ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: การหางานและอาชีพ

ท็อป 12 มหาวิทยาลัยใน UK เรียนจบแล้วได้งานทำมากที่สุด

4608

ท็อป 12 มหาวิทยาลัยใน UK เรียนจบแล้วได้งานทำมากที่สุด

The Telegraph สื่อสัญชาติอังกฤษ ได้เผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับ 12 อันดับมหาวิทยาลัยในอังกฤษและสหราชอาณาจักร ที่เรียนจบแล้วบัณฑิตสามารถหางานทำได้มากที่สุด ภายใน 6 เดือนหลังจบการศึกษา

สถิติเหล่านี้ได้มาจากการสำรวจโดย หน่วยงานสถิติด้านการอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักร (Higher Education Statistics Agency: HESA)

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

อันดับ 1 Robert Gordon University
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 97.7%

มาแรงแซงทุกสถาบันต้องยกให้ RGU จากเมืองแอเบอร์ดีน (Aberdeen) ทางตอนเหนือของประเทศสก็อตแลนด์ สถาบันการศึกษาเก่าแก่แห่งนี้เริ่มก่อตั้งในช่วงศตวรรษที่ 80 ก่อนจะได้รับการยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี 1992 RGU เป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพดีที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านประสิทธิภาพการสอน ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสถาบัน และคุณภาพการวิจัย โดยเฉพาะสาขาวิชาธุรกิจและวิศวกรรมศาสตร์

อันดับ 2 Glasgow Caledonian University
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 97.7%

อันดับรองลงมายังคงเป็นมหาวิทยาลัยจากสก็อตแลนด์ GCU ตั้งอยู่ที่เมืองกลาสโกว์ (Glasgow) เมืองใหญ่ที่สุดของสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมความเจริญในหลายด้าน ทั้งการศึกษา การเงิน อุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรม เรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบครันไม่น้อยหน้าเมืองใหญ่อื่นๆ ของโลก ที่นี่ก่อตั้งเมื่อปี 1875 ก่อนจะได้รับการยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี 1993

อันดับ 3 University of Derby
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 96.1%

University of Derby ก่อตั้งเมื่อปี 1992 ตั้งอยู่ที่เมืองดาร์บี (Derby) ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ หากเดินทางโดยรถไฟจากลอนดอนจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที สถาบันแห่งนี้มีความปลอดภัยสูงและเมืองก็มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ จึงเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่เหมาะแก่นักศึกษาต่างชาติ ที่นี่มีหลายสาขาวิชาที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการสปา (International Spa Management) และผู้นำกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Activity Leadership)

อันดับ 4 The University of Northampton
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 95.7%

สถาบันการศึกษาแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1975 เดิมทีเป็นวิทยาลัยเทคนิค ก่อนจะได้รับการยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี 2005 ตั้งอยู่เมืองนอร์ทแธมตัน (Northampton) ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ ห่างจากลอนดอนไปประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองนี้ค่อนข้างมีค่าครองชีพถูกกว่าเมืองหลักๆ และขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมที่สวยงาม จึงเป็นอีกเมืองยอดนิยมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

อันดับ 5 Newcastle University
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 95.2%

มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1834 ตั้งอยู่ที่เมืองนิวคาสเซิล (Newcastle) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ Newcastle University เป็นสมาชิกของ Russell Group กลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพการวิจัยโดดเด่นระดับโลก ถือเป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาชั้นนำของอังกฤษที่ผลิตบุคลากรคุณภาพสู่สังคมมากมาย และยินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลก แต่ละปีจะมีนักศึกษาจากประเทศไทยศึกษาอยู่ที่นี่ราว 50-60 คน

อันดับ 6 Cardiff Metropolitan University
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 95.0%

Cardiff Metropolitan University ตั้งอยู่ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) ประเทศเวลส์ โดยเริ่มก่อตั้งในยุค 1800s ก่อนจะได้รับการยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการในปี 1996 ที่นี่มีนักศึกษาประมาณ 10,000 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาต่างชาติราว 10% จากร้อยกว่าประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาของสหราชอาณาจักรที่ขึ้นชื่อเรื่องค่าเทอมไม่แพงจนเกินไปนัก

อันดับ 7 University of Cambridge
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.9%

มหาวิทยาลัยในฝันของใครหลายๆ คน ก่อตั้งในปี 1209 ถือว่าเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของสหราชอาณาจักรรองจาก Oxford อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 5 สถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยลัยที่มีผู้ได้รางวัลโนเบลสูงที่สุด ปัจจุบันที่นี่มีนักศึกษาประมาณ 17,000 คน ในจำนวนนี้มีนักศึกษานานาชาติเกือบ 3,000 คน

อันดับ 8 University of the West of England, Bristol
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.4%

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล (Bristol) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ที่นี่มีนักศึกษามากกว่า 30,000 คน และมีหลักสูตรกว่า 600 สาขาวิชา ทั้งในระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท, วิชาชีพและคอร์สระยะสั้น ข้อดีสำหรับนักศึกษาต่างชาติคือ นักศึกษาปีแรกจะได้รับการรับประกันที่พักที่ทางมหาวิทยาลัยรับรอง

อันดับ 9 University of Bristol
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.3%

มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อปี 1876 ที่นี่เป็นวิทยาลัยแห่งแรกในสหราชอาณาจักรที่ให้สิทธิแก่หญิงชายอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร จึงเป็นศูนย์รวมของคณาจารย์ระดับชั้นนำของโลกมากมาย

อันดับ 10 Canterbury Christ Church University
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.1%

Canterbury Christ Church University ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1962  ก่อนจะได้รับการยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการในปี 2005 ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 15,000 คน มหาวิทยาลัยตั้งอยู่มณฑลเคนต์ (Kent) ประเทศอังกฤษ และมีวิทยาเขตอยู่ 7 แห่ง

อันดับ 11 University of York
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.0%

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1963 ตั้งอยู่ในเมืองยอร์ก (York) ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 11,000 คน มีการก่อตั้งศูนย์วิจัยเป็นของตัวเอง และแบ่งแผนกออกเป็นทั้งหมด 30 แผนก โดยวิทยาเขตหลักของที่นี่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 200 เอเคอร์ ที่ Heslington

อันดับ 12 University of Stirling
สถิติการได้งานหลังเรียนจบ: 94.0%

ปิดท้ายด้วยสถาบันการศึกษาจากสก็อตแลนด์ ที่ตั้งอยู่ในเมืองสเตอร์ลิง (Stirling) มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1967 ปัจจุบันมีนักศึกษาเกือบ 10,000 คน และมีสาขาวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนทั้งหมด 19 สาขา โดยมีความโดดเด่นในสาขาวิชาด้าน Business Management เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่ามีภูมิทัศน์ในมหาวิทยาลัยสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด