ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: เมื่อมาถึง

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 7 Improving English without paying bucks

7121

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 7 Improving English without paying bucks

สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกครั้งโดยไม่มีใครเรียกร้องกับซีรี่ส์ยาวเฟื้อย Surviving London: Guide for Students in a budget ที่จะช่วยตอบคำถามว่า “นักเรียนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างเราๆ จะใช้ชีวิตในเมืองค่าครองชีพสูงอย่างลอนดอนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด” บอกไว้ก่อนว่าซีรี่ส์นี้เขียนจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองที่ใช้เงินต่อเดือนตามข้อกำหนดวีซ่าเป๊ะๆ คือไม่เกินเดือนละ £1000 ในลอนดอน แล้วยังมีเงินเหลือไปชอปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงทานข้าวนอกบ้านด้วยนะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนที่คิดจะไปเรียนต่อนะคะ (ปล. ไม่ได้เรียนต่อที่ลอนดอนก็อ่านได้ แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองที่ตัวเองอยู่เอาเน้อ)

ซีรี่ส์นี้จะครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

  1. ตอนที่ 1 Traveling in London  เจาะลึกระบบขนส่งมวลชนในลอนดอน
  2. ตอนที่ 2 Traveling in London ตอนที่ 2 เดินทางอย่างไรให้คุ้มค่า
  3. ตอนที่ 3 Accommodation in London ถ้าไม่เลือกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย จะเริ่มต้นอย่างไร กลยุทธ์การหาที่พักให้ถูกและดี
  4. ตอนที่ 4 Cooking and eating พาทัวร์ Sainsbury ซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ จ่ายตลาดอย่างไรให้ประหยัด 
  5. ตอนที่ 5 Shopping Shopping Shopping ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา
  6. ตอนที่ 6 Part-time job งานอะไรที่นักเรียนไทยทำได้ วิธีการเริ่มต้นหางาน การแบ่งเวลาทำงานกับเรียน
  7. ตอนที่ 7 Improving English without paying any quids ไม่ต้องลงทะเบียนเรียนภาษา ลองดูเทคนิคที่จะช่วยให้ภาษาเราดีขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน

มาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ในตอนนี้พี่ก็อยากจะพูดถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดในการมาอยู่ในต่างประเทศ นั่นก็คือเรื่อง “ภาษา” ค่ะ ไหนๆ ก็มาอยู่อังกฤษแล้วเราก็ควรจะพัฒนาตัวเองในด้านภาษาให้มากที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้นแล้ว ยังเป็นทักษะที่จะติดตัวเรา และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออนาคตการทำงานของเราค่ะ

>>> การสร้างกลยุทธ์จำคำศัพท์ <<<
>>> การอยู่ภาษาอังกฤษให้ได้ภาษาอังกฤษ <<<

แน่นอนว่าทุกๆ คนที่กำลังอ่าน blog นี้อยู่ คงจะมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว ปัญหาของเด็กไทยส่วนใหญ่ที่เจอคือ มีความรู้เรื่องแกรมม่า แต่ไม่กล้าพูด บางคนอาจจะไม่รู้ว่าเริ่มต้นอย่างไร การบอกให้เราคุยกับฝรั่งเยอะๆ เป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่พอจะทำจริงๆ ใครล่ะจะกล้าเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้า หลายๆ คนอาจจะมีความเชื่อบางอย่างที่ทำให้เราไม่ยอมใช้ภาษาอังกฤษ อาจจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เช่น กลัวว่าฝรั่งจะมองว่าเราไม่เก่ง กลัวครูเสียเวลาที่ต้องมาฟังเราอธิบายสิ่งที่ครูอาจจะไม่เข้าใจ ฯลฯ วันนี้อยากจะให้ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ค่ะ

ความกลัวของเราเกิดจากความคาดหวังกับตัวเอง และการคิดว่าคนอื่นคาดหวังกับตัวเรา 

ที่จริงแล้วคนต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังให้คนที่พูดภาษาเค้าเป็นภาษาที่สองจะต้องเก่งหรือพูดได้คล่อง ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือใครก็ตามค่ะ ทุกคนจะตั้งใจฟังและพยายามเข้าใจเราเต็มที่ และพวกเค้าก็หวังให้เราพยายามสื่อสารให้เต็มที่ด้วยเช่นกัน 

สำหรับตัวพี่แล้ว เพื่อให้การสื่อสารของเราดีขึ้น พี่จะพยายาม ฝึกพูดในใจ ก่อนค่ะ เช่น ก่อนกลับบ้าน ระหว่างบนรถไฟ พี่ก็จะซ้อมในใจว่า ถ้าวันนี้แฟลทเมทถามว่า ‘How was your day?’ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติมักจะถามเป็นปรกติ) แล้วเราจะตอบว่าอะไร เราจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ได้อย่างไร มีอะไรที่น่าสนใจเกิดกับเราบ้าง แล้วเราจะตอบเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร ที่สำคัญคือในการสื่อสารอย่างนี้ เราไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องแกรมม่า ไม่เหมือนกับการเขียน Essay หรือตอบข้อสอบ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้อง “ทำให้ดีที่สุด” ก็ได้ค่ะ แค่พูดคุยให้เป็นธรรมชาติก็พอ

การฝึกทำอะไรหลายๆ อย่างในใจ เป็นสิ่งที่มีงานวิจัยออกมายืนยันแล้วว่าได้ผลดีเท่าเทียมกับการทำสิ่งเหล่านั้นจริงๆ ในชีวิต เช่นนักบาสที่ซ้อมชู้ตบาสจริงๆ กับนักบาสที่ซ้อมชู้ตบาสในใจ พอถึงเวลาทดสอบก็สามารถพัฒนาตนเองได้เท่าเทียมกัน ภาษาอังกฤษก็เหมือนกันค่ะ ส่วนดีก็คือการซ้อมพูดในใจนี้จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรา สมองของเราสร้างความคิดกว่า 80,000 ความคิดต่อวัน ถ้าเปลี่ยนความคิดเหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษ ลองคิดดูสิคะว่าเราจะฝึกภาษาได้มากขนาดไหน

เทคนิคอีกอย่างคือ การรับสารเป็นภาษาอังกฤษ แต่ทำให้สารนั้นง่ายต่อการรับมากขึ้น ทำได้ด้วยการเปิด Subtitle ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวีของที่นู่น หนังที่เราดู หรือ TED talk ดูเสร็จแล้วก็ซ้อมในใจต่อว่า ถ้ามีคนมาขอให้สรุปสิ่งที่เราดูเมื่อกี๊ให้ฟัง เราจะเล่าให้เค้าฟังได้อย่างไร ทำแบบนี้นอกจากจะฝึกจับใจความแล้ว ยังช่วยให้เรา paraphrase ได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์เมื่อเราต้องอ่านหนังสือและบทความวิชาการเวลาทำรายงานค่ะ

หากซ้อมในใจจนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลานำไปใช้จริงค่ะ ที่ไหนหนอ ที่เราจะได้พูดกับฝรั่งโดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่ต้องจริงจังเหมือนพูดกับอาจารย์ในห้องเรียน คำตอบก็คือ Language exchange meetup นั่นเองค่ะ ลองแวะเข้าไปใน meetup.com เพื่อดูว่ามี Language exchange ที่ไหนใกล้ๆ เราบ้าง ส่วนใหญ่งานพวกนี้คือ ชาวต่างชาติและชาวอังกฤษที่สนใจจะเรียนภาษาอื่นๆ อยู่แล้วค่ะ 

พอไปถึง น้องๆ จะตกใจกับความอยากพูดคุยของพวกเขาเหล่านี้มากๆ เลยค่ะ เราไม่ต้องทำอะไรเลย เค้าก็จะยิงคำถามใส่เรารัวๆ มาจากไหน มาทำอะไร เรียนที่ไหน ฯลฯ เริ่มต้นจากเท่านี้เราก็จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ และได้พัฒนาภาษาของตัวเองแบบง่ายๆ ค่ะ

สุดท้ายอย่าลืมว่า ความสำเร็จของเรา ไม่จำเป็นต้องมาจากผลลัพธ์ที่สำเร็จเสมอไป แต่เพียงแค่เราเริ่มพยายามก็ถือว่าเราเอาชนะความกลัวของเราได้แล้ว และเราควรจะมีความสุขจากความพยายามของเรานะคะ สำหรับวันนี้พี่ก็ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน แล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้านี้                                                                     อ่านตอนแรก

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด