ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

เรียนภาษาและทำงานที่พอร์ตแลนด์ฉบับนักเรียนไทย ตอนที่ 1 เสน่ห์ของเมืองฮิปสเตอร์

 

พอร์ตแลนด์ (Portland) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในรัฐโอเรกอน เวลามีการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของโลกโดยสำนักต่างๆ พอร์ตแลนด์มักติดอันดับอยู่บ่อยครั้ง เพราะเมืองสุดฮิปส์แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพื้นที่สีเขียวมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นเมืองที่มีระบบจักรยานดีเยี่ยม อีกทั้งยังครบเครื่องเรื่องไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มขึ้นชื่ออย่างคราฟท์เบียร์ที่ดึงดูดใจให้ การะเกด นรเศรษฐาภรณ์ บัณฑิตคณะนิเทศศาสตร์ จากรั้วจามจุรี ตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตอยู่ยาวๆ เพื่อเรียนภาษาและทำงานในร้านขายเสื้อผ้าระหว่างรอสมัครเรียนต่อปริญญาโท ชีวิตที่ช้าลงมอบประสบการณ์อะไรให้กับสาวสุดแอคทีฟคนนี้บ้าง การะเกดพร้อมแล้วที่จะเล่าให้เราฟัง 

 

 

ทำไมถึงเลือกมาอยู่พอร์ตแลนด์?

เริ่มจากความคิดว่าอยากไปเรียนภาษาแค่ 6 เดือน และด้วยความที่เราอยู่เมืองใหญ่มาตลอด ชีวิตทำนู่นนี่ตลอดเวลา เลยอยากไปอยู่เมืองที่เล็กหน่อยจะได้พัก แต่พอร์ตแลนด์ก็ไม่ใช่เมืองที่เล็กมาก เพราะเราเป็นเด็กเมืองของแท้ ถ้าให้ไปอยู่กับผืนป่าผักหญ้าตลอดเวลาคงไม่ไหว เลยพยายามหาเมืองที่ไม่ป๊อปมากนัก ซึ่งดูมาหลายเมืองมากกว่าจะเลือกได้ เพราะต้องผ่านการอนุมัติจากพ่อแม่ด้วย พ่อแม่เราเคยอยู่อเมริกามาเป็นสิบปีตอนมาเรียนต่อ เขาเลยรอบคอบหน่อยก่อนที่จะส่งลูกสาวมา จนเราคุยกับเพื่อนในรุ่นคนหนึ่งว่าไปเมืองไหนดี เพื่อนเลยแนะนำพอร์ตแลนด์มา ด้วยคำว่าเบียร์โลคอลเด็ดมาก (หัวเราะ) และเปิดรูปดูแล้วก็ชอบ เลยตัดสินใจมาที่พอร์ตแลนด์ค่ะ

 

 

ชีวิตในพอร์ตแลนด์เป็นยังไงบ้าง?

ชีวิตที่นี่เราชอบมากกกกนะ อืม...แต่ให้นิยามว่าเป็นยังไงบ้างก็คงพูดยาก คนเขามักพูดกันว่ามันเป็นเมืองฮิปสเตอร์ กินกาแฟ ขี่จักรยาน คนบ้าๆ บอๆ หน่อย ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ แต่ไม่ใช่ทุกส่วนที่เป็นอย่างนั้นนะ ถ้ามาเที่ยวที่นี่ช่วงหน้าร้อนคงจะหลงรักเลยล่ะเพราะดีไปหมด มีกิจกรรมให้ทำเยอะ สำหรับเราเองพอใช้ชีวิตจริงๆ มาอยู่ มาทำงาน มาเรียน ก็ได้เห็นความแตกต่างของคนในแต่ละที่ๆ เราอยู่ ชีวิตแต่ละด้านของเราก็ต่างกันออกไปด้วย ขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลยว่าจะกำหนดให้ชีวิตตัวเองเป็นแบบไหน ออกไปแฮงค์เอ้าท์บ่อยแค่ไหน 

 

บางคนมาแล้วก็ไม่ได้ไปไหน คบแต่คนไทย ไม่ได้ออกไปเจอสังคมข้างนอกแล้วบอกว่าเมืองนี้น่าเบื่อก็มี เพื่อนต่างชาติที่มาจากเมืองใหญ่แล้วมาถึงเมืองเล็กหน่อยไม่มีห้างให้ไปแล้วไม่แฮปปี้เลยก็มี ทั้งที่จริงๆ แล้วที่นี่มีอะไรน่าสนใจไปหมด มีเครือข่ายการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง มีองค์กรเฟมินิสต์ที่ก้าวไกลชนิดที่ว่าสามารถจัดเป็นนิทรรศการได้ และเป็นเมืองที่มีคู่รักร่วมเพศเยอะเป็นอันดับสองของอเมริกา สุดท้ายแล้วก็คือแต่ละคนต้องออกไปขวนขวายไปเรียนรู้เมืองที่ตัวเองอยู่นั่นล่ะ

 

พอร์ตแลนด์ตอนนี้คนล้นเมือง มีคนจากย้ายมาจากทุกที่เพราะเมืองเริ่มดังแล้ว รถติดขึ้นเยอะ ซึ่งสำหรับเรานี่เป็นข้อเสีย เพราะเมืองนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับคนจำนวนมากขนาดนี้ พอคนเยอะอะไรๆ ก็แพงขึ้นด้วย ข้อเสียอีกอย่างคือโฮมเลส (คนไร้บ้าน) เยอะมากกกก เพราะคนอินดี้มากก็เลยมีทั้งโฮมเลสจริงและปลอม (หัวเราะ) บางคนมีบ้านแต่แค่อยากเป็นยิปซียุคใหม่

 

ที่บอกว่าชอบมาก เล่าให้ฟังหน่อยว่าชอบอะไรบ้าง?

ข้อดีที่ชอบที่สุดในเมืองนี้คือขนส่งสาธารณะยอดเยี่ยมและคนน่ารัก เราทำงานที่ต้องเจอคนวันนึงเป็นร้อย เลยรู้สึกจริงๆ ว่าคนน่ารักแล้วเขาเคารพเราด้วย บางคนเคยเจอคนเหยียดผิวเหยียดชาติแต่เราไม่เคยเจอเลยนะ คือเราก็ต้องมั่นใจด้วยว่าเราไม่ได้ไปทำตัวไม่น่ารักใส่เขาก่อน คนพอร์ตแลนด์เฟรนด์ลี่จริงๆ อย่างเราชอบคุยกับคนแปลกหน้า อยู่ดีๆ ก็ได้คุยกับใครไม่รู้เต็มไปหมด คนขับรถเมล์ พนักงานขายของ คนที่ยืนรอรถด้วยกัน บางครั้งเราก็กลายมาเป็นเพื่อนกันต่อ เมืองมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเปิดใจให้กัน

 

เมืองนี้เหมาะกับคนที่กล้าและเปิดใจ ความแตกต่างในเมืองมันมีเยอะ เราแค่ต้องเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ และพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องไม่ตัดสินใครก่อน แล้วเราจะรู้เลยว่าโลกนี้มันกว้างกว่าที่เราคิดไว้เยอะ และถ้าชอบเดินป่าเดินเขาควรมา! เพราะที่นี่มีธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลก เรามีเพื่อนฝรั่งคนหนึ่งที่สนิทกันมาก เขาย้ายมาจากนิวยอร์คเพราะชอบเดินเขา มาอยู่ที่นี่เขาเดินได้ทุกอาทิตย์ไม่ซ้ำกันเลย เพราะป่าอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองขับรถไปนิดเดียวก็มีที่ให้ปีนเขาแล้ว

 

ช่วงแรกที่ไปถึงหาที่พักยังไง?

ที่พักแรกสุดเราอยู่ในอพาร์ตเมนท์สำหรับนักเรียนที่แนะนำในเว็บของมหาวิทยาลัย จนตอนหลังพอหมดคอร์สถึงได้ย้ายมาอยู่อพาร์ตเมนท์ข้างนอกซึ่งหาจากเว็บไซต์ สมัยที่อยู่ห้องนักเรียนมีรูมเมทเป็นพี่คนไทยที่มาเจอกันที่นี่ เขาเป็นเพื่อนของเพื่อน และกลายมาเป็นรูมเมทที่ยอดเยี่ยม ถือว่าตัวเองโชคดีมากที่เจอคนที่เข้ากันได้และคุยกันรู้เรื่อง เพราะมันเสี่ยงนะกับการมาอยู่กับคนที่เรารู้จักน้อยมากๆ ในต่างแดน บางคนเจอรูมเมทไม่ดีก็ทำให้ชีวิตไม่สนุกไปเลยเพราะต้องอยู่ด้วยกันตลอด รูมเมทเราเป็นเหมือนเพื่อนสนิท พากันบ้าบอคอแตกช่วยเหลืออะไรกันตลอดครึ่งปีที่อยู่กันมา พอพี่เขากลับเราก็ไม่อยากเสี่ยงเจอคนที่ไม่ดีเท่า เลยเลือกอยู่คนเดียวดีกว่า ฉะนั้น ขอให้เลือกให้ดีสำหรับคนที่จะมาอยู่กับใคร

 

ค่าที่พักสำหรับนักเรียนตอนนั้นประมาณ 500$ หลังจากหารกันแล้ว ส่วนพอย้ายมาอยู่คนเดียวเด้งขึ้นเป็น 900$

 

ค่าครองชีพรวมๆ แล้วสูงไหม?

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ประมาณไม่เกิน 2,000$ นะคะ บางเดือนก็ 1,500$ อันนี้คิดจากค่าบ้าน ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตประมาณ 1,000$ นิดๆ ซึ่งถือว่าแพงหน่อยเพราะเราอยู่คนเดียว ปกติเขาอยู่กันเยอะๆ หลายคนแบ่งห้องกัน แล้วก็ค่ากินค่าจิปาถะประมาณ 1,000$ หรือต่ำกว่านั้น

 

ซีรี่ย์เรียนภาษาและทำงานที่พอร์ตแลนด์ฉบับนักเรียนไทย มีทั้งหมด 3 ตอนนะคะ อ่านตอนต่อไปกันได้ตามลิ้งค์ด้านล่างเลยค่า

----

ภาพจากเพจ KARAxPortland

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

Portland State University