ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: ก่อนเดินทาง - MUST READ

10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Ivy League ในอเมริกา

13765

10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Ivy League ในอเมริกา

ไอวีลีก (Ivy League) คือ กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนในอเมริกาที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านคุณภาพการศึกษาที่ดีเยี่ยม มหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างมากจากนักศึกษาจากทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นสถาบันการศึกษาในฝันของหัวกะทิหลายคนเลยทีเดียว โดยมหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่งที่เข้าร่วมไอวีลีกอย่างเป็นทางการประกอบด้วย

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

หากอยากรู้จักไอวีลีกให้มากขึ้นแนะนำให้ลองอ่านบทความ มหาวิทยาลัยในเครือไอวีลีก และ อะไรคือไอวีลีก?? ดูนะคะ ส่วนในบทความนี้จะมาเผย 10 เรื่องเด่นของเหล่ามหาวิทยาลัยดัง มาดูกันค่ะว่ามีอะไรเด็ดๆ น่าสนใจบ้าง

1. Harvard มีสถาบันวิจัยดนตรี ฮิปฮอป

ฮิปฮอป (Hip Hop) คือแนวดนตรีสุดฮิตของวัยรุ่นอเมริกาที่แพร่หลายไปทั่วโลก จนถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมส่งของชาวมะกันเลยทีเดียว และในฐานะสุดยอดมหาวิทยาลัยของประเทศ นักวิจัย Harvard จึงไม่ปล่อยปรากฏการณ์นี้ให้สูญเปล่า พวกเขาได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮิปฮอปขึ้นในชื่อว่า Harvard’s Hiphop Archive and Research Institute โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาศิลปะแขนงนี้ ซึ่งส่งอิทธิพลต่อหนุ่มสาวทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

2. เด็ก Harvard แก้ผ้าวิ่งคลายเครียด

ช่วงก่อนสอบปีละ 2 ครั้ง นักศึกษา Harvard จะมีประเพณีประหลาดอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ‘การวิ่งแก้ผ้าคลายเครียด’ ไปรอบๆ มหาวิทยาลัยในยามค่ำคืน โดยกิจกรรมนี้พัฒนาต่อยอดมาจาก Primal Scream คือการเปิดหน้าต่างห้อง แล้วแข่งขันตะโกนกรีดร้องเป็นเวลา 10 นาที เพื่อระบายความเครียดก่อนสอบ ขนาดกิจกรรมคลายเครียดยังไม่ธรรมดา สมเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกจริงๆ

3. เด็ก Columbia เตรียมสอบด้วยวงดนตรีมาร์ช

ปกติวงมาร์ชชิ่งแบนด์ (Marching Band) คือวงดนตรีสนามที่นิยมบรรเลงกลางแจ้ง พบได้บ่อยตามงานกีฬาสีทั่วไป แต่นักศึกษา Columbia เขาเอามาบรรเลงกันในห้องสมุดเป็นประจำทุกปี ก่อนสอบวิชาสุดหินอย่าง Organic Chemistry กิจกรรมนี้จึงมีชื่อเรียกย่อๆ ว่า ‘Orgo Night’ ซึ่งจัดกันมายาวนานกว่า 50 ปีแล้วค่ะ

4. Brown ฉลองฮัลโลวีนด้วยการฟังออร์แกนเพลงสยองขวัญ

ค่ำคืนวันฮัลโลวีนที่ Brown จะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตออร์แกนเพลงสยองขวัญ โดย Mark Steinbach อาจารย์และนักดนตรีออร์แกนที่มีชื่อเสียง ซึ่งรับหน้าที่มากว่า 20 ปี เขากล่าวว่า “ผมรู้สึกดีที่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดที่คนมีต่อออร์แกน และได้ทำให้ออร์แกนเข้าถึงคนฟังทั่วไปมากขึ้น” ในแต่ละปีเขาจะเก็บคอสตูมเด็ดสำหรับวันฮัลโลวีนไว้เป็นความลับเสมอ ส่วนผู้คนที่มาร่วมงานทั้งนักศึกษาและคนในท้องถิ่น ก็จะแต่งกายเต็มที่ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีนเช่นกัน

5. ห้องสมุด Yale มีต้นฉบับลายมือลึกลับ

ข้อเขียนวอยนิช (Voynich manuscript) เป็นหนังสือภาพประกอบที่สันนิษฐานว่าเขียนถึงในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องสมุดหนังสือหายาก Beinecke Rare Book and Manuscript Libraryตั้งแต่ค้นพบต้นฉบับนี้จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีนักรหัสวิทยาคนใดสามารถแปลความหมายของต้นฉบับลึกลับความยาว 240 หน้านี้ได้

6. Cornell เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีสมาคมศิษย์เก่าคนผิวสี

สมาคมศิษย์เก่านี้มีชื่อว่า Alpha Phi Alpha (ΑΦΑ) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1906 โดยมีพันธกิจเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ ส่งเสริมความเป็นพี่น้อง และความเป็นเลิศทางวิชาการ สมาคมนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของสมาคมนิสิตเก่าสำหรับคนผิวสีอีกกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ

7. Cornell เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในไอวีลีกที่ไม่ใช้ภาษาละตินเป็นคติพจน์

มหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวีลีกทั้งหมด ใช้ภาษาละตินเป็นคติพจน์ (Motto) ประจำสถาบัน ยกเว้น Cornell เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่มีคติพจน์เป็นภาษาอังกฤษว่า “I would found an institution where any person can find instruction in any study” ซึ่งมาจากคำกล่าวของ Ezra Cornell ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

8. Dartmouth มี เจ้าถังเบียร์’ เป็นมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการ

เจ้าถังเบียร์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Keggy the Keg ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2003 โดยทีมงานของ the Dartmouth Jack-O-Lantern นิตยสารขำขันประจำมหาวิทยาลัย เพื่อนำมาใช้แทนมาสคอตอินเดียแดง (Indian mascot) ที่ถูกยกเลิกไป

9. Princeton เป็นสถาบันแรกที่ใช้คำว่า Campus

คำว่า Campus มาจากศัพท์ในภาษาละตินที่แปลว่า Field (ขอบเขตพื้นที่) คำนี้จึงถูกนำมาใช้เรียกพื้นที่บริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัย โดยเริ่มใช้ที่ Princeton ในยุค 1770s ที่ John Witherspoon เป็นอธิการบดีคนที่ 6 ของมหาวิทยาลัย จนปัจจุบันคำนี้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

10. เด็ก UPenn โยนขนมปังลงสนามกีฬา

การโยนขนมปังลงไปในสนามหลังการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ควอเตอร์ที่ 3 จบลง ถือเป็นประเพณีของนักศึกษาใน University of Pennsylvania โดยกิจกรรมประหลาดนี้ มีที่มาจากหนึ่งในเพลงประจำโรงเรียนที่มีท่อนร้องว่า ‘Here’s a toast to dear old Penn’ 

 

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด