ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ชีวิตนักเรียน - MUST READ

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 1 Traveling in London

55295

อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 1

สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกครั้งโดยไม่มีใครเรียกร้องกับซีรี่ส์ยาวเฟื้อยรอบที่สอง Survival Guide in London : ชุด Students on a budget ที่จะช่วยตอบคำถามว่า “นักเรียนที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอย่างเราๆ จะใช้ชีวิตในเมืองค่าครองชีพสูงอย่างลอนดอนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด” บอกไว้ก่อนว่าซีรี่ส์นี้เขียนจากประสบการณ์ชีวิตของตัวพี่เองที่ใช้เงินต่อเดือนตามข้อกำหนดวีซ่าเป๊ะๆ คือไม่เกินเดือนละ £1000 ในลอนดอน แล้วยังมีเงินเหลือไปชอปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงทานข้าวนอกบ้านด้วยนะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนที่คิดจะไปเรียนต่อนะคะ (ปล. ไม่ได้เรียนต่อที่ลอนดอนก็อ่านได้ แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองที่ตัวเองอยู่เอาเน้อ)

 

ซีรี่ส์นี้จะครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

  1. ตอนที่ 1 Traveling in London  เจาะลึกระบบขนส่งมวลชนในลอนดอน
  2. ตอนที่ 2 Traveling in London ตอนที่ 2 เดินทางอย่างไรให้คุ้มค่า
  3. ตอนที่ 3 Accommodation in London ถ้าไม่เลือกอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย จะเริ่มต้นอย่างไร กลยุทธ์การหาที่พักให้ถูกและดี
  4. ตอนที่ 4 Cooking and eating พาทัวร์ Sainsbury ซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ จ่ายตลาดอย่างไรให้ประหยัด 
  5. ตอนที่ 5 Shopping Shopping Shopping ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการชอปปิ้งถ้าเลือกช้อปให้ถูกที่ ถูกเวลา
  6. ตอนที่ 6 Part-time job งานอะไรที่นักเรียนไทยทำได้ วิธีการเริ่มต้นหางาน การแบ่งเวลาทำงานกับเรียน
  7. ตอนที่ 7 Improving English without paying any quids ไม่ต้องลงทะเบียนเรียนภาษา ลองดูเทคนิคที่จะช่วยให้ภาษาเราดีขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน
mini book UK
มินิบุ๊ค คู่มือเรียนต่อUK

บทความนี้ขอเริ่มที่ระบบขนส่งมวลชนของลอนดอนก่อนนะคะ เพราะเป็นสิ่งแรกที่เราจะต้องเจอตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากสนามบินเลยทีเดียว หากอยากประหยัดเงิน ขอให้มองข้ามรถแทกซี่ไปเลยค่ะ เพราะแทกซี่ของที่นี่แพงมากกกก แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่อังกฤษ โดยเฉพาะในลอนดอน ระบบการขนส่งมวลชนดีสุดๆ มีทั้งรถไฟใต้ดิน รถเมล์ รถไฟ และจักรยาน เรียกได้ว่าไม่ต้องมีรถก็เดินทางได้ทั่วเมืองค่ะ คนที่นี่เค้าก็ไม่ค่อยขับรถกันนะคะ ดังนั้นบนถนนรถก็ไม่ค่อยติด และไม่มีมลพิษด้วย อากาศที่นี่หายใจได้เต็มปอดค่ะ นอกจากนี้ในตัวเมืองจะมีแผนที่ตลอด เรียกว่าเดินยังไงก็ไม่หลง

 

ตอนที่ 1 Traveling in London ขนส่งมวลชนในลอนดอน แพลนดีมีเงินเก็บ

 

Underground / Tube / Overground / DLR

เมื่อมาลอนดอนแล้ว สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองก็คือรถไฟใต้ดินของลอนดอนค่ะ เพิ่งจะฉลองครบรอบ 150 ปีในปี 2013 นี้เอง ทุกคนจะคุ้นเคยกับป้ายวงกลมสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของรถไฟใต้ดินแห่งนี้เป็นอย่างดี สังเกตุป้ายเหล่านี้ไว้ให้ดีๆ นะคะ ถ้าหลงทางจะได้หาทางกลับบ้านถูก

สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อมาถึง คือการซื้อ Oyster card จากสถานีที่สนามบินค่ะ บัตร Oyster card เป็นบัตรที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในลอนดอน เพราะใช้ขึ้นได้ทั้ง Underground/ Overground/ DLR ไปจนถึงรถเมล์ (บทความหน้าเราจะมาพูดถึงกันว่าบัตรอะไรใช้ลดราคา Oyster card ได้บ้าง) นอกจากนี้ก็หยิบแผนที่ Tube map ติดตัวมาด้วย เก็บไว้ใช้เป็นประโยชน์ได้นานเลย

เส้นทางของรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอนจะครอบคลุมทั้ง 6 Zones ในตัวเมืองค่ะ สถานีจะหนาแน่นมากๆ ในช่วงใจกลางเมือง การเดินทางก็ง่ายมากๆ แค่เราจำสีของสายต่างๆ และจำให้ได้ว่าสถานีที่เราต้องการไปอยู่บนสายไหน คราวนี้ไม่ว่าเริ่มต้นจากจุดไหน เราก็สามารถหาที่เปลี่ยนสถานีได้ เพราะทุกสายเชื่อมต่อกันหมดค่ะ ส่วนสายหลักๆ ที่ตัดไปยังที่ท่องเที่ยวก็เช่น Central line (Oxford street, Bond Street), Jubilee line (Westminster, Waterloo) และ District line (Tower Hill)

** Tips ** สำหรับคนที่เดินทางจากสนามบิน ลองดูแผนที่ให้ดีว่าสถานีไหนมีเครื่องหมายรถเข็นผู้พิการ ก็หมายความว่ามีบันไดเลื่อนหรือลิฟท์ตลอดในตัวสถานีค่ะ ถ้าเราจะต้องเปลี่ยนรถก็เลือกสถานีที่มีเครื่องหมายเหล่านี้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันได

ค่าตั๋วจะแพงขึ้นตามระยะทางที่เราเดินทางค่ะ รวมทั้งจะแพงกว่าเดิมในช่วง Peak hour ได้แก่ 6.30 - 9.30น. ในตอนเช้า และ 16.00 - 19.00น. ในตอนเย็น ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็จะดีค่ะ หากวันไหนเราต้องเดินทางเยอะก็ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ บัตร Oyster จะไม่คิดเงินเรา หากเราเดินทางเกิน 4 เที่ยวค่ะ แต่หากใครเดินทางบ่อยก็อาจจะลองคิดดูว่าจะซื้อเป็น Travelcards รายสัปดาห์หรือรายเดือนจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า ลองดูราคาได้ที่นี่ค่ะ

 

 

รู้หรือไม่ รถเมล์สาย 453 วิ่งผ่านสะพาน Westminster และ Westmister University เห็นรอบๆมหาวิทยาลัยและ แลนด์มาร์คหลักๆที่สวยงามของอังกฤษ ถ้าเรียนทึ่นี่แนะนำให้นั่งกลับบ้านภาพจะตรึงใจไปอีกหลายปี ที่นี่ยังมีทุนด้านBusiness ให้กับนักเรียนต่างชาติทุกปีอีกด้วย

 

Bus 

รถเมล์สองชั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของกรุงลอนดอนค่ะ หากต้องการเดินทางพร้อมชมเมืองไปด้วย รถเมล์ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง เพราะรถที่นี่ไม่ติดมากถ้าไม่ใช่ช่วง Peak hours และหากเรากลับบ้านดึกๆ หลังรถไฟใต้ดินปิดให้บริการ ก็ยังมีรถเมล์หลายสายที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ 

ารขึ้นรถเมล์ของที่นี่ก็ไม่ยาก เพราะทุกป้ายรถเมล์จะมีแผนที่บอกทางอย่างละเอียด รวมทั้งบอกด้วยว่ารถคันต่อไปจะมาเมื่อไหร่ (คุ้นๆ เหมือนบ้านเราพยายามจะมีนโยบายนี้แต่ทำไม่ได้) รถเมล์ที่นี่ค่อนข้างตรงต่อเวลานะคะ ดังนั้นหากที่ป้ายบอกว่า จากป้ายนี้ ไปถึงป้ายจุดหมายปลายทางของเราจะใช้เวลา 18 นาที รถเมล์ก็จะใช้เวลาเท่านั้นจริงๆ ค่ะ บนรถจะมีเสียงและป้ายประกาศตลอดว่าสถานีต่อไปคือสถานีอะไร ดังนั้นหากเรารู้ชื่อสถานีปลายทางก็แค่คอยฟังประกาศให้ดี โอกาสหลงทางก็แทบจะไม่มีเลยค่ะ

☺สถาบันด้านManagement อังกฤษ

☺ทุนการศึกษาด้าน Business อังกฤษ

ระบบรักษาความปลอดภัยและความสะอาดบนรถก็ดีมากๆ ค่ะ โดยที่ในตัวรถจะมีกล้องวีดีโอติดให้คนขับเห็นตลอด และบนชั้น 2 ก็จะไม่อนุญาติให้ยืนอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้คนขับมีสิทธิ์ไม่รับคนเพิ่มถ้าหากจำนวนคนเกินอัตราที่กำหนดด้วยค่ะ วิธีการจ่ายเงินถ้ามีบัตร Oyster card หรือ Travelcard ก็จะง่ายกว่า ราคาเมื่อจ่ายด้วยบัตร Oyster card จะอยู่ที่ £1.40 ต่อเที่ยวค่ะ (หากขึ้นเกิน 3 เที่ยวจะไม่คิดเงินเพิ่ม)

 

Rail

ระบบรถไฟของอังกฤษเชื่อมต่อกันทั่วประเทศ หากเราต้องการเดินทางไปต่างเมืองก็ง่ายแสนง่าย แค่เข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์การรถไฟของอังกฤษ ค้นหาชื่อสถานีต้นทางและปลายทาง เว็บไซต์ก็จะวางแผนการเดินทางให้เราจากสถานีหน้าบ้านเราไปจนถึงจุดหมายปลายทางเลยค่ะ

หากเรายังอยู่ในตัวเมืองลอนดอน บัตร Oyster card ของเราก็ยังใช้ได้กับสถานีรถไฟ ไม่ต้องซื้อบัตรเพิ่มค่ะ การเดินทางด้วยรถไฟบางครั้งจะเร็วกว่ารถไฟใต้ดินเพราะมีสถานีกลางทางน้อยกว่า (เช่นถ้าจะไป Richmond จาก Waterloo ใช้เวลาแค่ 20 นาที แต่ถ้าขึ้นรถไฟใต้ดินอาจใช้เวลา 45 นาที) คนที่นี่หลายคนอาศัยอยู่นอกเมืองแล้วเดินทางเข้ามาทำงานด้วยรถไฟทุกเช้ายังได้ เพราะรถไฟที่นี่วิ่งเร็วค่ะ 

แต่ถ้าเราจะไปนอกเมือง เราก็สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้แล้วไปรับที่สถานี ซึ่งราคาก็จะถูกกว่า หรือจะไปซื้อที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติก็ไม่ยากเช่นกัน แค่กดเลือกจุดหมายปลายทางบนหน้าจอพร้อมกับบัตรส่วนลดที่เรามีและจ่ายเงินก็เสร็จเรียบร้อย ที่สำคัญคือตรวจเช็คเวลาออกเดินทางให้ดีค่ะ เพราะรถไฟที่นี่ตรงต่อเวลามาก หากเราไปช้าก็อาจจะต้องเสียเวลารอขบวนต่อไปนานหน่อยค่ะ

 

Cycling

ที่ลอนดอนมีความพยายามจะลดปัญหามลพิษมากๆ ดังนั้นทางรัฐบาลจึงร่วมมือกับธนาคาร Barclay จัดทำระบบเช่าจักรยานทั่วเมืองลอนดอนที่เรียกว่า Barclay Cycle Hire ขึ้นมาค่ะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราเดินทางในลอนดอนได้ง่าย เพราะที่สถานีหรือ Dock ของ Barclay Cycle Hire จะมีแผนที่ถนนท้องถิ่นให้เราดูอย่างละเอียด ว่าเราสามารถปั่นไปที่ไหนได้บ้าง

นักท่องเที่ยวหรือนักเรียนอย่างเราๆ ก็สามารถสมัครสมาชิกและใช้บริการได้ง่ายๆ แค่ไปที่จุดให้บริการ จ่ายเงินค่าเช่าด้วยบัตรเดบิตหรือเครดิตกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เราก็สามารถนำจักรยานออกจากที่จอดไปปั่นได้ทันที และถ้าเราคืนรถภายใน 30 นาที (ที่ Dock ของ Barclay ที่ไหนก็ได้) เราก็ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมด้วย เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นๆ มากเลยค่ะ

เห็นไหมคะว่ามีสถานีจักรยานทั่วเมืองเลยจริงๆ

ใครสนใจอยากชมเมืองลอนดอนด้วยการปั่นจักรยาน ช่วยลดมลพิษและยังได้ออกกำลังกาย ลองแวะไปดูข้อมูลได้ที่ Barclay Cycle Hire เพิ่มเติมนะคะ 

 

 

ในตอนถัดไป เราจะมาดูว่า บัตรอะไรที่จะเป็นส่วนลดให้นักศึกษาอย่างเราๆ ได้บ้าง และ Application อะไรบนมือถือที่เราต้องมี เพื่อให้การเดินทางในลอนดอนง่ายขึ้นค่ะ

 

อ่านต่อตอนที่ 2

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (Panyapiwat Institute of Management)"

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด