ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ก่อนเดินทาง - MUST READ

5 มุมแชะรูปห้ามพลาด สำหรับนักเรียนอังกฤษ

4793

5 มุมแชะรูปห้ามพลาด สำหรับนักเรียนอังกฤษ

“ภาพถ่ายหนึ่งภาพแทนคำได้เป็นล้าน” เป็นคำกล่าวสุดคลาสสิกที่ยังคงเป็นจริงอยู่ทุกยุคสมัย กล้องถ่ายรูปจึงถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการไปท่องเที่ยวหรือเรียนต่อเมืองนอก ภาพถ่ายเป็นตัวช่วยชั้นดีในการช่วยระลึกความทรงจำถึงสถานที่ต่างๆ ที่เราเคยไปเยี่ยมเยือน หรือใช้ชีวิตศึกษาอยู่ที่นั่นเป็นเวลานับปี คนที่มีโอกาสใช้ชีวิตนักเรียนนอกควรทำอัลบั้มเฉพาะกิจขึ้นมาสักชุด เก็บไว้เป็นไดอารี่ชีวิตและเป็นภาพประกอบเวลาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้คนอื่นฟังในอนาคต

Free ukbook   

 

 

 

แต่ละเมือง แต่ละประเทศ ล้วนแต่มีมุมเด็ดแลนด์มาร์กดังที่ไม่ควรพลาดแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ Hotcourses ขอพาไปรู้จักกับมุมถ่ายรูปต่างๆ ที่บรรดานักเรียนอังกฤษกระซิบมาว่า “ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง” ใครถ่ายไปลงเฟซบุครับรองเพื่อนๆ แห่มากดไลค์แน่นอน เพราะอังกฤษ (England) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีภูมิทัศน์สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หนุ่มสาวนักผจญภัยที่รักการถ่ายภาพสามารถสะพายเป้แบกกล้อง ท่องไปตามสถานที่ต่างๆ และแชะรูปได้ทุกวันอย่างไม่รู้เบื่อ ใครมีโอกาสได้ไปเยือนอังกฤษอย่าลืมไปถ่ายรูปกับมุมเหล่านี้มาฝากกันบ้างนะคะ

1. สัญลักษณ์ของลอนดอน

Say Hello to London! ลอนดอนเป็นเมืองหลวงสุดฮิปของอังกฤษที่ขึ้นชื่อในเรื่องการท่องเที่ยว ใครมีโอกาสได้มาเยือนสักครั้งรับรองจะติดใจ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของลอนดอนก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นลอนดอนอาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป, ทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์เก่าแก่ใจกลางเมือง, หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) พระราชวังโบราณอายุเกือบพันปี, หรือบิ๊กเบน (Big Ben) หอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ถ่ายครบหมดนี่ก็มีรูปโปรไฟล์ใช้ได้ไปเป็นเดือนแล้วจ้า

Tips: ลองหามุมแปลกๆ ใหม่ๆ หรือครีเอทท่าถ่ายเก๋ๆ ให้ไม่ซ้ำใครดู จะทำให้การถ่ายรูปสนุกยิ่งขึ้น ;)

2. สโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ที่มหัศจรรย์เพราะสโตนเฮนจ์เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดยักษ์ 100 กว่าแท่ง แต่ละแท่งหนักราวๆ 30 ตัน หรือประมาณ 30,000 กิโลกรัม ตั้งวางเรียงกันในลักษณะตั้งบ้าง นอนบ้าง บางแท่งก็ซ้อนอยู่ด้านบน กระจายตัวอยู่บริเวณทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าแท่งหินเหล่านี้สร้างขึ้นเมื่อ 3,000-2,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร และสร้างได้อย่างไรในยุคสมัยที่ไร้เครื่องทุ่นแรง คนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ก็มีเพียงผู้สร้างในยุคสมัยนั้น ซึ่งหมดลมหายใจกันไปเป็นพันๆ ปีแล้ว เรื่องราวของสโตนเฮนจ์จึงยังคงเป็นปริศนาต่อไปตราบนานเท่านาน

Tips: ถ้ามาถ่ายรูปในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกจะเพิ่มความโรแมนติกได้มากโขทีเดียว

3. ตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์

แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นวรรณกรรมชื่อดังระดับโลก ประพันธ์โดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง นักเขียนหญิงชาวอังกฤษ นวนิยายแฟนตาซีเกี่ยวกับการผจญภัยของเหล่าพ่อมด แม่มดวัยรุ่นชุดนี้มีด้วยกัน 7 เล่ม ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากถึง 67 ภาษา จากสถิติปี พ.ศ. 2554 แฮร์รี่ พอตเตอร์ มียอดขายมากถึง 450 ล้านเล่มทั่วโลก และแน่นอนว่าการมีผู้ประพันธ์เป็นชาวอังกฤษ ทำให้หลายๆ โลเคชั่นในหนังสือได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่จริงของเมืองผู้ดี และเมื่อนวนิยายชุดนี้ได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ โลเคชั่นหลายแห่งก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในชั่วพริบตา ไม่ว่าจะเป็นตลาดลีดเดนฮอลล์ (Leadenhall Market) ตลาดต้นแบบของตรอกไดแอกอน (Diagon Alley), ปราสาทแอนวิค (Alnwick Castle) สถานที่ถ่ายทำโรงเรียนฮอกวอตส์ (Hogwarts) 2 ภาคแรก, ไครส์เชิร์ช คอลเลจ (Christchurch College) ในเมืองอ๊อกซฟอร์ด (Oxford) สถานที่ถ่ายทำห้องโถงใหญ่ของฮอกวอตส์, ชานชาลาที่ 9-3/4 ใน สถานีคิงครอส (Platform 9-3/4 at King’s Cross Station) และสถานที่อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ที่รับรองว่าแฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่ต้องปลาบปลื้มอย่างแน่นอน

Tips: ลองแต่งตัวคอสเพลย์เลียนแบบพ่อมด แม่มด หรือโพสท์ท่าเล่นใหญ่ให้เข้ากับสถานที่ดูก็สนุกดีไม่น้อย

4. โรงละครโกลบ (The Globe Theatre)

โรงละครโกลบดั้งเดิมสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1599 โดยคณะละครลอร์ดเชมเบอร์เลน (Lord Chamberlain's Men) ซึ่งมีวิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) กวีและนักเขียนบทละครชื่อดังชาวอังกฤษเป็นเจ้าของ น่าเสียดายที่โรงละครแห่งนั้นถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากในปี ค.ศ. 1613 ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 ก็ได้มีการสร้างโรงละครเชคสเปียร์โกลบ (Shakespeare's Globe) ขึ้นมาตามแบบเก่าของโรงละครเดิม ซึ่งอยู่ห่างจากโรงละครต้นฉบับไปราว 230 เมตร

Tips: นอกจากแวะเวียนไปถ่ายรูแล้ว ควรเผื่อเวลาสำหรับชมการแสดงต่างๆ ในโรงละครด้วย ดูรอบการแสดงและจองตั๋วล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์

5. ตู้โทรศัพท์สีแดง (Red Telephone Box)

ตู้โทรศัพท์สีแดงในอังกฤษถือกำเนิดขึ้นช่วงปี ค.ศ. 1920s ออกแบบโดย เซอร์ กิลไจล์ สก็อตต์ (Sir Giles Gilbert Scott) ด้วยสีสันโดดเด่นประกอบกับการออกแบบที่สวยงาม ทำให้เจ้าตู้โทรศัพท์นี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอังกฤษที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แม้ปัจจุบันคนทั่วไปแทบจะไม่ใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะกัน แต่ตู้โทรศัพท์เหล่านี้ก็ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้ในหลายๆ เมือง โดยบางที่ก็ดัดแปลงเป็นห้องสมุดขนาดเล็ก ให้คนในชุมชนนำหนังสือที่อ่านจบแล้วมาแลกเปลี่ยนกัน

หรือชักชวนศิลปินร่วมสมัยมาแต่งเติมตู้เหล่านี้ให้กลายเป็นงานศิลปะกลางแจ้ง เป็นต้น

Tips: จะเก๋มากถ้าออกไปถ่ายภาพคู่ในวันที่หิมะตกหนักจนทั้งเมืองกลายเป็นสีขาวโพลน แต่มีตู้โทรศัพท์สีแดงแรงฤทธิ์ตั้งโดดเด่นท้าลมหนาวอย่างไม่เกรงใจใคร

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด