ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: แนะนำหลักสูตรและสาขา

บทสัมภาษณ์นักศึกษา : Media and communication studies

3350


ชื่อ : ธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ
ชื่อเล่น : เซน
จบการศึกษาจาก : The Regent's school, Bangkok
ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ : Brunel University, London 
หลักสูตรที่เรียน : Media and communication studies
ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี
----------------------------------------


ทำไมถึงเลือกสหราชอาณาจักรเป็นจุดหมายด้านการเรียนต่อ?

      เซนเป็นคนชอบภาษาอังกฤษและชอบพูดภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับคุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนในเรื่องการศึกษาของเรามาก  ไม่ว่าอะไรท่านก็จะส่งให้เราเรียนอย่างเต็มที่ ดังนั้น ตอนอยู่เมืองไทยเลยได้เรียนที่โรงเรียนอินเตอร์  แล้วพอถึงเวลาเลือกมหาวิทยาลัย คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนให้เรียนต่อต่างประเทศ  เซนจึงเลือกที่จะเรียนต่อ  ไม่อังกฤษก็อเมริกา  แต่ที่เลือกอังกฤษก็เพราะโรงเรียนที่เซนเรียนเขาใช้ระบบการสอนเหมือนกับประเทศอังกฤษ ครูที่สอนก็เป็นชาวต่างชาติ และข้อสอบก็ถูกส่งไปตรวจที่ประเทศอังกฤษ เป็นต้น  เซนจึงเหมือนเรียนระบบอังกฤษมาโดยตลอด จึงเป็นการง่ายกว่าที่จะเรียนต่อที่ประเทศนี้

 

ทำไมคุณถึงสมัครเข้าเรียนต่อในสาขานี้และสาเหตุในการตัดสินใจเลือกเรียนในสถาบันการศึกษานี้?

      เดิมไม่ได้รู้จักเกี่ยวกับสาขานี้มาก่อน  แต่เซนเลือกเรียนสาขา Media and communication studies เพราะมันฟังดูใหม่และดูน่าตื่นเต้นในการเรียนรู้  มันไม่เหมือนกับพวกสาขากฎหมายหรือสาขาอื่นๆที่ต้องเอาแต่อ่านหนังสือ  นอกจากนี้เซนยังเป็นคน Outgoing ชอบเรียนรู้ ชอบการ PR และชอบพบปะผู้คน  ดังนั้นสาขานี้จะช่วยเราและสอนเราในเรื่องนี้ได้มาก  

      ส่วนสาเหตุที่เลือก Brunel University ก็เพราะ 3 สาเหตุ อย่างแรกเลยคือ เกรดถึง  เป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึง เพราะว่าการเรียนระดับปริญญาตรีที่อังกฤษนั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก  เราต้องแข่งขันกับเด็กนักเรียนที่เป็นคนอังกฤษเป็นหลัก  ดังนั้นเรื่องเกรดจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ถ้าเกรดไม่ถึงที่มหาวิทยาลัยกำหนด ก็เลิกคิดไปได้เลย  ส่วนสาเหตุที่ 2 คือ Location ของมหาวิทยาลัยค่อนข้างดี ไม่วุ่นวายเหมือนในลอนดอน  นอกจากนี้ ถึงที่นี่จะอยู่ในแถบชานเมืองของลอนดอน แต่ก็ยังเดินทางเข้าไปยังตัวใจกลางเมืองได้สะดวก ประมาณแค่ 40 นาทีเท่านั้นเอง   และสุดท้ายก็คือ หลักสูตรของมหาวิทยาลัยนี้ค่อนข้างดี  โดยเซนเห็นครั้งแรกจากที่เขามาออกบูธที่โรงเรียนแล้วก็สนใจ จากนั้นก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเองจากการเข้าเว็บไซต์และการอีเมล์สอบถามโดยตรงกับมหาวิทยาลัย

 

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรของคุณ

      สิ่งที่ดีที่สุดที่ได้รับจากการเรียน Media and communication studies คือการคิด  สาขานี้สอนวิธีคิด สอนให้เรารู้จักการ Analyze  และที่สำคัญคือสอนให้เรารู้จักมองโลกหลายๆมุม หลายๆชั้น แล้วค่อยเอามาวิเคราะห์  ซึ่งเราสามารถเอาวิธีการเหล่านี้ไปใช้ได้กับอะไรหลายๆอย่าง

 

การเรียนการสอนที่นี่นับว่าแตกต่างจากประเทศไทยหรือไม่?

      ต่างมาก เพราะการเรียนที่นี้สอนให้เราคิด สอนให้เราประมวลผล  อย่างเช่น อาจารย์จะให้คำถามมาเพียง 1 บรรทัด แต่เราต้องไป Research มา แล้วประมวลผลเป็นคำตอบออกมาให้ได้ 3,000 คำ เป็นต้น   อย่างเมืองไทยจะเน้นการสอนที่เป็นทฤษฎีมากกว่า แต่อาจจะนำมาปฏิบัติจริงได้ยาก  นอกจากนี้ ในเรื่องของหลักสูตรก็ต่างมากด้วย  เซนว่า “เมืองไทยสอนให้เด็กเรียนจบ  แต่อังกฤษจะสอนให้เด็กใช้ชีวิต” หมายความว่า เช่น ข้อสอบในแต่ละครั้ง ไม่ได้มีคำถามเพียงข้อเดียวแล้วทุกคนต้องตอบข้อนั้นเหมือนกันหมด  แต่เขาจะมีคำถามมาให้ 10 คำถามแล้วนักเรียนจะเลือกตอบข้อไหนก็ได้ เพื่อให้เด็กรู้จักคิดและเลือกในสิ่งที่ตัวเองสนใจ แล้วไปหา Topic ใหม่ๆตลอดเวลา  เพราะเขาเน้นให้เราคิดมากกว่าจำ   จึงไม่แปลกว่าทำไมประเทศอังกฤษกับอเมริกาถึงดีที่สุดในโลก  แต่เซนก็ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาของไทยไม่ดีนะ  แต่การเรียนแบบคิด อาจจะสอนให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายกว่า  แล้วไปประยุกต์กับสิ่งต่างๆได้ดีกว่า

 

คุณพักอาศัยอยู่ที่ใด?

      เซนย้ายที่อยู่ค่อนข้างบ่อยนะ ตอนปี 1 เซนอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย ซึ่งจริงๆแล้วตัวมหาวิทยาลัยไม่ได้บังคับนะ แต่ด้วยความที่เราเพิ่งเข้ามาอยู่ จึงไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน บวกกับการพักอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นก็ง่าย  เราไม่ต้องดูแลค่าใช้จ่ายอะไรเลยนอกจากค่าหอพักเท่านั้น  แถมยังหาเพื่อนได้ง่ายด้วย  แต่พอตอนปี 2 ก็ย้ายออกมาอยู่กับเพื่อนคนไทย แล้วอยู่บ้านเช่าใกล้ๆมหาวิทยาลัย ก็เป็นส่วนตัวมากขึ้นและสงบมากขึ้น แต่ก็วุ่นวายมากขึ้นเช่นกัน เพราะว่าเราต้องดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างเอง ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟและค่าใช้จ่ายอื่นๆ  และปัจจุบัน คือ ปี 3 ก็ย้ายอีก คือ ย้ายมาอยู่แฟลตที่ Central London  สาเหตุก็เพราะเราอยากลองอะไรใหม่ๆด้วย ประกอบกับเราเรียนน้อยลงเพียงแค่อาทิตย์ละ 2 วันเท่านั้นเอง การได้บ้านใหม่ที่ดีกว่า สะดวกสบายกว่า แล้วก็อยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก  จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่  แต่ก็มีข้อเสียคือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่าเลยทีเดียว

 

คุณจ่ายค่าเล่าเรียนของคุณอย่างไร?

      เซนเรียนที่นี่ด้วยเงินทุนส่วนตัวของครอบครัวเพียงอย่างเดียว  ไม่ได้สมัครขอทุนการศึกษาเพราะว่าเกรดที่ใช้ในการขอทุนการศึกษาที่นี่ค่อนข้างสูงมาก มีการแข่งขันกันสูง เซนก็เลยตัดใจไม่สมัคร เพราะเราเป็นคนเรียนปานกลาง

 

ความท้าทายที่มากที่สุดที่คุณเผชิญหน้าในช่วงปีแรกคืออะไร?

      สิ่งแรกที่เผชิญเลยคือเรื่องของ Homesick  เพราะเซนเป็นคนติดคุณพ่อคุณแม่มาก  ตอนช่วงปี 1 เซนร้องไห้ตลอดทั้งปีเลย   คิดถึงบ้านตลอดเวลา  นอกจากนี้เซนก็ยังเจอกับเรื่องของเพื่อนด้วย   คือ คนอังกฤษไม่ได้ใจดีทุกคนนะคะ  เพราะด้วยความที่เราเป็นชาวเอเชีย สิ่งแรกที่โดนเลยคือเรื่องของการเหยียดสีผิว  เซนใช้เวลาอยู่หลายเดือนในการพยายามเข้ากับเพื่อนให้ได้  โดยเราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เป็น Underdog นะ  เราไม่ได้ไม่มีความสามารถนะ  และเราก็สามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนๆกับเขา  เพื่อให้เขายอมรับความสามารถของเราและยอมรับเราเป็นเพื่อนในที่สุด 

 

คุณทำอะไรต่อเมื่อคุณเรียนจบหลักสูตร?

      เมื่อเรียนจบ เซนตั้งใจว่าจะเรียนต่อปริญญาโทสาขา Fashion Management ที่ London College of Fashion เพราะว่าหลังจากที่อยู่ที่ลอนดอน  ได้เห็น Fashion ใหม่ๆทั้งไทยและอังกฤษมากมาย  เซนก็ค้นพบแล้วว่าตัวเองชอบงานทางด้านนี้   บวกกับเซนได้ฝึกงานทางด้านนี้มาหลายที่ เช่น Seventeen Magazine หรือ ร้าน Disaya   ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่าเราทำงานด้านนี้ได้ดี

 

คุณประทับใจอะไรในสหราชอาณาจักร?

      ถามว่าประทับใจอะไร ก็น่าจะเป็นเรื่องของเมืองและก็ Fashion   เพราะคนอังกฤษโดยเฉพาะวัยรุ่นที่นี่ จะมี Identity ที่ชัดเจนมาก  แต่ละคนจะมีความคิดใหม่ๆอยู่ตลอด  ซึ่งเราเก็บมาเป็น Inspiration ได้  นอกจากนี้ที่นี่ก็มีร้านน่าสนใจพวก Boutique ให้เราได้เดินเล่นหาไอเดียใหม่ๆได้เสมอ

 

ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากให้นักเรียนไทยไปเรียนที่สหราชอาณาจักรมากขึ้นหรือไม่?

      ก็อยากให้คนมาเรียนที่นี่นะ  เพราะว่าการมาเรียนที่นี่ทำให้เราได้มีวิธีคิดใหม่ๆ และก็รู้จักวิธีคิดที่ดีขึ้น เป็นการดีทั้งต่อตัวเราแล้วก็ประเทศไทยของเราด้วย   แต่ว่าก็จะดีกว่าถ้าเรามาแล้ว เราไม่เบียดเบียนคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่  หมายถึงว่า  เมื่อเรามาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแล้ว เราก็ควรจะต้องปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่นี่อย่าให้เขามองภาพเราว่าเป็น Second Class Population เพราะว่ามันอาจจะทำให้เด็กไทยหรือคนไทยอื่นๆที่เขามาเรียนที่หลังเราเกิดความลำบากมากขึ้น ในการใช้ชีวิตที่นี่

 

คำแนะนำที่จะให้กับนักเรียนไทยที่อยากไปเรียนที่สหราชอาณาจักร

      สำหรับคนที่อยากมาเรียนที่อังกฤษสิ่งสำคัญเลยคือต้องเตรียมตัวเรื่องภาษามาให้ดีๆ  อย่าคิดว่าจะมาเรียนภาษาเอาที่นี่ หรือมาตายเอาดาบหน้าที่นี่ เพราะมีหลายคนที่คิดว่า เออ..มาอยู่ที่อังกฤษซักปีนึง เดี๋ยวก็พูดอังกฤษได้เอง ทั้งๆที่เดิมทีไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาก่อนเลย  ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็พูดไม่ได้อยู่ดี แถมยังไม่ได้ความรู้อะไรกลับไปด้วย  มันเป็นการเสียเวลาแล้วก็เสียเงินไปเปล่าๆ  เซนว่าควรเตรียมตัวมาก่อนจะดีกว่า  ขอแค่มีพื้นฐานที่ดีพอสมควร แล้วก็มาพยายามต่อที่นี่ให้ดีขึ้น แล้วคุณก็จะสามารถเรียนที่นี่ได้อย่างมีความสุขและได้ความรู้ที่ดีมีคุณภาพกลับไป    นอกจากนี้ เมื่อมาเรียนที่อังกฤษแล้วก็พยายามอย่าอยู่กับแต่คนไทยด้วยกันเองตลอดเวลา  ควรจะต้องคบหาเพื่อนต่างชาติด้วย  เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราจะไมได้ในเรื่องของภาษาและแนวคิดอื่นๆเลย   อย่ากังวลว่าจะหาเพื่อนคนไทยที่อังกฤษไม่ได้ เพราะจริงๆแล้วเพื่อนคนไทยน่ะหาง่าย  แต่เพื่อนชาวอังกฤษต่างหากล่ะที่หายากกว่าเยอะเลยละค่ะ


------------------
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเรียนต่อสหราชอาณาจักรที่น่าสนใจ
หลักสูตรการเรียนในสหราชอาณาจักร 
สถาบันและระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร 
การจัดอันดับมหาวิทยาลัย 
รายชื่อมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตร Media 

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด