ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: แนะนำหลักสูตรและสาขา

บทสัมภาษณ์นักศึกษา : บรรณารักษ์

1449

บทสัมภาษณ์นักศึกษา : บรรณารักษ์
ชื่อ :  Adoree Hatton
หลักสูตร :  MA Librarianship
ระดับการศึกษา : ปริญญาโท
สถาบันการศึกษา : University of Sheffield
จากประเทศ : อเมริกา
-------------------------------------------------------------

Q : ทำไมคุณถึงสมัครเรียนหลักสูตรนี้และคุณมีวิธีเลือกมหาวิทยาลัยของคุณอย่างไร?

ตั้งแต่เริ่มต้นที่จะสมัครเรียน ฉันก็ดูแต่หลักสูตรบรรณารักษ์หรือสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น ฉันรู้ดีว่าฉันต้องการที่จะเป็นบรรณารักษ์ ดังนั้น ฉันจึงสนใจในหลักสูตรนี้ ฉันสมัครเรียนในหลายๆที่ ทั้งในอังกฤษและอเมริกา โดย University of Sheffield เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ฉันได้รับการตอบรับ ฉันเลยเริ่มต้นที่จะศึกษาลึกลงไปหลักสูตรและสถาบันการศึกษาแห่งนี้ให้มากขึ้น แล้วฉันก็พบว่าที่นี่เพิ่งเปิดศูนย์ส่วนกลางทางข้อมูล และในฐานะนักเรียนบรรณารักษ์  นี่ถือว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่เลยทีเดียว

Q : ทำไมคุณถึงเลือกอังกฤษเป็นที่สถานที่เรียนต่อของคุณ?

The Chartered Institute of Library and Information Professionals (CILIP) คือสมาคมของอังกฤษ ที่เหมือนกันกับ the American Library Association (ALA) ของอเมริกา ฉันรู้ดีว่าถ้าฉันต้องการที่ได้งานเป็นบรรณารักษ์ในอเมริกา ฉันก็ควรจะเรียนจบจากสถาบันการศึกษาของอเมริกาเอง เพื่อที่จะได้รับการยอมรับจาก ALA  แต่ถึงอย่างนั้น CILIP เองก็ได้รับการยอมรับว่าเท่าเทียมกับ ALA ดังนั้น ฉันรู้ดีว่าถึงแม้ฉันจะเรียนจบจากอังกฤษ ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาในการหางานที่บ้านเกิดของตัวเอง

ฉันยังต้องการที่จะเรียนต่อที่อังกฤษตั้งแต่ฉันอายุ 14 แล้ว และเมื่อฉันมีโอกาส ฉันก็ไม่มีทางที่จะพลาดอยู่แล้ว อีกทั้งหลักสูตร MA ที่อังกฤษ ก็ใช้เวลาในการเรียนเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ประกอบกับค่าเล่าเรียนก็ถูกกว่าในอเมริกาด้วย  นอกจากนี้ ฉันยังชอบที่มันใช้เวลาในการเรียนน้อย ฉันจะได้เริ่มต้นการทำงานเป็นบรรณารักษ์ได้เร็วขึ้น

Q : คุณรู้สึกอย่างไรในช่วงเดือนแรก?

ในช่วงเดือนแรกที่ฉันมาอยู่ที่นี่ฉันตื่นเต้นมาก แต่ก็รู้สึกดีไปกับมัน  โดยสองสามสัปดาห์แรก ฉันได้รับทราบข้อมูลใหม่ๆมากมาย ทั้งเรื่องที่ต้องอาศัยอยู่สถานที่ใหม่ๆ ไหนจะเรื่องต้องพบปะกับเพื่อนใหม่อีก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็สนุกกับช่วงเดือนแรกที่นี่ เพราะฉันสนุกไปกับวิชาที่เรียน ทำให้ฉันรู้สึกดีมากและขอบคุณที่พวกเขาเลือกให้ฉันเข้ามาเรียนที่นี่

Q : สถาบันการศึกษาช่วยคุณในการตั้งตัวในช่วงสัปดาห์แรกในมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง?

ฉันเข้าร่วมการปฐมนิเทศในสัปดาห์แรกที่มาอยู่ที่นี่ พวกเขาให้ข้อมูลในหลายๆเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนต่างชาติ เช่น เรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย, การประสบความสำเร็จในระบบการศึกษาที่แตกต่าง, การทำงานในอังกฤษ รวมถึงเรื่องของบริการสาธารณสุขที่ควรรู้ นอกจากนี้พวกเขายังให้โอกาสในการไปท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้ๆ รวมถึงการจัดความบันเทิงในช่วงเย็นให้อีกด้วย

ฉันพอใจมากเกี่ยวกับข้อมูลที่พวกเขาให้ในช่วงสัปดาห์ปฐมนิเทศ มันเป็นการให้โอกาสฉันในการเรียนรู้ทุกอย่างรอบมหาวิทยาลัย อีกทั้งฉันยังเป็นการให้โอกาสฉันได้เปิดบัญชีในธนาคาร, สมัครสิทธิทางสาธารณสุข และ ลงทะเบียนเรียน

Q : คุณอาศัยอยู่ที่ใดและคุณหาที่พักที่เหมาะกับคุณได้อย่างไร?

ฉันเลือกที่พักอยู่ที่หอพักของมหาวิทยาลัย เพราะฉันไม่ได้มีโอกาสที่จะมาเที่ยวที่นี่ก่อนเปิดเทอม ดังนั้น ฉันจึงไม่ทราบเกี่ยวกับเมืองหรือที่พักในเมืองมากนัก อีกทั้งฉันก็รู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยในการเลือกหาที่พักด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ฉันยังต้องย้ายเข้ามาที่นี่เพียงแค่สองสามวันก่อนปฐมนิเทศอีก ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะหาบ้านพักเองเมื่อฉันมาถึงที่นี่  แต่เหตุผลหลักในการเลือกอยู่หอพักของฉันก็คือ มันไม่ยุ่งยาก

ฉันมีความสุขมากในการอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย เพราะมันทำให้ชีวิตของฉันง่ายเอามากๆ เพราะในค่าเช่าสาธารณูปโภคต่างๆที่ฉันต้องจ่ายนั้นรวมเอาค่าอินเตอร์เนตเข้าไปด้วย  โดยฉันอาศัยร่วมอยู่กับเพื่อนต่างชาติอีก 4 คน พวกเราแชร์ห้องครัวและห้องรับแขกร่วมกัน  โดยที่พักของพวกเราเป็นแบบบริการตัวเอง ดังนั้นพวกเราเลยต้องทำอาหารทานกันเอง แต่ส่วนมากพวกเราก็เลือกไปทานที่โรงอาหารของหอมากกว่า

Q : คุณปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่มหาวิทยาลัยของคุณอย่างไร?

ฉันมีช่วงเวลาที่ลำบากในการปรับตัวเข้ากับสังคม ปกติแล้วฉันเป็นคนชอบเข้าสังคมมากนัก ดังนั้นการสร้างเพื่อนใหม่จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉันมาก แต่ฉันก็ค้นพบว่ามันง่ายกว่ามากในการหาเพื่อนถ้าคุณเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ที่นี่มีเทศกาลหรือกิจกรรมอยู่ตลอด รวมถึงชมรมมากมายด้วย โดยฉันได้เข้าร่วมชมรมเต้น และชมรมร้องเพลงประสานเสียง ซึ่งทำให้ฉันมีโอกาสในการหาเพื่อใหม่มากมาย

ฉันพบว่าวิธีที่ดีที่สุดในการหาเพื่อน คือ ติดต่อกับคนอื่นๆในห้องเรียน มันมีโอกาสมากมายในการทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องเรียนของคุณ เพราะการเรียนหลักสูตรบรรณารักษ์ จะมีโอกาสในการไปเยี่ยมชมห้องสมุดมากมายทั่วประเทศ และในการเดินทางแต่ละครั้ง เราก็สามารถใช้เวลาบนรถในการทำความรู้จักเพื่อนร่วมห้องเรียนได้ นอกจากนี้ การทำงานเป็นกลุ่ม ก็เป็นอีกวิธีในการทำความรู้จักคนอื่นๆด้วย

Q : คุณเจอกับประสบการณ์ Culture Chock  บ้างมั้ยเมื่อคุณมาถึงอังกฤษ?

ฉันไม่ค่อยกลัวกับปัญหา culture shock มากนัก ฉันรู้ดีว่าการย้ายมายังประเทศใหม่มันเป็นเรื่องท้าทาย แต่สำหรับฉันมันก็ไม่ได้ต่างไปจากการย้ายจากรัฐเดิมไปยังรัฐอื่นๆสมัยฉันอยู่ที่อเมริกา  แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเรียนไปถึงครึ่งเทอมแรก ฉันก็มีปัญหาในการนอน และการเรียนในห้องเรียน ฉันคิดว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นผลมาจาก culture shock  แต่การอยู่ในสถาบันการศึกษาที่สร้างจุดมุ่งหมายและมุ่งเป้าไปยังสิ่งที่คุณควรทำอย่างชัดเจน ก็ทำให้คุณสามารถจัดการกับความแตกต่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณได้ง่ายขึ้น

Q : คุณจ่ายเงินค่าเล่าเรียนของคุณอย่างไร?

ฉันใช้วิธีการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา โดยฉันสมัครกู้ยืมเงินผ่าน U.S. government education funding program เช่นเดียวกับที่เคยทำสมัยเรียนในอเมริกา ถึงแม้ว่าการทำเอกสารในการขอจะยาก แต่ฉันก็ไม่เคยมีปัญหาในการจ่ายค่าเล่าเรียนในการเรียนในอังกฤษเลย

Q : ความท้าทายที่มากที่สุดที่คุณเผชิญหน้าในช่วงปีแรกคืออะไร?

สิ่งที่ท้าทายที่สุดของฉันคือการหาเพื่อนใหม่ เพราะฉันเป็นคนค่อนข้างขี้อาย ดังนั้นมันจึงต้องใช้ความกล้าหาญมากในการเริ่มต้นกับคนใหม่ๆ แต่เมื่อฉันสามารถทำได้ครั้งหนึ่งแล้ว มันก็ทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้น

อีกปัญหาหนึ่งที่ใหญ่เช่นกันก็คงเป็นปริญญานิพนธ์ของฉัน เพราะฉันเรียนในระดับปริญญาโท และฉันก็มีเวลาสั้นมากในการทำมันให้เสร็จ ถึงแม้ว่าฉันจะตั้งใจในการทำปริญญานิพนธ์แค่ไหน  แต่ฉันก็ยังอดกังวลไม่ได้เกี่ยวกับการทำวิจัยและการทำรายงานให้ออกมาดีที่สุด

Q : การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของที่นี่แตกต่างจากประเทศของคุณอย่างไร?

มันเป็นเรื่องยากในการคุ้นเคยกับระบบการให้คะแนน เพราะคะแนนที่ให้กับเด็กที่แย่ที่สุดในอเมริกากลับเป็นการให้กับเด็กที่คะแนนดีที่นี่ นอกจากนี้ ฉันยังต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยกับการเป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยด้วย เพราะฉันไม่เคยมีโอกาสในการเรียนรู้จากอาจารย์ที่เป็นนักวิจัยในสาขานี้มาก่อน  แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นเรื่องวิเศษอยู่ดี

Q : อะไรที่คุณคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการเรียนที่อังกฤษ?

ฉันคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการเรียนที่อังกฤษ คือ การได้มีโอกาสพัฒนาความรู้เกี่ยวกับโลกรอบๆตัว เพราะมหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่หลากหลาย เพราะถึงแม้ฉันจะอาศัยอยู่ในอังกฤษ แต่ฉันก็ยังมีโอกาสได้มีเพื่อนที่มาจากประเทศต่างๆทั่วโลก

และอีกสิ่งหนึ่งที่ดีสำหรับการเรียนที่อังกฤษ คือ โอกาสในการท่องเที่ยว โดยฉันได้มีโอกาสในการไปที่สก็อตแลนด์, ไอร์แลนด์ และสเปน  นอกจากนี้ นักเรียนต่างชาติคนอื่นๆก็ยังมีการออกไปเที่ยวทั่วทั้งยุโรปในระหว่างปิดภาคเรียนอีกด้วย  เช่นเดียวกับฉันที่พยายามหาเที่ยวบินราคาประหยัด เพื่อออกไปท่องเที่ยวทั่วยุโรปให้ได้

Q : หลังเรียนจบ คุณวางแผนไว้ว่าอย่างไร?

ฉันหวังว่าฉันจะได้งานทำเป็นบรรณารักษ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการศึกษาหรือทำงานที่ห้องสมุดของรัฐ ฉันไม่สนใจว่าฉันจะต้องทำงานที่ไหน ไม่ว่าจะที่อเมริกา, แคนาดา หรือแม้แต่ที่อังกฤษ เพราะสำหรับฉันแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือประเภทของงานที่ฉันอยากทำมากกว่า

Q : อะไรคือบทเรียนที่มีค่าที่สุดที่คุณได้รับจากการเรียนที่นี่?

มันเป็นบทเรียนเดียวกันกับทุกครั้งที่ฉันย้ายไปยังสถานที่ใหม่ๆ คือ ความสำคัญของเพื่อนและครอบครัว เมื่อคุณอาศัยอยู่ในที่เดียวกัน คุณก็มักจะมองว่าคนอื่นๆหรือคนใหม่ๆเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับคุณ  แต่เมื่อคุณย้ายไปยังที่อื่น กลับกลายเป็นว่า คุณโหยหาที่จะติดต่อกับเพื่อนและครอบครัวของคุณ

Q : คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับนักเรียนอื่นๆที่อยากมาเรียนที่อังกฤษ?

พยายามใช้ประโยชน์จากระบบพื้นฐานที่มีอยู่ให้มากที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยได้วางแผนไว้แล้วว่ากิจกรรมและชมรมต่างๆนั้น ทำให้คุณได้เพื่อนใหม่มากมาย และพยายามใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆรอบตัวคุณให้มากที่สุด ไม่ใช้ไปเพื่อเพียงเรียนอย่างเดียว พยายามเข้าร่วมกิจกรรมที่หอพัก, เข้าร่วมงานสัมมนา หรือแม้แต่ไปเที่ยว จงเรียนรู้ทุกอย่างให้มากเท่าที่ทำได้ ไม่ว่ามันจะอยู่ในหรือนอกห้องเรียน!
 

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด