ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การหางานและอาชีพ

ประสบการณ์ทำงานเป็นครูอาสาสมัครสอนรำไทยที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา

1754

หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากสาขานาฏยศิลป์ไทย ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แทนที่จะสมัครงานหรือเรียนต่อเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ สายขิม-กวีธิดา เทศแก้ว สาวมั่นสุดเปรี้ยวมากความสามารถ กลับแหวกแนวด้วยการเดินทางไปเป็นครูอาสาสมัคร ‘สอนรำไทย’ ไกลถึงเมือง ‘บอสตัน’ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสมัครผ่านโครงการของศูนย์ส่งเสริมการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี สายขิมหมั่นอัพเดตไลฟ์สไตล์เก๋ๆ ลงเฟซบุ๊กเป็นประจำ จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไปเจออะไรที่บอสตันมาบ้างเนี่ย? ทำไมชีวิตถึงดูมีความสุขขนาดนี้ เมื่อสบโอกาสเราจึงชวนเธอมานั่งคุยกันแบบละเอียดๆ เสียเลย

 

เล่าถึงโครงการอาสาสมัครนี้ให้ฟังหน่อยว่าเขามีจุดประสงค์เพื่ออะไร

จุดประสงค์ของโครงการ คือ คัดเลือกครูสอนภาษาไทย ดนตรี และวัฒนธรรมไทย มาทำการสอนและเผยแพร่วัฒนธรรมที่โรงเรียนไทยภายใต้การดูแลของวัดไทยในต่างประเทศ ตอนนี้มีที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา  อังกฤษ  ออสเตรเลีย และเยอรมนี ซึ่งการมาเป็นครูที่นี่จะไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท แต่มาในบทบาทของครูอาสาสมัครจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ 

 

 

ทำไมถึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้ 

เรารู้จักโครงการนี้จากรุ่นพี่ในคณะที่เคยสอบผ่านแล้วมาเป็นครูที่ต่างประเทศ เราก็มีความฝันอยากเป็นเหมือนพี่เขาบ้าง อยากเป็นครู ยิ่งถ้าได้เป็นครูในต่างประเทศและสอนสิ่งที่เราถนัดด้วยเนี่ย คงเป็นอะไรที่ลงตัวมาก ทั้งได้ทำสิ่งที่ชอบและใช้ชีวิตในสถานที่ที่ใฝ่ฝัน ใครจะรู้ว่าครูสอนนาฏศิลป์ไทยไม่ได้มีงานทำแค่ในประเทศไทย พอมีเป้าหมายแล้วเราก็เริ่มศึกษาข้อมูลโครงการและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบค่ะ

 

คนที่จะมาเป็นครูอาสาสมัครต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้าง

ต้องเป็นศิษย์เก่าหรือศิษย์ปัจจุบันสาขาการศึกษาปฐมวัย สาขาประถมศึกษา สาขามัธยมศึกษา เอกภาษาไทย หรือสาขาวิชาเฉพาะศิลปะ ดนตรี หรือนาฏศิลป์ ระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทของคณะครุศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือเป็นครูสําเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี ที่ไม่ใช่ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์  สังกัดหน่วยงานราชการที่ศูนย์ส่งเสริมการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยฯ ขอความร่วมมือไป ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานการศึกษากรุงเทพมหานคร 

 

ซึ่งโครงการจะแบ่งเป็นครูประจำการและครูภาคฤดูร้อน สายขิมเป็นครูประจำการค่ะ ส่วนมากครูภาคฤดูร้อนจะเป็นพี่ๆ ที่เป็นอาจารย์ที่ไทยอยู่แล้วหรือรับราชการ มาเป็นครูแค่ช่วงซัมเมอร์สั้นๆ เพื่อหาประสบการณ์การสอนในต่างประเทศ

 

ขั้นตอนการสมัครและคัดเลือก

รอบแรกจะเป็นสอบข้อเขียน วัดความรู้รอบตัว หลักภาษาไทย สังคมศึกษา พุทธศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งเราต้องมีความรู้ในส่วนนี้และต้องรู้ทันเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ต่อมาถึงจะสอบสัมภาษณ์รอบนี้สำคัญเลยค่ะ เราต้องเอาชนะใจคณะกรรมการนับสิบท่านให้ได้ว่าทำไมเราถึงจะมีคุณสมบัติที่จะได้เป็นครูที่นี่ หากเคยมีประสบการณ์การสอนก็จะได้เปรียบ เราจะสามารถพรีเซ็นต์ตัวเองในมุมนี้ได้เต็มที่ 

 

อย่างสายขิมเองเลือกที่จะถ่ายทอดการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการสอนให้คณะกรรมการฟัง กรรมการก็ให้รำให้ดู ถามเรื่องทั่วไป ดูจะไม่เครียด แต่ก็ต้องมีสติทุกนาทีนะคะ เพราะขิมเชื่อว่าคณะกรรมการทุกท่านเก่งเรื่องจิตวิทยามาก หลังจากนั้นก็ประกาศรายชื่อและรัฐที่ได้ไป เย้! สอบติด ดีใจมากๆ ค่ะ    

 

 

ครูอาสาสมัครจะได้รับสิทธิพิเศษอะไรจากโครงการนี้บ้าง

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางโครงการและวัดไทยที่มีส่วนร่วมเป็นผู้รับผิดชอบค่ะ เป็นทุนให้เปล่าร้อยเปอร์เซ็นต์ มีประกันสุขภาพ คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ และส่วนที่ให้เรามากจริงๆ คือวัดไทยในรัฐนั้นๆ ที่ร่วมมือกับโครงการค่ะ ทางวัดจะสำรองเรื่องที่พัก ค่าเครื่องบิน ค่าเที่ยวต่างรัฐ อาหารการกินทั้งสามมื้อ ทุกๆ อย่างรวมถึงเงินเดือน ส่วนเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษนั้น แล้วแต่ว่ารัฐไหนเขาสะดวกให้เราเรียนที่ไหน เราเลือกที่เรียนไม่ได้ นอกจากนี้สายขิมยังมีโอกาสได้เรียนผู้ช่วยพยาบาลด้วย ได้ใบรับรองการศึกษามาเพื่อเป็นโอกาสในการเรียนพยาบาลในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากที่เราเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ขวนขวายทำสิ่งใหม่ๆ  

 

เราสามารถเลือกเมือง เลือกประเทศเองได้ไหม 

เลือกประเทศได้ว่าเราอยากสมัครไปประเทศไหน แต่ถ้ามาอเมริกาเราเลือกรัฐไม่ได้ แต่ละรัฐเขาต้องการคุณสมบัติของครูต่างกันออกไป ซึ่งคณะกรรมการบริหารงานจะเป็นคนเลือกพวกเราไปลงในรัฐต่างๆ ค่ะ ที่ได้มาบอสตันนี่เป็นโชคดีแท้ๆ เลยค่ะ ตอนแรกได้ไปเท็กซัสแล้วโดนเปลี่ยนตัวมาบอสตัน ถือว่าโชคดีค่ะได้มาอยู่แล้วก็หลงรักเลย

 

บอสตันเป็นเมืองยังไง ทำไมถึงหลงรัก

พูดทั้งปีไม่หมดแน่ๆ ประทับใจมากค่ะ บอสตันเป็นเมืองแห่งการศึกษา มีหลายสถาบันติดอันดับโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่ Harvard University หรือ Massachusetts Institute of Technology เท่านั้นนะคะ แต่ทุกๆ คอลเลจมีคุณภาพทั้งนั้น ทุกคนได้รับการศึกษาที่ดี คนในสังคมจึงอยู่ร่วมกันอย่างคนมีการศึกษา ทำให้เข้าใจถึงคำว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ฝรั่งที่นี่สุภาพ ใจดี เคารพกฏหมายและเกรงกลัว เมืองสะอาด ธรรมชาติรายล้อม คนไทยส่วนใหญ่ที่เจอก็ใจดี น่ารัก อบอุ่น 

 

ในขณะเดียวกันเราก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของฝรั่ง เช่น เรื่องการรักษาเวลา การทำงาน ถ้าให้เลือกใช้ชีวิตที่อเมริกาก็เลือกบอสตันเนี่ยแหละค่ะ ชอบความสุภาพและการเคารพกฎหมายของที่นี่ที่สุด ที่สำคัญคือรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาทุกช่วงวัยมาก ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ ทั้งด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ การละคร เทคโนโลยี ที่นี่สนับสนุนเต็มที่ทุกด้าน มีคอลเลจเฉพาะทางเยอะมาก เพราะเขาจริงจังเรื่องการให้ศึกษาจริงๆ ค่ะ ถึงค่าครองชีพจะแพงติดอันดับ แต่ก็คุ้มมากๆ สำหรับคุณภาพชีวิตที่ดีที่บอสตัน เป็นเมืองที่โฮมเลสน้อยมากๆ ค่ะ 

 

 

อ้อ! ที่สำคัญบอสตันไม่เสีย Tax เกี่ยวกับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ช้อปกระจายยย เรื่องอาหารไทยไม่ต้องห่วง  อร่อยมาก อร่อยกว่าที่ไทยอีก ได้เยอะมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เป็นวิญญาณหมูหมึกกุ้ง

 

แล้วมีอะไรที่ไม่ชอบบ้างไหม

สิ่งที่ไม่ชอบคงจะเป็นเรื่องที่ผักผลไม้แพงกว่าพวกชีส เบอร์เกอร์ เราสามารถหาซื้อชีส สแน็ค พวกของจั๊งก์ฟู้ดในราคาที่ถูกกว่าผักผลไม้ อันนี้ขัดใจมาก เรื่องที่ไม่ชอบมีแค่นี้ค่ะ นอกนั้นไม่มีอะไรที่ไม่ประทับใจเลย

 

ในระยะเวลาหนึ่งปีครูอาสาสมัครต้องทำอะไรบ้าง

จะมีครูประจำการทั้งหมดสามคน สอนนาฏศิลป์ไทย  ดนตรีไทย และภาษาไทยค่ะ งานหลักคืองานสอน เราสอนคนไทยที่เติบโตในต่างประเทศหรือชาวต่างชาติที่สนใจ ไม่เกี่ยงอายุ เชื้อชาติใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีข้อจำกัด ใครสนใจเรายินดีสอนหมด เพราะเราตั้งใจมาเผยแพร่วัฒนธรรม สอนทั้งรำไทย Classical และ Folk dance 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องบูรณาการการสอนให้เข้ากับทักษะของนักเรียนแต่ละคนด้วย เพราะเราอย่าลืมว่านักเรียนที่นี่ไม่เหมือนนักเรียนไทย ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเขามีอิสระทางความคิด อารมณ์ และการตัดสินใจ ดังนั้นการที่เราจะ push เขาแบบบังคับขู่เข็นเหมือนสอนนักเรียนไทยนี่ยากมากเลยค่ะ เอาง่ายๆ คือต้องคุยกันแบบปัญญาชน จะมาฟาดมาทำโทษแบบฮาร์ดคอร์ไม่ได้เพราะที่นี่มีกฎหมายคุ้มครองค่ะ 

 

 

คนที่มาเรียนส่วนใหญ่อยู่ในวัยไหน เชื้อชาติใด มาเรียนเพื่อจุดประสงค์อะไร

โดยเฉลี่ยอยู่ในวัย 5-15 ปีค่ะ จะมีปะปนมาหน่อยๆ คือช่วง 4 ขวบและผู้ใหญ่ 18-70 ปีเลยค่ะ นักเรียนส่วนมากจะเกิดแต่โตที่อเมริกา ส่วนผู้ใหญ่ก็เรียกได้ว่าอยู่ที่นี่มาเกือบทั้งชีวิตเลยค่ะ แล้วก็มีชาวอเมริกัน เกาหลี 

 

วัตถุประสงค์การเรียนของแต่ละช่วงวัยก็แตกต่างกันออกไป เช่น ถ้าเป็นเด็กมาเรียนเพราะพ่อแม่อยากปลูกฝังความเป็นไทยให้ลูกไม่ลืมเชื้อชาติอีกครึ่งหนึ่งที่เขามีอยู่ ส่วนเด็กวัยรุ่นที่มาเรียนเขามาเรียนตั้งแต่เด็กและทำมาตลอดจนโตค่ะ น่ารักมากๆ ส่วนผู้ใหญ่มาเรียนเพราะความชอบ หากิจกรรมทำ และยังได้สังคมไทยเล็กๆ จากตรงนี้ที่เรามารวมกันเป็นครอบครัวไทย 

 

ส่วนชาวต่างชาตินั้นโดยมากจะมาจากการที่เขาได้ไปเที่ยวประเทศไทยหรือมีแพลนจะไปแล้วประทับใจ เลยอยากพูดไทยได้ อะไรทำนองนั้น การที่ชาวต่างชาติมาเที่ยววัดไทย แล้วเขามาเห็นโรงเรียนไทยที่นี่ นั่นก็คือเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาสนใจนั่นเองค่ะ ถ้าใครอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ อย่าลืมมาเยี่ยมมาเที่ยวชมวัดไทยในต่างประเทศนะคะ สายขิมประจำการอยู่ที่วัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวัดไทยในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกนะคะ เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวไทย มาบอสตันต้องมาที่นี่ค่ะ 

 

ได้อะไรจากการมาเป็นครูอาสาสมัครครั้งนี้บ้าง

เราได้พัฒนามุมมองของการให้ความรู้ จากเดิมเราสอนเด็กที่ไทยเราอัดๆๆ เพื่อให้เด็กได้เกรดเยอะๆ คะแนนเยอะๆ แต่ได้นำไปใช้มั้ยช่างมัน แต่ตอนนี้เวลาสอนเราจะตั้งวัตถุประสงค์ว่าความรู้นี้เรียนแล้วเด็กจะต้องทำอะไรได้บ้าง เราไม่มีคะแนนให้ ไม่มีลำดับที่ให้ ไม่มีอะไรไปแลกกับความกะตือรือร้นของนักเรียน ฉะนั้นเราจะต้องให้เขาเข้าใจและทำให้ได้ ซึ่งกระบวนการนี้แหละค่ะให้ประโยชน์กับเรามากทั้งเรื่องการบูรณาการการสอน ความอดทน ความพยายาม เพราะการมาเรียนแต่ละครั้ง เราจะไม่ให้นักเรียนทุกคนกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้อะไรเลยแน่นอน

 

 

เล่าถึงนักเรียนให้ฟังหน่อย

นักเรียนน่ารักทุกคน เป็นลูกครึ่งยิ่งน่ารัก เขาพยายามพูดไทยกับเรา ผิดๆถูกๆแต่ก็พยายามแล้วมันน่ารักมากๆ เช่น “ครูสายขิมคะ เอ่ออ.. เราจะ perform เอ่ออ about.. Thai ceremony.. บนวันอังคารนี้มั้ยคะ?” หรือ เวลาเราบอกนักเรียนว่า เข้าใจมั้ยคะ! นักเรียนจะตอบอัตโนมัติว่า เข้าใจค่ะ! ทั้งๆ ที่เขาไม่เข้าใจอะไรเลย แต่เป็นคำพูดเคยชินคุ้นหูว่าต้องตอบแบบนี้ เจอนักเรียนทุกวันแต่ละคนน่ารักต่างกันออกไป คิดดูซิคะว่าขิมจะมีความสุขขนาดไหน

 

 

สอนนักเรียนผู้ใหญ่ก็มีความสุขตรงที่เราเห็นเขาตั้งใจและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่แค่นักเรียนนะคะ บรรดาผู้ปกครองน้องๆ ก็น่ารัก เห็นเรามาจากต่างบ้านเมือง ดูแลครูดีมากๆ ดูแลแบบไม่หวังว่าจะต้องทรีตลูกเราดีๆล่ะ เขาดูแลเราเพราะเขาหวังดีกับครูจริงๆ ค่ะ ไม่แปลกที่ขิมไม่โฮมซิค แถมไม่อยากกลับไทยอีกต่างหาก การสอนในต่างประเทศเป็นประสบการณ์ที่มีสีสันสุดๆ แล้วค่ะ 

 

มีเหตุการณ์ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษไหม

ประทับใจเยอะมากจริงๆ ค่ะ บันเทิงทุกวัน ครูสายขิมสายจอยทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น ขอเป็นเรื่องวันอีสเตอร์แล้วกันค่ะ มีนักเรียนคนหนึ่งชื่อน้องแมกซ์ วันนั้นโรงเรียนเราจัดงานอีสเตอร์กัน แต่น้องมาเรียนโรงเรียนไทยแล้วต้องกลับไปเรียนอย่างอื่นต่อไม่ได้อยู่หาไข่อีสเตอร์กับพวกเรา น้องเป็นผู้ชายที่ร้องไห้หนักมาก ร้องไห้จนแม่ต้องโทรมาบอกว่าให้ครูบอกว่าเรามาอีสเตอร์วันหลังก็ได้ วันนั้นก็ผ่านไป เช้ามาน้องมาโรงเรียนไทย ขิมให้เพื่อนครูอีกคนนึงแต่งตัวเป็นกระต่ายอีสเตอร์ แล้วเราก็เล่นหาไข่กันอีกรอบนึงเพื่อน้องแมกซ์

 

เชื่อมั้ยคะว่าสายตาความสุขของแมกซ์เป็นอะไรที่ขิมจำติดตามาถึงทุกวันนี้ แมกซ์เป็นเด็กฉลาดมากๆ เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าครูปลอมตัวเป็นกระต่ายอีสเตอร์ แต่เขาไม่ได้สนใจว่ากระต่ายจริงหรือปลอม เขางุ่นอยู่กับการวิ่งเก็บไข่กับความสุขของเขา ความสุขของแมกซ์ครั้งนี้เหมือนกับกระจายออกไปให้คนรอบข้างยิ้มตามไปด้วย ประทับใจจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ 

 

และสิ่งที่ประทับใจอย่างนึงส่วนตัวก็คือ ขิมกับเพื่อนครูจะได้มีโอกาสไปนอนค้างบ้านนักเรียนที่เราค่อนข้างสนิทสนม ขิมจะต้องส่งนักเรียนขิมเข้านอนด้วยนิทานก่อนนอนและตื่นมาส่งขึ้นรถโรงเรียนในตอนเช้า มันไม่ใช่หน้าที่อะไรหรอกค่ะ แต่ขิมอยากทำ อยากเห็นเขานอน เห็นเขาตื่นไปโรงเรียน

 

 

ขิมยังจำความรู้สึกดีๆ แบบนี้ได้เสมอ โดยเฉพาะกับแมกซ์ แมทธิว และแจ็คสัน สามคนนี้เป็นนักเรียนที่ไม่ได้สอนโดยตรง แต่รักมากเลย ถามถึงลูกศิษย์ที่ประทับใจ ก็ทุกคนเลยค่ะ กล้าพูดเต็มปากว่าทุกคน ถึงได้ลุกลามไปถึงคนที่ไม่ได้สอนด้วย 555 ฝากถึงถ้าใครอยากมาเที่ยวหรือมาเรียนต่อ บอสตันคือ the best choice สำหรับการศึกษาเลยค่ะแนะนำ ลองมาเที่ยวก่อนก็ได้ แล้วจะจอย 

 

สถาบันอุดมศึกษาน่าสนใจในบอสตัน

 

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

Boston University