ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: Essentials - MUST READ

ประกันสุขภาพ ประกันทรัยพ์สินสำหรับนักเรียนต่างชาติในอังกฤษ

แม้จะมีหลายเรื่องที่ต้องกังวลเมื่อต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศอย่าง จะทำยังไงดีถ้าป่วย จะทำยังไงถ้าโดนขโมยของมีค่า โชคร้ายที่ในชีวิตจริงเราอาจจะต้องเจอสิ่งเหล่านี้

2231

เตรียมตัวล่วงหน้า

วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันผลกระทบจากการเจ็บป่วยหรือการถูกขโมยของคือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า หากกำลังจะมาเรียนต่อในสหราชอาณาจักรและหลักสูตรของเรากินระยะเวลายาวนานกว่า 6 เดือน เราจะถูกบรรจุเข้าในระบบการดูแลสุขภาพที่เรียกว่า NHS ในฐานะพลเมืองของสหราชอาณาจักร NHS คือระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ (National Healthcare Service) ที่ให้บริการทางการแพทย์ฟรีหากเราต้องการ

ก่อนเข้าประเทศ เราจะต้องแสดงใบประกาศณียบัตรว่าเราผ่านการฉีดวัคซีนก่อนเข้าประเทศแล้ว โดยเฉพาะถ้าเรามาจากประเทศไทย เราจะต้องแสดงใบรับรองการ X-Ray ปอด ว่าไม่มีความเสี่ยงเป็นวัณโรค เอกสารเหล่านี้ควรจะอยู่ในกระเป๋าที่ติดตัวเราตลอดเวลาเพราะเราจะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นขณะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

ถ้าเราต้องทานยาบางอย่างเป็นประจำ เราควรขอรายชื่อยาเป็นภาษาอังกฤษจากหมอประจำตัวของเรา เพราะนอกจะเป็นประโยชน์ต่อการผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ยังช่วยเวลาเราไปลงทะเบียนกับหมอในพื้นที่ของเราด้วย เมื่อเราผ่านเข้าประเทศแล้วควรจะนำเอกสารทั้งหมดนี้ไปแสดงต่อคลีนิกของ NHS เพื่อลงทะเบียน พร้อมกับเอกสารรับรองการเข้าเรียน หลังจากกรอกเอกสารแล้วเราจะได้รับ NHS card ซึ่งเราควรจะพกติดตัวไว้ตลอดเวลา เราสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ทั่วไปจากคลีนิคในพื้นที่เหล่านี้ได้

เจาะลึกระบบ NHS

ระบบ NHS ถูกแบ่งออกเป็นหลายหน่วยงาน เราต้องเข้ารับบริการให้ถูกต้องตามความเจ็บป่วยของเรา

   

GP (General Practitioner)

services – GP หรือบุคลากรด้านการแพย์ เป็นคนแรกที่เราควรไปหาถ้ารู้สึกไม่สบาย หรือมีปัญหาสุขภาพแบบไม่เร่งด่วนก็อาจจะนัดหมาย GP เพื่อพูดคุย GP ส่วนใหญ่จะได้รับการอบรมในหลายๆ ด้าน และมีความสามารถในการวิเคราะห์โรคในระยะเริ่มต้น ซึ่ง GP ของเราจะเป็นคนตัดสินใจเกี่ยวกับโรงพยาบาลและแผนกที่เราต้องเข้ารับการรักษาต่อหากจำเป็น

Minor Injuries Unit

โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะมีแผนกดูแลผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุแบบไม่ร้ายแรง ซึ่งเราควรเข้ารับการรักษาหากต้องการการดูแลเร่งด่วน แผนกนี้จะคอยดูแลหากเราประสบอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกหรือแผลไฟไหม้ที่ไม่รุนแรง หากเรามียาที่ทานเป็นประจำอยู่แล้วควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเจ้าหน้าที่จะจ่ายยาปฎิชีวนะให้กับเรา

Casualty/Emergency Department

โรงพยาบาลในเมืองใหญ่ๆ จะมีแผนกฉุกเฉิน สำหรับคนที่อาการหนักจริงๆ เท่านั้น ซึ่งหวังว่าเราคงไม่ต้องใช้บริการนี้

Pharmacy

ร้านขายยาหรือเภสัชกร ถ้าเราป่วยเป็นโรคยอดฮิตอย่างไข้หวัด เราสามารถซื้อยาได้ที่ร้านขายยาในพื้นที่ และถ้าไม่แน่ใจว่าควรเลือกยาชนิดไหนให้เหมาะสมกับอาการของเรา เราก็สามารถขอคำแนะนำจากเภสัชกรที่นั่นได้

สิ่งที่NHS ไม่ครอบคลุม

NHS จะไม่ครอบคลุมค่ายา ซึ่งเราจะต้องจ่ายเพิ่มเองประมาณ £6.85 ต่อชนิดของยาต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม เราสามารถตรวจสอบในร้านขายยาของ NHS ได้ว่ายารักษาโรคประเภทไหนที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และหากเป็นนักเรียน Full Time ที่อายุไม่เกิน 18 ปี ก็จะได้รับการยกเว้นค่ายาเช่นกัน นอกจากนี้ NHS ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการขอจดหมายรับรองแพทย์

การประกัน

นักเรียนต่างชาติไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสมัครประกันสุขภาพในสหราชอาณาจักร แต่สิ่งของมีค่าควรจะได้รับการประกันในกรณีที่สูญหาย ถูกขโมย หรือเสียหาย เพื่อไม่ให้เรามีปัญหาด้านการเงินในอนาคต

สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่รวมค่าประกันทรัพย์สินกับค่าเช่าห้องพักภายในมหาวิทยาลัยแล้ว หรือประกันทรัพย์สินอาจรวมกับประกันอื่นๆ ที่เรามีอยู่ ลองเช็คดูว่าสัญญาเช่าและเอกสารด้านการประกันของเราครอบคลุมทรัพย์สินส่วนบุคคลหรือเปล่า ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อประกันอื่นๆ เพิ่มเติม แต่สำหรับนักเรียนต่างชาติอาจจะง่ายกว่าถ้าทำประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลกับบริษัทที่เชี่ยวชาญอย่าง Endsleigh

ถ้าพบว่ามีของหายหรือถูกขโมย ต้องคิดให้ดีว่าจะเคลมประกันแบบไหน ถ้าความเสียหายไม่สูงมาก การออกเงินเล็กน้อยเพื่อซ่อมแซมของชิ้นนั้นอาจจะถูกกว่าการเคลมประกัน เพราะค่าประกันของเราจะเพิ่มสูงขึ้นหลังเคลม นอกจากนี้เราควรอ่านรายละเอียดของเอกสารการประกันให้ดีก่อนเซ็นสัญญาว่าครอบคลุมทั้งหมดที่เราต้องการแล้วหรือยัง

ถ้าเราอาศัยอยู่กับคนอื่น เราควรมีกรมธรรม์ประกันภัยของเราเอง เก็บเอกสารไว้ในที่ๆ เราสามารถเข้าถึงได้หากต้องการเคลมประกัน และคอยตรวจเช็ควันหมดอายุและวันต่อสัญญาเสมอ หวังว่าจะไม่โชคร้ายจนต้องเคลมประกันนะ

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด