสะดวก อีกทั้งยังมีโอกาสได้เดินทางไปดูงาน Fair ในยุโรปตามที่ Prof. แนะนำ

 

คุณพักอาศัยอยู่ที่ใด และสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยคุณเป็นอย่างไร ?
      ที่สวีเดนจะมี Apartment นักเรียนให้ได้เช่า โดยต้องลงชื่อเข้าระบบเพื่อต่อคิว แต่เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกลจากตำแหน่งหอนักเรียนราคาย่อมเยานี้และต้องการความสะดวกมากกว่า ทำให้ต้องหา apartment เช่าเอง   โดยการหาห้องเช่าเองนั้น ต้องจ่ายค่าเช่า ค่าไฟ และค่า internet แยก (ส่วนมากค่าน้ำจะรวมอยู่ในค่าเช่า และบางบ้านเช่า Landlord จะรวมค่าไฟและ internet ไปแล้วในค่าเช่า แล้วแต่ตกลง เป็นแบบเหมา)

 

กิจกรรมของมหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง?
      กิจกรรมงานใหญ่จะเป็น Christmas Market (ภ.สวีดิช Julmarknad) เป็นตลาดขายงานของนักเรียนในโรงเรียนในช่วง ปลาย พ.ย. - ต้น ธ.ค. เพียงสองวัน เสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของ เดินดูงานนักเรียนเป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสดีที่จะได้หาเงินก็เฉพาะในช่วงนี้
      นอกจากนั้นแล้วแต่ภาคเรียนและชั้นเรียน อาจมีการจัก exhibitionงานนักเรียน ภายในโรงเรียน หรือ ข้างนอก แล้วแต่การวางแผนภายใน ซึ่งภายในโรงเรียนจะมีงานของนักเรียนแสดงหมุนเวียนอยู่เรื่อยๆ สลับกันไปแต่ละภาค

 

ความท้าทายที่มากที่สุดที่คุณเผชิญหน้าในช่วงปีแรกคืออะไร?
      ความไม่เข้าใจในระบบการเรียนและหลงทางในโรงเรียน ครึ่งปีแรกจะเสียเวลากับการงุนงงเดินไปมา หาทาง หาของ พอเริ่มรู้และเข้าใจระบบมากขึ้น ปรับตัวได้ ทำให้เทอมถัดมาคล่องตัวทำงานได้ดีมากขึ้น

 

คุณประทับใจอะไรในสวีเดน?
      ระบบการเดินทางทุกอย่างในประเทศได้วางแผนมาอย่างดีมีประสิทธิภาพ เวลาเกิดเหตุขัดข้องเขาก็จะหาระบบรองรับแก้ไขได้ดีเลยทีเดียว เช่น ในฤดูหนาว2009 มีหิมะตกลงมามากและหนาวเย็นมากกว่าปกติ ทำให้ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินบางส่วนไม่สามารถใช้งาน เขาก็จะจัดรถมารองรับในเส้นทางที่ใช้งานไม่ได้มาคอยรับส่ง แล้วถ้าเกิดรถไฟมาช้ากว่าเวลาที่กำหนด เราสามารถขึ้น taxi แล้วนำใบเสร็จไปเบิกกับบริษัทรถไฟได้ตามจำนวนที่เขากำหนด
      ผู้คนส่วนใหญ่จะใจดีและพูดภาษาอังกฤษสื่อสารได้ ส่วนอาหารไม่มีให้เลือกมากเท่าบ้านเรา ราคาแพง แต่พวกพืชผักเนื้อสัตว์ล้วนแล้วแต่เป็นของมีคุณภาพดีทั้งนั้น ชีวิตนักเรียนทำให้ได้ซื้อของลดราคาใกล้หมดอายุเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยป่วยเลย มีร้านขายของ Asia ด้วย สามารถหาซื้อเครื่องปรุงทำอาหารไทยได้ไม่ยาก

 

ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากให้นักเรียนไทยไปเรียนที่สวีเดนมากขึ้นหรือไม่?
      อยากค่ะ นอกจากความรู้นั้น ประสบการณ์ชีวิตในช่วงที่เรียนต่อในต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การที่เราได้มอง ได้อยู่ ได้เห็นสิ่งดีๆจากบ้านเมืองเขา จะทำให้เราได้เรียนรู้ ดำเนินชีวิตตามระบบของเขา ติดตัวเรากลับมานำมาใช้พัฒนาชีวิตและบ้านเมืองเราได้เมื่อกลับมา

 

คำแนะนำที่จะให้กับนักเรียนไทยที่อยากไปเรียนที่สวีเดน
      ถ้าสนใจอยากเรียนต่อด้านไหน ให้ศึกษาหาข้อมูลเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี หาข้อมูลคอร์สรายละเอียดการสมัครให้ดี ทางสวีเดนจะปิดรับสมัครในช่วงต้นปีสำหรับเทอม Fall  และตั้งแต่ปี 2011 ไปนี้ นโยบายการศึกษาของสวีเดนได้เปลี่ยนไปโดยเรียกเก็บค่าเทอมจากนักเรียนนอก EU ถ้าอยากไปเรียนต่อและมีทุนส่วนตัวไม่พอ ต้องเผื่อเวลาศึกษาหาแหล่งทุนการศึกษาที่ให้ตามสาขาที่เราอยากเรียนให้ได้

------------------
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเรียนต่อสวีเดนที่น่าสนใจ
หลักสูตรการเรียนในสวีเดน 
สถาบันการศึกษาของสวีเดน 
เหตุผลที่เลือกเรียนต่อสวีเดน 
ค้นหาที่เรียนต่อในสวีเดน

 

ค้นหาคอร์ส

สวีเดน
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว