ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา

7198

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา


หลักสูตรภาษาอังกฤษ

มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ 3 ประเภทหลักในสหรัฐอเมริกา ได้แก่:

• หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด (IEP): เรียนภาษาอังกฤษ 20 ถึง 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
• หลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด: นักศึกษาจะเรียนทั้งหลักสูตรวิชาการระดับมหาวิทยาลัยรวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด (ESL) ที่สถาบันการศึกษาเดียวกัน
• หลักสูตรภาษาอังกฤษวิชาชีพ: รวมหลักสูตรการเรียนสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจหรือสาขาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเช่นกฏหมายหรือวิศวกรรมศาสตร์

เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการขอวีซ่านักศึกษาเพื่อการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา คุณควรตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้นได้รับอนุญาตจากหน่วยงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USCIS) สถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะทุกแห่งจะสามารถมอบแบบฟอร์ม I-20 แก่นักศึกษาเพื่อการสมัครขอวีซ่านักศึกษา F-1

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขการรับสมัครและวันปิดรับสมัครของตนเอง กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณสนใจจะเข้าเรียน

คลิกที่นี่เพื่อค้นหาหลักสูตรภาษาอังกฤษได้ตามความต้องการของคุณ


วิทยาลัยชุมชน

สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนที่วิทยาลัยชุมชนจะเป็นเส้นทางเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยในบางครั้งจะเรียกว่าจูเนียร์คอลเลจหรือวิทยาลัยสองปี สถาบันการศึกษาเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมทั้งด้านอาชีวศึกษาและเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่อาชีพการทำงานได้โดยตรงในสาขาอาชีพ เช่น วิศวกรรมยานยนต์ การออกแบบภายใน การพัฒนาเด็ก วิทยาศาสตร์อาหาร การถ่ายภาพ ฯลฯ รวมถึงหลักสูตรด้านวิชาการที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิตการเรียนไปได้ถึงครึ่งหนึ่งของหลักสูตรการเรียนสี่ปีในระดับปริญญาตรี

มีวิทยาลัยชุมชนมากกว่า 1,200 แห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือมลรัฐ นักศึกษานานาชาติจะชำระค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนที่วิทยาลัยชุมชน อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเรียนสี่ปีที่วิทยาลัยในเขตพื้นที่เดียวกัน

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร

วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งจะมีเกณท์การรับเข้าเรียนของตนเอง ซึ่งคุณจะพบว่าวิทยาลัยชุมชนมีความยืดหยุ่นในนโยบายการรับเข้าเรียนกว่าสถาบันการศึกษาอื่นๆอย่างมาก
• ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ
นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปี ในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยชุมชนของสหรัฐอเมริกา กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาของคุณเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาเพื่อการเข้าเรียนโดยตรงในหลักสูตรระดับปริญญาตรี
• ความรู้ภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) โดยปกติข้อกำหนดคะแนน TOEFL ของวิทยาลัยชุมชนจะต่ำกว่าสถาบันการศึกษาสี่ปี



การศึกษาระดับปริญญาตรี

การศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาโดยส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานปรัชญาทางด้านศิลปศาสตร์ ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าคุณจะมีเส้นทางการเรียนเช่นไร คุณจะได้รับความรู้จากวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาและวิทยาศาสตร์กายภาพ

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาโดยปกติจะเรียกว่า Bachelor's degree ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและเปิดโอกาสให้คุณสามารถเลือกเส้นทางการเรียนของตัวเองได้ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมอบให้คุณหลังจากที่คุณได้รับหน่วยกิตตามที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเรียนสี่ปี แต่ละวิชาเรียนจะมีจำนวนหน่วยกิตตามที่กำหนดระหว่าง 3 ถึง 4 หน่วยกิต เพื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี คุณต้องได้รับหน่วยกิตระหว่าง 130 ถึง 180 หน่วยกิต

หลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่จะประกอบด้วยวิชาเรียนสี่ประเภท วิชาบังคับเป็นวิชาเรียนภาคบังคับที่กำหนดโดยสถาบันการศึกษาและจะรวมวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และคณิตศาสตร์ วิชาเอกเป็นวิชาเรียนที่คุณเลือกเพื่อมุ่งเน้นในสาขาวิชานั้นๆและมีสัดส่วนระหว่าง 25 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนวิชาเรียนทั้งหมดในหลักสูตรปริญญาตรีของคุณ วิชารองเป็นสาขาวิชาเรียนที่คุณมุ่งเน้นเป็นอันดับสอง โดยปกติจะมีสัดส่วนหน่วยกิตเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของวิชาเอก วิชาเลือกสามารถเลือกเรียนได้จากทุกแผนกวิชาและเป็นจำนวนหน่วยกิตส่วนที่เหลือเพื่อสำเร็จการศึกษา
 

คุณอาจเข้าใจและเห็นภาพรวมของประเภทของสถาบันมากขึ้นหากรู้จัก

 

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร

• ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ
นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปีในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา
• ความรู้ภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจยอมรับผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น IELTS กรุณาตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยว่าความรู้ทางภาษาอังกฤษชนิดใดเป็นที่ยอมรับก่อนทำการสมัคร
• การสอบวัดมาตรฐานอื่นๆ

มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้นักศึกษานานาชาติต้องผ่านการสอบเพื่อการรับเข้าเรียน โดยมีการสอบวัดผลหลัก 3 ประเภทเพื่อการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ได้แก่ SAT I (การสอบประเมินผลด้านการศึกษา) SAT II การสอบวัดผลรายวิชาและ ACT (การสอบวิทยาลัยอเมริกัน) โดยเป็นการสอบแบบปรนัยและเป็นการวัดทักษะที่จำเป็นสำหรับการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี กรุณาตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่คุณจะสมัครว่าการสอบวัดผลชนิดใด (หากมี) ที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ

ขั้นตอนการสมัครระดับปริญญาตรี

คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการศึกษา เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่างๆและทำการสอบที่จำเป็น หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร

สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลคะแนนสอบ (TOEFL, SAT I, SAT II)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนระดับปริญญาตรีของคุณ
โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน
 

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนของวิทยาลัยชุมชน

สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ
ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษ (TOEFL)
• วิทยาลัยชุมชนบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยัน
 

การศึกษาระดับบัณฑิต

มีวุฒิการศึกษาระดับบัณฑิต สองประเภทที่เปิดสอนในสหรัฐอเมริกา: ปริญญาโทและปริญญาเอก


• ปริญญาโทวิชาการ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทศิลปศาสตร์ (MA) หรือปริญญาโทวิทยาศาสตร์ (MSc) จะมอบให้หลังจากการเรียนสองปีที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัย งานประจำวิชาจะมีจำนวนหน่วยกิตระหว่าง 30 ถึง 60 หน่วย รวมถึงการทำวิทยานิพนธ์และ/หรือการสอบปากเปล่า โดยสามารถนำไปสู่การเรียนต่อระดับปริญญาเอกได้โดยตรง
• ปริญญาโทวิชาชีพ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทประเภทนี้ จะนำไปสู่วุฒิการศึกษาวิชาชีพสาขาเฉพาะด้าน และไม่รวมถึงการเรียนต่อในระดับปริญญาเอก เป็นวุฒิการศึกษา เช่น MBA (ปริญญาโทบริหารธุรกิจ) MEd (ปริญญาโทครุศาสตร์) MSW (ปริญญาโทสังคมสงเคราะห์) MFA (ปริญญาโทวิจิตรศิลป์) ฯลฯ หลักสูตรเหล่านี้จะมีหน่วยกิตการเรียน 36 ถึง 48 หน่วยและไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์

ปริญญาเอก

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตเป็นวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาผลิตผลงานวิจัยริเริ่มที่มีความสำคัญ เขียนดุษฎีนิพนธ์และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ การทำงานระดับปริญญาเอกอาจใช้เวลาตั้งแต่ห้าถึงแปดปี รวมถึงวุฒิการศึกษาปริญญาเอกวิชาชีพ เช่น EdD (ปริญญาเอกครุศาสตร์) DBA (ปริญญาเอกบริหารธุรกิจ) ที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัยไว้ในหลักสูตร

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร
• มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี
โดยปกติจะกำหนดให้คุณต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีระยะเวลาเรียนสี่ปีแล้วเพื่อการเข้าเรียนหลักสูตรระดับปริญญาโท
• การสอบเพื่อการรับเข้าเรียน
ที่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก บางแผนกวิชาอาจกำหนดให้คุณต้องผ่านการสอบ GRE (การสอบวัดเชาวน์ปัญญาระดับบัณฑิต) หรือ GMAT (การสอบวิชาเฉพาะสาขาบริหารธุรกิจ) โดยอาจมีการสอบอื่นๆ เช่น MAT (การสอบเปรียบเทียบ Miller) เพื่อการเรียนในสาขาครุศาสตร์หรือจิตวิทยา รวมถึงการสอบเฉพาะสาขาวิชา เพื่อการเรียนสาขาแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์เป็นต้น กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาว่ามีข้อกำหนดการสอบประเภทใด
นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษโดยการส่งผลคะแนน TOEFL หรือผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่นๆที่เป็นที่ยอมรับ



ขั้นตอนการสมัครระดับบัณฑิต


คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการเรียน เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่างๆและทำการสอบที่จำเป็นรวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสเงินทุนและทุนการศึกษาต่างๆ หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน: สำเนาที่ผ่านการรับรองของประกาศนียบัตรต้นฉบับ ปริญญาบัตรหรือตำแหน่งงานและใบรับรองผลการเรียนของมหาวิทยาลัย (เกรดที่ได้รับ)
• ผลคะแนน (GRE, GMAT, MAT, TOEFL หรืออื่นๆ)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะวิชาธุรกิจจะทำการสัมภาษณ์ผู้สมัครระหว่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่หรือศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอาจเป็นผู้ทำการสัมภาษณ์

โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน

หลักสูตรออนไลน์

หลักสูตรออนไลน์ จะรวมวิธีการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ และหลายหลักสูตรสามารถเรียนทั้งหลักสูตรในประเทศของคุณ ดังนั้นคุณอาจสามารถสำเร็จการเรียนทั้งหลักสูตรได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือการสัมมนาเลย ขณะที่อีกหลายหลักสูตรอาจกำหนดให้คุณต้องเข้าเรียนในห้องเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาหรือที่สถาบันการศึกษาพันธมิตรในประเทศของคุณ กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณจะเลือกเรียนว่าหลักสูตรนั้นๆเป็นแบบออนไลน์ 100% หรือกำหนดให้เข้าเรียนในห้องเรียนด้วย

มีทางเลือกการเรียนทั้งแบบเต็มเวลาและนอกเวลา ซึ่งทั้งสองแบบคุณจะได้รับความช่วยเหลือผ่านสื่อการเรียนหลากหลายประเภท อาทิเช่น เอกสารการเรียนและอินเตอร์เน็ต คุณจะสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาคนอื่นๆด้วยจดหมาย อีเมล์หรือทางออนไลน์ผ่านทางการประชุมวิดีโอทางไกลและโปรแกรมสนทนา

คุณสามารถเรียนหลักสูตรได้ทุกระดับ เช่น ประกาศนียบัตร อนุปริญญาระดับปริญญาตรีและปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาโทบริหารธุรกิจและวุฒิการศึกษาวิชาชีพผ่านทางการเรียนออนไลน์

คุณสมบัติผู้สมัคร

เงื่อนไขการรับสมัครสำหรับหลักสูตรออนไลน์จะแตกต่างกันตามแต่ละสถาบันการศึกษาและวุฒิการศึกษาที่คุณสนใจเรียน ข้อกำหนดเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณได้รับเข้าเรียนแล้ว คุณจะสามารถบริหารจัดการการเรียนของคุณได้อย่างประสบผลสำเร็จ สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่กำหนดให้คุณต้องมีระดับความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี เนื่องจากวิธีการสอนเนื้อหาหลักสูตรและวิธีการประเมินผลงานของคุณ
 

คุณสามารถดูการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ที่นี่

หรือค้นหาหลักสูตรและสถาบันการศึกษาในอเมริกาได้ที่นี่เช่นกัน

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Hotcourses Editor is the mysterious, faceless force made up of all our different contributors over the years. From masters in their field to top notch journos, take a peek at some of the talent we’ve had the pleasure of working with.

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด