ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: เมื่อมาถึง

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 5 ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา

29283

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 5 ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา

สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกครั้งโดยไม่มีใครเรียกร้องกับซีรี่ส์ยาวเฟื้อย Surviving London: Guide for Students in a budget ที่จะช่วยตอบคำถามว่า “นักเรียนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างเราๆ จะใช้ชีวิตในเมืองค่าครองชีพสูงอย่างลอนดอนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด” บอกไว้ก่อนว่าซีรี่ส์นี้เขียนจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองที่ใช้เงินต่อเดือนตามข้อกำหนดวีซ่าเป๊ะๆ คือไม่เกินเดือนละ £1000 ในลอนดอน แล้วยังมีเงินเหลือไปชอปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงทานข้าวนอกบ้านด้วยนะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนที่คิดจะไปเรียนต่อนะคะ (ปล. ไม่ได้เรียนต่อที่ลอนดอนก็อ่านได้ แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองที่ตัวเองอยู่เอาเน้อ)

ซีรี่ส์นี้จะครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

  1. ตอนที่ 1 Traveling in London  เจาะลึกระบบขนส่งมวลชนในลอนดอน
  2. ตอนที่ 2 Traveling in London ตอนที่ 2 เดินทางอย่างไรให้คุ้มค่า
  3. ตอนที่ 3 Accommodation in London ถ้าไม่เลือกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย จะเริ่มต้นอย่างไร กลยุทธ์การหาที่พักให้ถูกและดี
  4. ตอนที่ 4 Cooking and eating พาทัวร์ Sainsbury ซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ จ่ายตลาดอย่างไรให้ประหยัด 
  5. ตอนที่ 5 Shopping Shopping Shopping ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา
  6. ตอนที่ 6 Part-time job งานอะไรที่นักเรียนไทยทำได้ วิธีการเริ่มต้นหางาน การแบ่งเวลาทำงานกับเรียน
  7. ตอนที่ 7 Improving English without paying any quids ไม่ต้องลงทะเบียนเรียนภาษา ลองดูเทคนิคที่จะช่วยให้ภาษาเราดีขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน

จากตอนที่แล้วพูดถึง Groceries shopping คราวนี้จะมาพูดถึงการช้อปปิ้งเพื่อความสุขส่วนตัวของเราบ้างค่ะ 

ในแต่ละปี ห้างสรรพสินค้าของประเทศอังกฤษอย่าง Harrods, Selfridges หรือ Westfield และร้านค้าต่างๆ จะจัดการลดราคาใหญ่ๆ 2 ครั้งต่อปี ได้แก่ Summer Sales ช่วงกลางเดือนมิถุนายน และ Winter Sales ช่วยก่อนคริสมาสต์ไปจนถึงหลังปีใหม่ แต่ละครั้งจะเซลล์ประมาณ 1 เดือนครึ่งค่ะ 

โดยช่วงเซลล์ฤดูร้อน จะเป็นการนำเสื้อผ้าฤดูหนาวมาลดราคา ส่วนการเซลล์ฤดูหนาวก็จะนำเสื้อผ้าฤดูร้อนมาลดราคาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนวันสินค้าลดราคาที่เป็นที่โด่งดังมากในอังกฤษเรียกว่า Boxing day หรือหลังวันคริสต์มาสนั่นเองค่ะ (26 ธันวาคม) ผู้คนจะเดินเบียดเสียดกันเต็มถนนเลยทีเดียว

สำหรับการ Shopping ในช่วงเซลล์ มีเทคนิคดังนี้ค่ะ

  • Check online สำหรับสินค้าให้พร้อม ดูให้ดีว่าห้างที่เราสนใจมี Stock สินค้าหรือเปล่า
  • จด Wish list ไปค่ะ ถ้าเป็นไปได้ควรไปลองไซส์ของเราล่วงหน้าก่อนถึงวันลดจริง เพราะวันจริงอาจจะไม่มีเวลาลอง
  • เช็คเวลาเปิด-ปิด ของแต่ละห้างนะคะ บางที่ระบุเวลาว่าเราจะสามารถเดินดูได้กี่โมง อย่าง Browsing 11.30 - 12.00 แต่พนักงานจะเริ่มให้บริการหลังเที่ยง
  • ถ้าชอบของชิ้นไหนจริงๆ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด เพราะอาจจะมีคนอื่นมาคว้าไปได้นะคะ สาวๆ ที่นี่โหดสมชื่อ Boxing day ค่ะ

แหล่งชอปปิ้งที่เป็นที่นิยมของคนไทย ถ้าเป็นพวกสินค้าแฟชั่นหรือแบรนด์เนมจะมีคร่าวๆ 4 ย่านค่ะ

  1. Oxford street ที่นี่เราเดินได้ตั้งแต่สถานี Tottenham Court Road ไปจนถึง Marble Arch ค่ะ ตรงสถานี Oxford Circus จะตัดกับ Regent Street ที่เดินทะลุไปยัง Piccadilly Circus ได้ ตรงนี้ก็มี Shop ของ Nike, Topshop, H&M และ SuperDry แต่ถ้าไม่เลี้ยวเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึง Bond street station จากตรงนี้ไปก็เป็น Shop High end แล้วค่ะ มีทั้ง John Lewis, House of Fraser และ Selfridges

2. Knightsbridge สถานีนี้อยู่ข้าง Harrods เลยค่ะ ห้างจะมี 7 ชั้น เดินข้างในอาจจะหลงทางได้เพราะซับซ้อนมาก ถ้านัดเพื่อนนัดข้างนอกจะดีกว่าค่ะ นอกจากกระเป๋าแบรนด์เนมและกระเป๋า Harrods ที่ฮิตๆ กันแล้ว ชั้น G ยังมีขนม Macaroon และ Gelato ที่ไม่ควรพลาดนะคะ เดินออกไปทาง Sloane Square จะคล้าย Bond Street ค่ะ แต่คนเดินน้อยกว่า ที่นั่นก็มี LV Chanel Hermes และ Zara นะคะ

3. Covent garden แถวนี้จะมี Apple Store ขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งรวมเแบรนด์วัยรุ่นเช่น Paul Smith, Fred Perry, Diesel, Miss Sixty และมีตลาดขายของน่ารักๆ มากมายค่ะ ลักษณะคล้ายๆ กับสยามบ้านเรา วันไหนโชคดีมี Street show ให้ดูด้วย ถือเป็นของเด็ดของที่นี่ค่ะ

4. Westfield เป็นห้างขนาดใหญ่คล้ายพารากอนบ้านเราค่ะ มีสองสาขาในลอนดอนคือ Shepherd’s Bush (Zone 2 ทางตะวันตก) และ Stratford City (Zone 3 ฝั่งตะวันออก) จะนัดเพื่อนบอกให้ดีๆ นะคะว่าไปสาขาไหน เพราะพี่เคยไปคนละที่กันมาแล้ว ทั้งสองที่จะมีร้านค้ามารวมกันมากมายและเชื่อมโยงห้างใหญ่อย่าง Debenhams, House of Fraser, John Lewis และ M&S เข้าด้วยกันค่ะ ก่อนไปเช็คให้ดีว่าสาขาที่เราจะไปมี Shop ที่เราจะซื้อหรือเปล่า ลองดูรายละเอียดได้ที่นี่นะคะ 

แหล่งช้อปอีกที่ที่อยากแนะนำสำหรับคนชอบของมือสอง ของ Vintage คือถนน Brick lane ค่ะ จะลง Overground สถานี Shoreditch High Street หรือ Tube Aldegate East แล้วเดินต่อก็ได้ ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขายของมือสองและอาหารอินเดียค่ะ ส่วนอาหารขึ้นชื่อที่นี่ก็คือ Bagel และมีคาเฟ่น่ารักๆ เต็มไปหมด 

 

ร้านที่ต้องพูดถึงและขาดไม่ได้อีกร้านหนึ่งก็คือ Boots ค่ะ ร้าน Boots เดิมทีเป็นร้านขายขา แต่ตอนนี้แทบจะมีทุกอย่างตั้งแต่เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ยา แว่น ฯลฯ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ขอให้สมัคร Advantage card ผ่านเว็บไซต์ของ Boots เอาไว้เลย เพราะการสะสมแต้มของที่นี่คุ้มค่ามากทีเดียว โดยทุกๆ £1 จะได้ 4 แต้ม และ 100 แต้ม นำมาซื้อของได้ £1 แต่บางครั้งจะมีสินค้าบางอย่างที่ได้แต้มพิเศษ 500 แต้มบ้าง 1000 แต้มบ้าง หมายความว่าเราได้เงินคืนหลายปอนด์เลยทีเดียว

ยิ่งช่วงก่อนคริสมาสต์ Boots จะมีการจัด Gift set และมี Promotion 3 for 2 หรือซื้อสามจ่ายสอง นอกจากนี้ถ้าซื้อครบ £50 ก็จะได้แต้มสะสมอีก £12 เรียกว่าลดแล้วลดอีกเลยทีเดียวค่ะ คุ้มสุดๆ

 

 

แน่นอนว่าที่พี่แนะนำไว้ในบทความนี้เป็นเพียง Guideline เท่านั้น ส่วนวิธีช้อปปิ้งให้ประหยัดจริงๆ ก็คือซื้อของเฉพาะที่จำเป็นสำหรับเราจริงๆ เท่านั้น และตรวจสอบราคาและโปรโมชั่นเปรียบเทียบกันหลายๆ ร้านก่อนจะซื้อเสมอ พี่จะระลึกตลอดเวลาว่าเงินที่มาเรียนนั้นเป็นเงินที่ตัวเราหรือพ่อแม่ทำงานอย่างหนักเพื่อที่เราจะมาเรียนได้ ดังนั้นก่อนใช้ต้องคิดให้ดีนะคะ

อ่านตอนก่อนหน้านี้                                                                                          อ่านตอนถัดไป

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด