ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เรียนปริญญาเอก (PhD) ในสหราชอาณาจักร

6854

เรียนปริญญาเอก (PhD) ในสหราชอาณาจักร

      ในขณะที่หลายคนเริ่มต้นทำงานทันทีหลังเรียนจบ  แต่ก็มีอีกหลายคนตัดสินใจเรียนต่อไปอีกขั้น  ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเรียนในสาขาที่จำเป็นสำหรับต่อยอดทางการงานหรือเรียนเพียงเพราะคุณสนใจในสาขาวิชานั้นๆก็ตาม  แต่การเรียนในระดับปริญญาเอกก็เป็นการสร้างประโยชน์ที่คุ้มค่ากับการเพียรพยายาม  ในวันนี้  Alejandra บรรณาธิการของ Hotcourses จะมาเล่าให้คุณฟังถึงการเรียนในระดับปริญญาเอก (PhD) ว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ในอนาคต

      ในช่วงที่ค่าเล่าเรียนและเงินทุนทางการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลง  ทำให้คุณควรจะต้องพิจารณาให้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่คุณอยากจะเรียน ก่อนที่จะสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาเอก   โดย Ph.D. หรือ Doctor in Philosophy  คือการเรียนระดับสูงที่คุณจะต้องผ่านการฝึกฝนและมีประสบการณ์ในการทำวิจัยในหัวข้อที่คุณเชี่ยวชาญ  ดังนั้น ทักษะที่คุณต้องมี จะมากกว่าทักษะทั่วไปที่ใช้ในการเรียนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท  ซึ่งปกติแล้วการเรียนระดับนี้จะใช้เวลา 3 ปี เพื่อพิสูจน์ความสามารถและความเชี่ยวชาญผ่านงานวิจัย   โดยสิ่งที่คุณจะต้องทำได้หรือแสดงออกมาเพื่อทำให้หัวข้องานวิจัยของคุณสมบูรณ์ มีดังนี้

 

 

  • เชี่ยวชาญในสาขาของคุณ โดยมีความรู้พื้นฐานทั้งทฤษฎีและความเข้าใจที่เกี่ยวข้อง
  • เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับงานวิจัย
  • มีความสามารถในการทำวิจัยด้วยตัวเอง
  • มีความสามารถในการสื่อสารผลงานวิจัยหรือกล่าวบรรยายไปยังบุคคลทั่วไปได้

    Free ukbook   

 

      ในทางการทำงานแล้ว PhD จะผลักดันให้คุณไปสู่ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนหรือการวิจัย คุณจะพบว่าผู้สอนและหัวหน้าสาขาของคุณที่มหาวิทยาลัยจะจบ PhD ทั้งสิ้น  เพราะมันเป็นสิ่งแสดงถึงการมีความรู้ความสามารถ   อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณจบ PhD แล้วคุณจะไม่สามารถทำงานในด้านอื่นๆอย่างธุรกิจหรือการค้า  ในทางตรงกันข้าม การที่คุณมีความเชี่ยวชาญและมีความกระตือรือร้นในการทำงานวิจัย จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพของคุณให้กับนายจ้างที่มองหาผู้ร่วมงานที่มีประสิทธิภาพเสียด้วยซ้ำ  

      โดยทั่วไปแล้ว PhD จะถูกอธิบายว่าเป็น “ผู้สร้างสรรค์ผลงานความรู้ที่เป็นต้นฉบับ” โดยได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษา  แต่อย่างไรก็ตามองค์ความรู้ต้นฉบับที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างมีข้อจำกัด เพราะต้องขึ้นอยู่กับผลงานวิจัยของคนอื่นๆด้วย  เพราะผลงานของเราที่ออกมาจะเป็นการรวมทั้งผลงานวิจัยของผู้อื่นและหัวข้อวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน  องค์ความรู้ใหม่ที่แท้จริงจะมาจากทฤษฎีใหม่ที่ต่างออกไปหรือการทดลองในแนวทางอื่น   ในระหว่างที่คุณเรียน คุณจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนข้อมูลให้กับงานวิจัยของคุณ   และเมื่อคุณจบหลักสูตร คุณจะต้องส่งปริญญานิพนธ์ เพื่อสรุปทุกอย่างที่คุณทำและวิจัยอยู่ทั้งหมด

 

MPhil vs. PhD

      คนมักจะสับสนและไม่เข้าใจว่าระหว่าง PhD และ Master's หรือ MPhil (Master of Philosophy) นั้น แตกต่างกันอย่างไรและมุ่งเน้นอะไร  โดย MPhil จะมีวิทยฐานะที่ตำกว่า PhD ที่ผู้เรียนจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาขาวิชานั้นๆ และจะเรียนจบภายใน 1-2 ปีสำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา   นอกจากนี้ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ MPhil จะต้องทำวิจัยเช่นกัน แต่หัวข้อและเนื้อหาจะถูกจำกัดกว่า PhD

      วิทยานิพนธ์ต้นฉบับ หรือ original work ในการเรียน PhD นั้นจะเน้นหรือให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า MPhil  เพราะการเรียนในระดับปริญญาเอกนั้น นักเรียนจะต้องมีความสามารถในการค้นหาความจริงและความสามารถในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่สูงและมีศักยภาพ

 

ข้อดีและข้อเสียของการเรียน PhD

      การเรียนในระดับ PhD นั้นจะเต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์  ความสนใจเบื้องลึกของคุณจะได้รับการตอบสนองด้วยการแชร์ความคิดกับผู้อื่นที่มีความคิดและความสนใจเหมือนๆกัน   และยังเป็นการท้าทายเป็นอย่างมากเมื่อคุณสามารถทำในสิ่งที่คุณสนใจให้กลายเป็นความจริงได้ผ่านการทำวิจัย   อย่างไรก็ตามการเรียนระดับนี้ก็ใช้เงินทุนสูง  รวมทั้งเมื่อคุณตัดสินใจเรียนต่อแล้ว คุณก็จะมีโอกาสทางการงานที่ช้าขึ้นอีกด้วย

      ถึงแม้ว่าการเรียนระดับบัณฑิตศึกษาจะเป็นข้อดีในการเขียนใบสมัครงาน และเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งคนอื่นๆ  แต่เพียงแค่ตัวปริญญาก็ไม่สามารถทำให้คุณได้งานอย่างที่คุณต้องการ  เพราะถึงนายจ้างชอบผู้ร่วมงานที่จบการศึกษาระดับสูง แต่คุณก็ต้องสามารถพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นได้ด้วยว่าคุณมีความสามารถจริงตามใบปริญญา  เหมือนอย่างเช่นที่ Carl Gilleard, chief executive of the Association of Graduate Recruiters ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้านักเรียนบัณฑิตศึกษา เลือกเรียนต่ออย่างมีเหตุผลและสามารถอธิบายได้ว่าสิ่งที่เขาเรียนมีค่าอย่างไรต่อนายจ้าง  เขาก็มีคุณค่าพอที่จะเขียนวิทยะฐานะนั้นๆของเขาลงไปในใบ CV ของเขา”

      โดยสรุปแล้ว PhD นั้นเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของคุณที่ต้องยอมเสียสละเงินทุนในปัจจุบัน   ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร  คุณควรคิดเสมอก่อนว่า PhD นั้นใช้เวลาในการเรียนและการทำงานที่หนักมาก  ดังนั้น เพื่อการใช้เวลาสามปีอย่างมีความสุขในการเรียน  คุณควรตัดสินใจให้ดีและแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ


------------------------------------------------------------
ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร PhD  
ชีวิตหลังการเรียน PhD 

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด