ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: เมื่อมาถึง

อึด สนุก โต้ลมเหงา กับชีวิตนักเรียนอาร์ต | Arts life in UK ตอนที่ 2

Kingston Phone Booth
1006

อึด สนุก โต้ลมเหงา กับArts life  in UK ตอนที่ 2

Graphic Design และ Animation ที่ UK เหมาะกับใคร และจริงๆแล้วเรียนอะไร

คุยกับพี่ป่าน อดีตนักเรียน  Graphic Designer & Animation ที่ Kingston University เล่าเรื่องวิชาเรียนที่ไม่เหมือนในเมืองไทย ความเหงาและชีวิตของนักเรียนศิลปะที่อังกฤษที่ไม่ได้หรูอย่างที่คิด รวมทั้งการใช้เวลาเรียนไปเที่ยวบ้างสะสมพอร์ทไป ติดตามได้ใน อึด สนุก โต้ลมเหงา กับ Arts life in UK  ตอนที่สองนี้คุยกันเรื่อง การทำงานหลังจบ และ การทำBlog ค่ะ

 

HC : จบด้านนี้มาแล้ว ทำงานอะไรได้บ้าง

ป่าน : Illustration ป่านมองว่าเป็นส่วนผสมของการออกแบบเชิงพาณิชย์ (Graphic design) ที่มีความเป็นจิตรกรรม (fine art) ผสมอยู่ คือมีความเป็นตัวของตัวเองที่ยังขายและเข้าถึงคนได้ โดยเราสามารถทำงานได้ตั้งแต่นักวาดภาพประกอบนิตยสาร หนังสือพิมพ์ แฟชั่น นิทานเด็ก หรือออกแบบเชิงพาณิชย์เช่น งานกราฟฟิก งานบรรจุภัณฑ์ ลายผ้า motion graphic งาน Animation  แต่ด้วยที่นี่เน้นสอนเรื่องกระบวนการพัฒนาความคิด ก็เลยสามารถเป็น Creative หรือ Art Director หรืองานที่เน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์ค่ะ หรืออีกที จะพัฒนาตัวเองไปเป็นศิลปินก็ยังได้เลยค่ะ

Graduate Day ! วันจบการศึกษา

HC : ช่วงที่เรียนอยู่ที่อังกฤษได้ทำงานที่ไหนบ้างไหม หรือ มีกิจกรรมอะไรที่รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี คือเรารู้สึกว่าน้องป่านไช้เวลาได้คุ้มมาก อยากแนะนำให้เพื่อนๆฟัง

ป่าน : ความแตกต่างของการเรียนด้านศิลปะกับคอร์สอื่นๆ คือเราสนุกกับมันจนเราแยกไม่ค่อยออกว่าอะไรคืองาน และอะไรคือเวลาส่วนตัว  แต่เพราะวิชาที่เราเรียนนั้นไม่ได้มีเวลาเรียนและเลิกแน่นอน ป่านเลยไม่มีโอกาสทำงานร้านอาหารอย่างที่นักเรียนไทยคนอื่นๆ แต่ป่านเลือกที่จะฝึกงานในสายที่เรียนแทน กับไปดูงานนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ ฟังสัมมนา ถือคติว่ามีเวลาแค่ สองปีเราต้องเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ยิ่ง London คือหนึ่งในศูนย์กลางของศิลปะและการออกแบบอันดับต้นๆของโลก เป็นที่ๆ เรามีโอกาสได้พบเจอกับศิลปินและนักออกแบบเยอะมาก บางครั้งก็โชคดีได้พูดคุยกับเค้า แลกเปลี่ยนความคิดของเรา แล้วหลายๆครั้งเราก็จะได้เพื่อนใหม่ในสังคมการทำงานที่เหมือนกันมาอีกด้วย  

ขวา : โต๊ะทำงาน ที่ไว้คิดงานทำ Layout , Mock up อุปกรณ์ทุกอย่าง

ซ้าย : Exhibition Final Project นิทรรศการโปรเจกจบของทุกคนในคลาส

HC : อะไรคือสิ่งที่หาไม่ได้ที่ห้องเรียนเมืองไทยและเป็นสิ่งที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆที่อยากเรียนลองคิดตามดู

ป่าน : โอกาสการได้อยู่คนเดียว คือการได้มีเวลาฝึกตัวเองและค้นหา style งานที่เป็นเราเอง เป็นเวลาที่ดีมากสำหรับการเก็บสะสมผลงาน เพราะเรามีโอกาสได้คำแนะนำจากศิลปิน อาจารย์และเพื่อนรว่มคอสที่มีความหลากหลายทางความคิดและวิธีทำงาน และที่สำคัญคือช่องทางการส่งผลงานก็มีเยอะมาก ทั้งการประกวดงาน การเชิญเข้าร่วมแสดงงาน ตลาดขายงาน ที่นี่เค้ายกย่องงานที่มีการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณณ์ของศิลปินมากกว่าที่ที่ทำงานตามกระแส และสนับสนุนให้งานศิลปะอยู่ในวิถีชีวิตและสังคม เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้โปรโมตงานของตัวเองก็มีเยอะค่ะ เพราะช่องทางแบบนี้ป่านเลยโชคดีได้มีโอกาสไปฝึกงานเป็น in house illustrator กับสำนักพิมพ์นึงใน London ไม่ใช่สำนักพิมพ์ใหญ่อะไร แต่ได้มีโอกาสลงมือทำงานจริงๆ ตรงตามสายงานของเราเลย คือป่านอ่านบทความ ตีโจทย์และออกแบบภาพประกอบของบทความนั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินค่ะ เป็นความท้าทายมากในเรื่องภาษา การรับมือกับความกดดันของเวลาทำงาน ส่งงาน ที่สำคัญคือการทำงานร่วมกับคนอังกฤษและคนชาติอื่นๆในออฟฟิส แม้ว่าจะฝึกงานแค่เดือนครึ่งแต่ก็ได้อะไรเยอะมากจริงๆ  

ส่วน they draw and travel พอดี flatmate แนะนำเว็บนี้มาให้เพราะตอนนั้นเป็นช่วง summer แล้วเราไม่ได้กลับบ้าน ประกอบกับฝึกงานแล้วเครียดเลยอยากหาอะไรทำ ตอนนั้นทางเว็บมีประกวดออกแบบแผนที่ ป่านเลยลองส่งไป อันแรกที่ส่งเป็นตลาดจตุจักร เพราะเป็นความชอบส่วนตัวแล้วคิดถึงเมืองไทยอยู่ 555 ปรากฎ์ว่าได้รับรางวัลที่หนึ่ง ก็ตกใจแต่ก็ดีใจกับตัวเอง ว่า เราก็มีโอกาสส่งงานตัวเองไปสู่คนข้างนอกประเทศเห็น แล้วเค้าก็ยอมรับเหมือนกันนะ อาจจะไม่ใช่การแข่งขันยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็ทำให้เราเกิดความมั่นใจกับตัวเองระดับนึง หลังจากนั้นก็เลยพยายามส่งงานไปหลายๆที่ค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้กลับมาเมืองไทยแล้ว ก็ยังไม่อยากเลิกนิสัยนี้ 5555

 

ถ้าน้องๆ มองหาช่องทางส่งงานหรือประกวดงาน ก็มีเว็บแนะนำคือ

graphiccompetitions เป็นเว็บรวมการประกวดงานสาขาต่างๆ ไว้ค่ะ ก็เคยส่งประกวดไปบ้าง สนุกดีค่ะ

itnicethat เป็นนิตยสารของอังกฤษที่รวบรวมงานศิลปะ ออกแบบ หรือบางทีก็ประกาศงานรวมแสดงงานไว้ ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมค่ะ

 

มาคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง

HC : ป่านมี Blog ส่วนตัวด้วย Concept ของ Blog คืออะไรคะ ?

ป่าน : คือ ป่านมีชื่อทำงานอีกชื่อคือ pinnary แล้วก็เป็นชื่อ blog ด้วยค่ะ Pinnary : Brush, ink, pencil & me

Concept ของ blog คือ extraordinary thoughts from ordinary people/stuff คือ แรงบันดาลใจจากข้อคิดและคำถามจากสิ่งรอบข้าง แต่โดยส่วนใหญ่ป่านจะได้แรงบันดาลใจจากบทสนทนาของผู้คนที่ป่านได้มีโอกาสสนทนาด้วย เพราะป่านมองว่า คนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าค้นหา แล้วป่านจะนำสิ่งที่ได้มาตกผลึกเป็นเรื่องราวผ่านภาพประกอบ หรือเป็น Graphic novel (นิยายภาพ) ก็เเป็นแค่การนำเสนอมุมมองของป่านผ่านภาพวาดค่ะ เหมือนอยากให้คนอ่านรับข้อมูลที่ดูย่อยยากให้น่าสนใจขึ้นจากภาพวาดของเราเอง รวมทั้งก็อยากลองทิ้งความคิดหรือคำถามให้ผู้อ่านตั้งเป็นคำถามต่อ หรือบางครั้งก็เขียนเป็นกำลังใจในการทำงานหรือใช้ชีวิตค่ะ เนื้อหาอาจจะไม่ใช่เรื่องในกระแส แต่ป่านมองว่า blog pinnary เหมือน diary ไว้กลั่นกรองความคิดของป่านเอง ซึ่งอาจจะหยิบเอามาใช้งานทีหลังได้ค่ะ

 

HC : คนเรียนด้านนี้ส่วนใหญ่มี Blog กันทั้งนั้น Content ใน Blog ให้ส่วนนึ่งเป็นที่ส่วนตัวของเรา แต่ในอีกทางก็โชว์ด้าน Work Profession ด้วย มีอะไรแนะนำบ้างสำหรับBlog คนทำงานด้านอาร์ท

ป่าน : ป่านว่าสิ่งหนึ่งที่จะบอกได้ว่าศิลปินหรือนักออกแบบคนนั้นมีวินัยกับตัวเองและมีความสนใจต่อความเป็นไปในสังคมมากน้่อยขนาดไหน คือ การเขียน content ของ Blog และความถี่ในการ update ค่ะ

"blog คือสนามเด็กเล่นของเราเองที่คนภายนอกจะได้มีโอกาสรู้จักมุมมองของเราและตัวตนของเรา"

แล้วมันก็ยังเป็น Gallery ที่มีประสิทธิภาพมากด้วย เราไม่มีวันรู้หรอกว่าวันนึงสิ่งที่เราทำลงใน Blog มันจะถูกต่อไปไกลมากขนาดไหน มันอาจจะไปอยู่ใน magazine ดังๆที่พูดถึงศิลปินหน้าใหม่ หรือลูกค้าในอนาคตของเราที่เล่นเว็บแล้วบังเอิญมาเจองานเราจาก Blog โลกสมัยนี้ยิ่งไร้พรมแดนมากขึ้นเรื่อยๆ และการติดต่องานระหว่างประเทศก็ไม่ได้ยากอย่างที่ในอดีตแล้วแหละค่ะ โอกาสมันจะมาได้เสมอๆ หรือว่าถึงจะไม่ได้มียอดคนดูเยอะแยะ แต่ก็เป็นการฝึกวินัยของเราเองแหละค่ะ

ส่วนเรื่อง Content ป่านว่าเราเขียนแบบไหน เราก็ดึงดูดคนประเภทที่คิดและชอบคล้ายๆเราเข้าม บางคนเน้นเอายอดคนดูเยอะๆ ก็ต้องทำเรื่องราวเนื้อหาให้โดนกลุ่มคนเยอะๆ ก็คงเป้นเรื่องกระแสสังคมที่มาช่วงนั้น หรือบางคนก็อยากให้คนที่สนใจเฉพาะทางจริงๆ ที่เข้ามา ซึ่งอันนี้ content ไม่ใชเน้น่เรื่องของปริมาณคนอ่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างอยู่ที่เราจัดสรรแหละค่ะ

ใครชอบก็เข้าไปชื่นชมผลงานการสะบัดเส้นสาย ของน้องป่านได้นะคะ

ใครอินสปายอยากหาทุนเรียนด้านนี้ดูที่นี่

ติดตามตอนที่ 1

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Kingston Phone Booth

เรียน ครุศิลป์ นิเทศจุฬา จบโท MA Illustration & Animation จาก Kingston University และบินกลับมาทำงานด้าน Animation ที่เมืองไทยแล้ว

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด