ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ข่าวล่าสุด

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย Time Higher Education 2011-2012

1050

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ Times Higher Education Rankings ถือเป็นหนึ่งในตารางการจัดอันดับที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไทม์ได้แสดงผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนได้เป็นอย่างมาก การจัดอันดับนานาชาตินั้นจะเป็นแนวทางบอกว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งใด เพื่อเป็นการช่วยเหลือนักศึกษานานาชาตินับล้านคนในการเลือกสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในแต่ละปี ฮอทคอร์สได้นำเสนอเพื่อให้คุณเข้าใจในผลการจัดอันดับล่าสุดและมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับประจำปี 2011-2012 ได้จากบทความนี้

ในปีนี้ สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ The California Institute of Technology ได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับแรกของตารางการจัดอันดับ ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม 94.8%ในหมวดการสอน การวิจัย ความพึงพอใจของนักศึกษาและเงินทุนจากภาคอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ Caltech ได้แซงหน้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยคะแนนที่ดีกว่าเล็กน้อยในด้านการวิจัย-ปริมาณ เงินทุนและชื่อเสียง การวิจัยที่มีอิทธิพล (วัดผลจากการอ้างอิงทางเอกสารงานวิจัย) และเงินทุนที่ได้จากภาคอุตสาหกรรม

เช่นเดียวกัน สถาบันการศึกษาของสหราชอาณาจักร มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมายาวนาน เช่น ออกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์ ยังคงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 10 อันดับแรก อย่างไรก็ตามสถาบันการศึกษาอื่นๆก็ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความสามารถที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เช่น วิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ที่ถูกให้อยู่ในอันดับ 77 จากปีที่แล้วเลื่อนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 56 ในปีนี้ และมหาวิทยาลัยบริสตอล ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 66

หากคุณต้องการค้นหาสถาบันที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร คุณสามารถค้นหาได้จาก มหาวิทยาลัยในเครือรัสเซล ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยในสหราชอาณาจักรที่ดีที่สุด 20 แห่ง ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งให้ทราบว่าทางรัฐบาลจะไม่เพิ่มเงินทุนสำหรับการวิจัยเป็นเวลา 4 ปี นั้นหมายความว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าวอาจจะมีโอกาสถูกมหาวิทยาลัยแห่งอื่นๆแซงหน้าในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนานาชาติได้

นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยของในอเมริกาและสหราชอาณาจักรแล้ว ผลการจัดอันดับในปีนี้ยังได้แสดงให้เห็นว่ามีมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์หลายสถาบันได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 200 อันดับแรก มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ของออสเตรเลียได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่อันดับ 37 และ 58 ตามลำดับ ขณะที่มหาวิทยาลัยของเนเธอร์แลนด์ก็มีปรากฏให้เห็นในตารางการจัดอันดับด้วยเช่นกัน โดยมีสถาบันการศึกษาของเนเธอร์แลนด์ถึง 12 สถาบัน อยู่ใน 200 อันดับแรก รวมถึง มหาวิทยาลัย Utrecht ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 68 มหาวิทยาลัยของเนเธอร์แลนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของทางสถาบันว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาในยุโรป

ขั้นตอนในการจัดอันดับ

ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่นำมาในการเปรียบเทียบผลงานทั้งหมดของทางมหาวิทยาลัยนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากที่จะได้มา การจัดอันดับนี้ถือเป็นแนวทางเพื่อบอกตำแหน่งและอันดับของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยนักศึกษานานาชาตินับล้านคนในการเลือกสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในแต่ละปี

การจัดอันดับนี้ได้พยายามที่จะตรวจสอบภาระกิจหลักทั้งหมดของมหาวิทยาลัยทั่วโลก การวิจัย การสอน การถ่ายโอนความรู้ และกิจกรรมนานาชาติ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานที่แตกต่างกันของในแต่ละสถาบันผ่านทางดัชนีชี้วัดในหลายๆด้าน

นอกจากนี้ หนึ่งในรูปแบบใหม่ของดัชนีชี้วัดในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของไทม์ในปีนี้ คือหัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาให้เห็นถึงมุมมองที่เป็นนานาชาติ ในปีที่แล้วหมวดหมู่ที่ใช้ในการพิจารณานั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเจ้าหน้าที่และนักศึกษาต่างชาติที่ในสถาบันในสาขานั้นๆ

แต่ในปีนี้ เกณฑ์การประเมินผลนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยดัชนีชี้วัดในสัดส่วนของผลงานวิจัยที่ในแต่ละสถาบันได้ตีพิมพ์ที่อย่างน้อยผู้เขียนร่วมหนึ่งคนเป็นคนต่างชาติ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่สำคัญที่ให้กับผลงานวิจัยของนักศึกษาหรือนักวิจัยต่างชาติในการประเมินผลโดยรวมของมหาวิทยาลัยทั่วโลก

ข้อมูลเพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การประเมินผลสำหรับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ในบทความของเรา การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในอเมริกา

ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรและสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักรได้จากลิงค์ดังที่กล่าวมา

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Hotcourses Editor is the mysterious, faceless force made up of all our different contributors over the years. From masters in their field to top notch journos, take a peek at some of the talent we’ve had the pleasure of working with.

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด