ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: เมื่อมาถึง

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 4 พาทัวร์ Sainsbury ชอปปิ้งอย่างไรให้ได้ของถูก

18923

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 4 พาทัวร์ Sainsbury ชอปปิ้งอย่างไรให้ได้ของถูก

สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกครั้งโดยไม่มีใครเรียกร้องกับซีรี่ส์ยาวเฟื้อย Surviving London: Guide for Students in a budget ที่จะช่วยตอบคำถามว่า “นักเรียนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างเราๆ จะใช้ชีวิตในเมืองค่าครองชีพสูงอย่างลอนดอนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด” บอกไว้ก่อนว่าซีรี่ส์นี้เขียนจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองที่ใช้เงินต่อเดือนตามข้อกำหนดวีซ่าเป๊ะๆ คือไม่เกินเดือนละ £1000 ในลอนดอน แล้วยังมีเงินเหลือไปชอปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงทานข้าวนอกบ้านด้วยนะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนที่คิดจะไปเรียนต่อนะคะ (ปล. ไม่ได้เรียนต่อที่ลอนดอนก็อ่านได้ แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองที่ตัวเองอยู่เอาเน้อ)

ซีรี่ส์นี้จะครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

  1. ตอนที่ 1 Traveling in London  เจาะลึกระบบขนส่งมวลชนในลอนดอน
  2. ตอนที่ 2 Traveling in London ตอนที่ 2 เดินทางอย่างไรให้คุ้มค่า
  3. ตอนที่ 3 Accommodation in London ถ้าไม่เลือกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย จะเริ่มต้นอย่างไร กลยุทธ์การหาที่พักให้ถูกและดี
  4. ตอนที่ 4 Cooking and eating พาทัวร์ Sainsbury ซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ จ่ายตลาดอย่างไรให้ประหยัด 
  5. ตอนที่ 5 Shopping Shopping Shopping ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา
  6. ตอนที่ 6 Part-time job งานอะไรที่นักเรียนไทยทำได้ วิธีการเริ่มต้นหางาน การแบ่งเวลาทำงานกับเรียน
  7. ตอนที่ 7 Improving English without paying any quids ไม่ต้องลงทะเบียนเรียนภาษา ลองดูเทคนิคที่จะช่วยให้ภาษาเราดีขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน

คราวก่อนพูดเรื่องการหาที่พักอาศัยไปแล้ว คราวนี้จะมาพูดถึงหนึ่งในปัจจัยสี่อีกเรื่อง นั่นก็คือ “อาหาร” นั่นเองค่ะ อย่างที่รู้ๆ กันว่า อยู่ลอนดอน อาหารนอกบ้านแพงสุดๆ การทำอาหารด้วยตัวเองจึงเป็นภาคบังคับหากน้องๆ ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าเราช้อปดีๆ จะประหยัดไปได้กว่า £100 ต่อเดือนเลยล่ะค่ะ (เทียบกับการทานอาหารนอกบ้านทุกมื้อ) สำหรับพี่ต้นทุนวัตถุดิบในการทำอาหารจะตกอยู่ที่สัปดาห์ละ £30 ค่ะ

วันนี้พี่จึงขอพาน้องๆ ไปชม Sainsbury ซุปเปอร์มาร์เกตสัญชาติอังกฤษที่โด่งดังเรื่องสินค้าสดใหม่ คุณภาพดีแต่ราคาไม่แพง เพื่อดูโปรโมชั่นต่างๆ และเคล็ดลับการซื้อของที่จะเป็นประโยชน์เมื่อน้องๆ มาอยู่ที่นี่นะคะ ร้านค้าอื่นๆ ก็จะมีโปรโมชั่นใกล้เคียงกัน แต่ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละที่ต่างกันอย่างไร ของดีราคาถูกของแต่ละที่คืออะไร ลองแวะไปดูได้ที่นี่ค่ะ All about supermarket in UK: Who specialise in what : Where and What to look for

1. ซื้อผักเป็นหัว ถูกกว่าซื้อเป็นห่อ

อย่างที่เห็นค่ะ การซื้อแครอทหรือหอมใหญ่เป็นหัวๆ จะราคาถูกกว่าการซื้อเป็น Pack 1 กิโล ถึงแม้ราคาจะดูเหมือนถูกกว่านิดเดียว แต่อย่าลืมว่าหากเราไม่ใช้ให้หมดภายในวันหมดอายุ ที่เหลือเราก็ต้องทิ้ง ดังนั้นหากเราไม่มั่นใจว่าจะใช้ผักเป็นกิโลหรือไม่ ซื้อทีละ 2 - 3 หัว จะราคาถูกกว่า

2. หากขี้เกียจทำอาหาร ลองเล็ง Meal deal

ในทุกๆ ห้าง จะมีการจัด Meal deal ไว้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน ซึ่งจะให้เราเลือกแซนวิช น้ำดื่ม และขนมขบเคี้ยว ในราคาถูกกว่าซื้อแยก ส่วนในภาพที่เห็นคือมื้อเย็น ที่รวมทั้งอาหารจานใหญ่ ของหวาน และเครื่องดื่ม ถ้าเราอยู่กับแฟลตเมทก็อาจจะแชร์กันได้ หรือถ้าอยู่คนเดียวก็เก็บไว้ทานได้หลายมื้อค่ะ Meal deal แบบนี้เหมาะสำหรับช่วงที่เราอ่านหนังสือยุ่งๆ ไม่มีเวลาทำอาหาร

3. ผลไม้ในฤดูกาลถูกกว่า

ผลไม้ส่วนใหญ่จะราคาถูกลงในหน้าร้อนค่ะ หากชอบทานผลไม้สดๆ รอประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ราคาจะถูกลงและรสชาติหวานอร่อยกว่า ส่วนช่วงอื่นๆ ลองทานเป็นโยเกิร์ตแทนเพราะราคาเท่าเดิมตลอดปี แต่ยังได้ประโยชน์จากผลไม้เหมือนกัน

4. ผักกระถางถูกกว่าซื้อแยก

กระเพรา ผักชี พาร์สลี พริก ใน Sainsbury จะมีขายเป็นกระถางค่ะ เก็บไว้ใช้ได้หลายครั้งแค่ต้องรดน้ำวันละครั้ง แต่แน่ใจได้ว่าสมุนไพรเหล่านี้จะสดใหม่เสมอ คุ้มค่ากว่าซื้อแบบที่ตัดก้านมาแล้วเพราะใช้แป๊บเดียวก็หมด หรือถ้าเก็บไว้แป๊บเดียวก็เหี่ยว

5. มองหาชั้น Reduce to clear

ถ้ากำลังมองหามื้อเย็นอยู่ละก็ ลองแวะไปที่ชั้น Reduce to clear ซึ่งจะนำของใกล้หมดอายุมาลดราคา มีทั้งขนมปัง พาย สลัด อาหารปรุงสำเร็จ และอื่นๆ ตัวพี่เองก็เคยคว้าอาหารจีนเซ็ทสำหรับสองคน ลดราคาจาก £8 เหลือ £1.99 มาแล้ว แต่ส่วนใหญ่ต้องกินในวันนั้นเลย

6. นม โยเกิร์ต ขนมปัง พาสต้า ชา อาหารไม่กี่อย่างที่ราคาเท่าเมืองไทย

ไหนๆ ไปอยู่อังกฤษแล้ว ลองทานอาหารตะวันตกให้คุ้นลิ้น เพราะนอกจากจะได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ แล้วยังช่วยให้ซื้อของได้ในราคาถูกลงอีกด้วย เพราะในขณะที่อาหารส่วนใหญ่ในอังกฤษจะมีราคาแพงกว่าที่ไทย (เช่น ไข่ขนาดเล็ก 6 ฟอง 50 บาท) แต่โยเกิร์ตหรือพาสต้า กลับราคาถูกพอๆ กับที่ไทย แถมยังมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายกว่าอีกด้วย

7. ดูราคาต่อกิโล ไม่ใช่ราคาบนแพค

เวลาซื้ออาหารสด ต้องดูราคาต่อกิโลให้ดี ยกตัวอย่างเช่นเนื้อวัว ที่อังกฤษจะมีเนื้อวัวให้เลือกหลายประเภท และจะระบุชัดเจนว่ามาจากส่วนไหนของวัว ยิ่งราคาต่อกิโลแพงเท่าไหร่หมายความว่าเนื้อจะมีคุณภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่ราคาบนแพค เพราะบางครั้งถึงจะราคาใกล้เคียงกันแต่เป็นเพราะน้ำหนักเนื้อน้อยกว่าก็มี

8. ซื้อของ House brand ประหยัดกว่า

สินค้า House brand หรือสินค้าที่มียี่ห้อเดียวกับ Supermarket เช่น Sainsbury, Waitrose หรือ Tesco เป็นสินค้าที่ทางร้านขอให้ผู้ผลิตช่วยผลิตให้แล้วนำมาขายในราคาถูกกว่า ตัวผู้ผลิตเองก็จะได้ส่วนลดในการวางขายสินค้าในร้านเป็นการตอบแทน คุณภาพของสินค้าเหล่านี้จึงใกล้เคียงกันกับของมียี่ห้อต่างๆ ค่ะ ดังนั้นสำหรับสินค้าประเภทใช้แล้วหมดไปอย่างน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ การซื้อสินค้า House brand ก็จะช่วยเราประหยัดไปได้เยอะ

9. ซื้อตุนช่วงลดราคา

เป็นที่ทราบกันดีว่าขนมหลายๆ ยี่ห้อ ซื้อที่อังกฤษถูกกว่าที่ไทย ยกตัวอย่างเช่นไอศครีมฮาเก้นดาซ ที่เมืองไทยขายไพท์ละเกือบ 400 บาท แต่ในอังกฤษขายไพท์ละ 250 บาท (£4.45) เท่านั้น เท่านัั้นยังไม่พอ ทุกๆ 1 - 2 เดือนสินค้าเหล่านี้จะลดครึ่งราคา สรุปว่าซื้อได้ในราคา 125 บาท (£2.22) ถูกยิ่งกว่าซื้อไอศครีมหนึ่งลูกนอกบ้านเสียอีก ใครชอบก็ซื้อตุนเอาไว้ในช่องฟรีซเก็บไว้ทานเป็นของหวานราคาไม่แพง เพราะไพท์หนึ่งทานได้หลายวันเลยทีเดียว

10. สังเกตุสติ๊กเกอร์ 3 for £10, 2 for £5

แต่ละวันทางร้านจะมีโปรโมชั่นสำหรับสินค้าต่างๆ ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราต้องสังเกตุสติ๊กเกอร์ให้ดี เพราะการซื้อวัตถุดิบจากโปรโมชั่นนี้จะทำให้เราประหยัด และไม่ต้องไปซื้อของบ่อยๆ อย่างไก่ในภาพตรงกลางซื้อถาดเดียว £4.50 ซื้อ 3 ถาดจะตก £13.50 แต่ถ้ามีโปรโมชั่น 3 for £10  จะประหยัดไปได้ £3.50 ทีเดียว

ถึงแม้บางอย่างจะเหมือนประหยัดได้แค่ไม่กี่ penny แต่อย่างที่สุภาษิตว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ประหยัดได้แค่นิดหน่อยก็มีค่า รวมๆ กันแล้วอาจนำเงินไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะนะคะ หวังว่าทิปต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ที่อยู่ในลอนดอนประหยัดได้มากขึ้น ขอให้ใช้ชีวิตในลอนดอนอย่างสนุกสนานค่ะ!

อ่านตอนก่อนหน้านี้                                                    อ่านตอนถัดไป

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด