ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ก่อนเดินทาง - MUST READ

จัดตารางชีวิต พิชิตเรียนต่อเมืองนอก (ตอนที่ 1 มาเรียนอย่างมีเป้าหมาย)

study
12794

จัดตารางชีวิต พิชิตเรียนต่อเมืองนอก (ตอนที่ 1)

มีเพื่อนๆ และรุ่นน้องหลายคนที่พี่รู้จัก มักจะบ่นถึงความยากและความหนักหนาในการเรียนต่อ โดยเฉพาะการมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เพราะหลักสูตรปริญญาโทแบบเต็มเวลาใช้เวลาเพียงปีเดียว (ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกาหรือไทย ใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง - 2 ปี) หมายความว่าการเรียนที่นี่จะอัดแน่นและหนักกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับระดับปริญญาตรีที่เรามักจะเรียนกันแบบสบายๆ ทํารายงาน หรือไม่ก็อ่านหนังสือไปสอบ ธรรมชาติของการเรียนโทที่นี่จะเน้นให้นักเรียนค้นคว้าหาข้อมูล มีการพูดคุย แสดงความคิดเห็นกันในห้อง ต้องอ่านหนังสือและบทความทางวิชาการค่อนข้างเยอะ ทําให้หลายคนที่มาเรียนที่นี่มักจะบ่นว่า เนื้อหายาก งานหนัก เครียด ไม่มีความสุข เหนื่อย เรียนจบไปก็ไม่รู้จะทําอะไร ทําไมต้องมาเรียน อะไรแบบนี้ด้วย... เออ เนอะ... มาเรียนต่อทําไมเนี่ย

mini book UK
มินิบุ๊ค คู่มือเรียนต่อUK

สําหรับตัวพี่เองไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความเครียดเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ เลยมาลองคิดดูว่า เอ๊ะ ทําไมนะ คนอื่นเค้าเครียดกัน แต่เราไม่เห็นเครียดเลย (ออกจะมีความสุขลัลล้าด้วยซ้ํา) พี่สรุปเหตุผลออกมาได้ 6 ข้อ และคิดว่าคงจะมีประโยชน์กับน้องๆ ที่กําลังจะมาเรียนต่อ หรือคนที่เรียนต่ออยู่ที่นี่อยู่แล้วไม่มากก็น้อย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พี่เองก็อยากจะบอกกับตัวเองในอดีตก่อนจะมาเรียน เพราะถ้ารู้ตั้งแต่ก่อนมาคงจะมีความสุขมากยิ่งกว่านี้อีก

เนื่องจากสิ่งที่พี่อยากจะบอกมี “เยอะ” มาก จึงอยากขอแบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 ตอน เราจะได้ไม่เบื่อกันเสีย ก่อน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

1. มาเรียนอย่างมีเป้าหมาย : มาเรียนเพราะอะไร ทําไมต้องเรียนต่อ 
2. เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งร่างกาย ความคิด และจิตใจ
3. ตีแตกตารางเรียน - เล่น : จัดการเวลาให้อยู่หมัด
4. เปลี่ยนมุมกด (ดัน) ให้เป็นมุมผลัก (ดัน)
5. คบเพื่อนอารมณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
6. Work hard Play hard ชีวิตอย่าอยู่แต่ในมหาลัย หากิจกรรมอะไรทําจะได้ไม่เครียด

ตอนที่ 1 มาเรียนอย่างมีเป้าหมาย : มาเรียนเพราะอะไร ทําไมต้องเรียนต่อ

ลองคิดดูว่าใครจะมีความสุขมากที่สุด
- คนที่มาเรียนต่อเพราะเบื่องาน
- คนที่มาเรียนต่อเพราะที่บ้านบังคับ
- คนที่มาเรียนต่อเพราะไม่รู้จะทําอะไร
- คนที่มาเรียนต่อเพราะอยากได้เงินเดือนเยอะขึ้น
- คนที่มาเรียนต่อเพราะรู้ว่าตัวเองอยากทําอะไร อยากเรียนอะไร และกําลังทําฝันของตัวเองให้เป็นจริง

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนสุดท้ายมีความสุขมากกว่าเห็นๆ

สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่มีความสุขเวลามาเรียนต่อ สิ่งแรกคือ การไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน หลายๆ คนอาจเคยได้ยินคํากล่าวที่ว่า “Without a goal, it is difficult to score” (ถ้าไม่มีเป้าหมาย ก็ไม่รู้จะทําคะแนนได้อย่างไร) การมาเรียนต่อนั้นเหมือนเราออกเดินทางไปยังที่ใหม่ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าจะไปทางไหนเราก็จะวนไปวนมา หลงทาง สุดท้ายแม้สองข้างทางจะสวยแค่ไหนแต่เราก็ยังรู้สึกทุกข์ บางคนที่โชคดีอาจค้นพบจุดหมายที่ตัวเองอยากไประหว่างเดินทาง แต่สุดท้ายการตั้งเป้าหมายไว้ก่อนจะทําให้เราเดินทางอย่างมั่นใจและมีความสุขมากขึ้น

แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเองว่าทําไมถึงอยากเรียนต่อ แต่ก่อนเลือกเรียนอะไรก็ตามต้องลองถามตัวเองดีๆ ว่า นี่เป็นสิ่งที่เราชอบจริงหรือเปล่า อยากรู้จริงหรือเปล่า แล้วจะทําให้เรามีความสุขในระยะยาวหรือไม่ เป็นเรื่องตลกที่คนเราชอบคิดมากเรื่องคนอื่น แต่เรื่องของตัวเองกลับไม่ได้คิดอย่างจริงจัง การเรียนต่อสําหรับหลายๆ คนเป็นประสบการณ์ครั้งเดียวในชีวิต แถมเราต้องจ่ายเงินเยอะขนาดซื้อรถหรือซื้อบ้านได้ ดังนั้นควรจะคิดให้ดีและตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนมาเรียน

อย่างตัวพี่เองตอนเรียนต่อก็คิดแค่ว่า “เบื่องาน เหนื่อย ไม่อยากทํางานแล้ว แม่ก็อยากให้เรียนต่อ เรียนอะไรดี เรียน Marketing ก็แล้วกัน ไหนๆ เราก็เคยเรียนโฆษณามา เรียนต่อ Marketing น่าจะทําให้โลกกว้างขึ้น” เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมาก พอรู้ตัวก็ไปสอบ IELTS สมัครเรียน จนมหาวิทยาลัยตอบรับเรียบร้อย ดันนึกขึ้นได้ว่า ถ้าตัวเองไม่ชอบแนวทางงานที่ทํา แล้วไปเลือกเรียนต่อสาขาที่ต่อยอดจากเดิม ก็ต้องทํางานเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิมอยู่ดี แล้วจะมีความสุขได้ยังไง

ยังดีที่ได้อ่านหนังสือ “Happier” ซึ่งเป็นหนังสือของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทําให้ตัวพี่เปลี่ยน ความคิดของตัวเองเกี่ยวกับการมาเรียนต่อ พี่ได้กลับมานั่งคิดอย่างจริงจังอีกครั้งว่าตัวเองชอบทําอะไร อะไรที่ตัวเองทําได้ดีและมีความสุข สิ่งที่พี่ชอบทํามีหลายอย่าง สิ่งที่เราทําได้ดีก็มีหลายอย่าง และสิ่งที่จะทําให้เรา มีความสุขก็มีหลายอย่าง แต่เมื่อถามว่าอะไรที่ตอบคําถามทุกอย่าง สําหรับตัวพี่คือ “การสอน” อาจจะเพราะเป็นคนที่พูดมาก ชอบแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่นรู้ ชอบเวลาที่อธิบายเรื่องยากๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายๆ พอคิดได้แล้วก็พบว่าตัวเองอยากจะเรียนมากขึ้น

 

เมื่อตั้งเป้าหมายให้ตัวเองใหม่ว่า “จะกลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย” ทําให้มุมมองต่อการเรียนเปลี่ยนไป จาก “การไปเรียนเพราะเบื่องาน” เป็น “การไปเรียนรู้ให้มากที่สุดเพื่อนําความรู้ที่ได้มา ถ่ายทอดให้เด็กๆ รุ่นใหม่” ทําให้พี่รู้สึกสนุกทุกวันที่ไปเรียน ทุกๆ วันที่ได้เข้าห้องเรียนพี่รู้สึกว่าได้ฟังอะไรที่มีคุณค่า ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นคือการเปิดมุมมองและเห็นโลกใบใหม่ ทุกครั้งที่อ่านเอกสาร วิชาการ (ที่แต่ก่อนไม่เคยคิดจะแตะ) คือการเรียนรู้มุมมองของคนอื่นๆ ที่สนใจเรื่องเดียวกับเราและศึกษา เรื่องเหล่านั้นอย่างจริงจัง แม้แต่การเรียนวิชาวิจัย (Research) ที่เพื่อนๆ หลายคนส่ายหน้า พี่กลับรู้สึกว่ามันน่าสนุกที่เราได้เรียนรู้วิธีหาข้อมูลในแบบต่างๆ เพื่อที่เราจะได้หาความรู้ในสิ่งที่เราสนใจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

แค่การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความหมาย สามารถเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสิ่งรอบตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ” 

ติดตามต่อตอนที่ 2

ใครเริ่มมีแนวแล้วอยากตัดสินใจแม่นๆอ่าน 'How to decide : วิธีการเลือกคอร์สสิ่งที่ใช่เรา '

รู้จักพี่จี๊ป

พี่จี๊ปเรียนจบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ หลังจากนั้น ทำงานใน่สวนของ Strategic Planning (การวางแผนกลยุทธ์และการสร้างแบรนด์ )ใน บริษัทเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่งในกรุเทพ ตอนนี้เรียนปริญญาโทด้าน Marketing อยู่ที่ Queen Mary University of London อนาคตอันไกล้ คือ กลับไปเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย ความฝันคือ ต้องการให้นักเรียนไทยเก่งๆ ใครสนใจลองติดตาม FB Page IdeaForEducationThailand  เป็นเพจส่วนตัวเกี่ยวที่เกี่ยวกับการศึกษาไทย

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

study

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด