ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

ข้อดี-ข้อเสียระบบการศึกษาในอเมริกา

4199

 

บทความนี้จะอธิบายถึงรายละเอียดของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อดีและข้อเสียของระบบการศึกษาในภาพรวม เพื่อให้เพื่อน ๆ ที่อาจจะกำลังลังเลหรือหาข้อมูลในการเรียนต่ออเมริกาอยู่มีความเข้าใจในระบบการศึกษาของประเทศเขามากยิ่งขึ้นค่ะ 

 

ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่าง ๆ มากที่สุดในโลก แต่มันก็ยังคงเป็นประเทศที่น่าดึงดูดต่อผู้คนมากมายที่ต้องการไปอยู่อาศัยและทำงานในต่างประเทศค่ะ และมันยังเป็นสถานที่ที่ดีในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีกด้วยนะคะ

 

เพื่อน ๆ จะได้เห็นข้อมูลของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลจะถูกแบ่งออกเป็นข้อดีและข้อเสียเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและง่ายต่อความเข้าใจค่ะ ดังนั้นก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจกับข้อดีและข้อเสีย เราขอเสนอแผนภาพระบบการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติในรูปข้างล่างนี้ก่อนเลยค่ะ 

 

 

credit : http://www.wemakescholars.com/blog/us-education-system

 

 

ข้อดี

 

1. ความหลากหลาย

 

ด้วยความที่ประเทศสหรัฐเป็นประเทศที่ใหญ่มากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นทวีปหนึ่งที่ประกอบไปด้วย 50 รัฐใหญ่ ดังนั้นจึงมีความหลากหลายในเรื่องของหลักสูตรให้เพื่อน ๆ ได้มีโอกาสเลือกเรียนในสาขาวิชาที่สนใจได้อย่างแน่นอนค่ะ อีกทั้งเขายังใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการเรียนการสอนทุกหลักสูตร เพื่อน ๆ จึงลืมความกังวลในข้อจำกัดทางภาษาของนักเรียนต่างชาติไปได้เลยค่ะ 

 

นอกจากนั้นบางมหาวิทยาลัยก็อาจจะกำลังมองหาผู้สมัครจากเขตประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งนั่นก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเราในฐานะผู้สมัครจากโซนเอเชียอีกด้วยค่ะ และโดยเฉพาะกับประเทศไทยที่ฝรั่งเขาถือว่าเรายังคงเป็นประเทศที่ 3 หรือประเทศที่กำลังพัฒนา เขาจึงอยากจะเปิดโอกาสให้นักเรียนในประเทศเหล่านี้ได้มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐานค่ะ นั่นก็แปลว่าเขามีการจัดสรรเงินทุนการศึกษาให้กับพวกเราด้วยนั่นเองค่ะ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเพื่อน ๆ มีความสามารถด้านกีฬาและต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง หลายมหาวิทยาลัยใน USA ก็มีความยินดีที่จะสนับสนุนเงินทุนในส่วนนี้ให้กับนักเรียนชาวต่างชาติค่ะ 

 

 

2. ความยืดหยุ่นของการศึกษา

 

ระบบการศึกษาของอเมริกาเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นมากที่สดในโลก นักเรียนจะมีตัวเลือกมากมายในรายวิชาต่าง ๆ นับไม่ถ้วน โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยในสหรัฐจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลองเรียนในวิชาต่าง ๆ กันภายใน 1-2 ปีแรกของหลักสูตร ซึ่งจะต่างจากมหาวิทยาลัยในยุโรปที่คุณจะต้องลงทะเบียนเรียนวิชาเฉพาะตามหลักสูตรที่ได้มีการกำหนดไว้แล้วจนจบ 4 ปีค่ะ 

 

ความยืดหยุ่นนี้จะเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้เห็นมุมมองที่หลากหลายและยังสามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นจากการเรียนในสิ่งที่เราไม่ได้รักอีกด้วยล่ะค่ะ นอกจากนั้นยังเปิดการเปิดโลกทัศน์ของเพื่อน ๆ ในรายวิชาที่ต่างออกไป ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะความสามารถในส่วนที่เราขาดได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น หากเพื่อน ๆ ลงเรียนในหลักสูตรวิชากฎหมาย เพื่อน ๆ ก็จะมีโอกาสได้เรียนวิชา public speaking, reasoning and argumentation, literature หรือ PR ซึ่งเป็นการเสริมสร้างทักษะด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน แทนที่จะเรียนแค่วิชาในหลักสูตรที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกฎหมายโดยตรงเพียงอย่างเดียวค่ะ

 

นอกจากนั้นระบบการศึกษาของเขายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะรอบด้าน เพื่อน ๆ จะได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตรอย่างมากมายและหลากหลาย รวมถึงกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ทางหลักสูตรได้คิดค้นและเตรียมไว้ให้กับนักเรียนทุกคน หรือการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีการอภิปรายเนื้อหาในส่วนต่าง ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องค่ะ 

 

 

3. มาตรฐานการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่

 

มาตรฐานของระบบการศึกษาในสหรัฐจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก เพื่อน ๆ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยคะว่าทำไมอาจารย์หรือนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ดังนั้นก็เลยเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราที่จะได้ผู้คุย แลกเปลี่ยนความรู้ หรือได้รับการสอนจากคณาจารย์ระดับท๊อปหลายแขนง

 

การเรียนการสอนในสหรัฐจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในชั้นเรียนนักเรียนทุกคนจะถูกคาดหวังให้แสดงความคิดเห็นของตัวเองค่ะ และการเรียนการสอนก็จะอยู่ในรูปแบบเปิด คือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความคิดในการคิดวิเคราะห์ต่อไปค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้ให้กับนักเรียนทุกคนที่นี่นั่นเองค่ะ 

 

ชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่รอบ ๆ มหาวิทยาลัยค่ะ และหอพักนักศึกษาก็ยังคงตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่นอกเขตเมืองหรืออยู่ในพื้นที่ที่ทางรัฐจัดสรรให้ แต่ก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ หรือผับค่ะ หรืออาจเรียกว่าเป็นชุมชนของนักศึกษาเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเราที่จะได้พบปะสังสรรค์ และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษโดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ ค่ะ

 

เราก็ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่ตั้งใจจะไปเรียนต่อที่อเมริกาเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้นะคะ มันจะช่วยให้คุณได้เข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรมมาก เราจะได้ปรับตัวเข้ากับประเทศเขาได้เร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

4. ชื่อเสียงระดับโลก 

 

มหาวิทยาลัยของสหรัฐได้รับการคาดหวังและไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำของโลกอย่างมากมาย การันตีได้จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาถูกจัดอยู่ใน Top 100 มากถึง 40 มหาวิทยาลัย และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับ Top 10 ของโลก มีรายชื่อมหาวิทยาลัยสหรัฐทั้งสิ้น 7 แห่งค่ะ

 

 

 

 

ข้อเสีย

 

1. ความแตกต่างเชิงลบ 

 

เนื่องด้วยประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่มาก ดังนั้นจึงมีความแตกต่างในเรื่องของรายวิชาในหลักสูตรเดียวกันบ้างเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยต่างกัน ซึ่งก็อาจนำไปสู่การพิจารณารับเข้าทำงานของนายจ้างในอนาคตที่มีความนิยมและเห็นชอบในเรื่องหลักสูตรการเรียนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกันค่ะ 

 

 

2. ค่าเล่าเรียน

 

ประเทศสหรัฐขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนที่สูงติดอันดับโลกเลยทีเดียว เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่คะว่าค่าเล่าเรียนที่เรียกเก็บต่อปีอาจสูงถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐกันเลยทีเดียวค่ะ!

 

ผลสำรวจหนึ่งได้แสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในหนึ่งปีที่ต้องใช้สำหรับการเรียนปริญญาตรีที่ MIT : Massachusetts Institute of Technology ซึ่งประกอบด้วยค่าเล่าเรียน $43,720, ค่าเช่าบ้านและอาหาร $13,224 และค่าหนังสือและค่าใช้จ่ายส่วนตัว $2,790 หรือตีเป็นเงินไทยทั้งหมดก็ได้ประมาณ 2.1 ล้านบาทค่ะ (หลักสูตรปริญญาส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 4 ปี เพื่อน ๆ ก็ลองคูณตัวเลขนี้เข้าไปดูกันนะคะ)

 

แต่เนื่องด้วยสถานภาพของผู้อพยพจำนวนมาก การกู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงมีอยู่อย่างจำกัดค่ะ

 

 

3. กระบวนการคัดเลือกแบบองค์รวม

 

หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้วมหาวิทยาลัยในสหรัฐอาจมีข้อกำหนดและกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาที่ซับซ้อนกว่าค่ะ เพราะนอกจากเพื่อน ๆ จะต้องมีประวัติการเรียนที่ดีแล้ว เพื่อน ๆ ยังต้องเคยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะนอกห้องเรียนอีกด้วยค่ะ การมีส่วนรวมในการแข่งขันหรือการประกวดทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกันค่ะ รวมถึงข้อสอบมาตรฐานอีกมากมายที่เพื่อน ๆ จะต้องเตรียมเพื่อให้ผลสอบออกมาตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด หรืออาจจะต้องโดดเด่นกว่าคนอื่นเป็นพิเศษอีกด้วย ข้อสอบที่ว่าก็ได้แก่ SAT, ACT, GRE, MCAT, LSAT, TOEFL หรือ IELTS ค่ะ

 

 

4. สวัสดิการสังคมและการทำงานพิเศษ

 

และนี่ก็คือข้อเสียที่ส่งผลกับเรามากที่สุดในฐานะนักเรียนต่างชาติค่ะ เพื่อน ๆ อาจไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมบางอย่างภายในประเทศ เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ทันทีค่ะ เราจะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างมากมาย เรียกได้ว่ามึนตึ้บกันไปเลยค่ะ

 

เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงประกันสังคม เพื่อน ๆ จะต้องใช้ social security number (SSN) หรือหมายเลขประกันสังคม ซึ่งออกโดยหน่วยงาน Social Security Administration (SSA) แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขอกันง่าย ๆ นะคะ เพื่อน ๆ จะต้องมีจดหมายรับรองจากหน่วยงาน International Social Service (ISS) แต่ก่อนที่เพื่อน ๆ จะได้จดหมายจาก ISS เพื่อน ๆ ก็จะต้องเอาจดหมายเสนอการว่าจ้างงานหรือ Job offer letter ไปให้ ISS เขาพิจารณาก่อนด้วยค่ะว่าคุณได้รับการจ้างงานแล้วภายใต้เงื่อนไขของวีซ่านักเรียนต่างชาติแล้ว

 

สำหรับเรื่องของประกันสุขภาพ แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระบบรองรับสำหรับนักเรียนต่างชาติอยู่แล้วค่ะ ซึ่งก็อาจมีมาตรฐานที่ต่างกัน มหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ก็อาจจะมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเฉพาะโรคภัยพื้นฐาน ส่วนมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ก็อาจจะเสนอประกันสุขภาพแบบเต็มรูปแบบให้เลยค่ะ แต่เพื่อน ๆ ควรรู้ไว้นิดนึงนะคะว่ารัฐบาลสหรัฐไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพให้กับนักเรียนต่างชาติ และค่ารักษาพยาบาลของเขาก็แพงมาก ๆ เลยค่ะ

 

ส่วนเรื่องการทำงานพิเศษก็จะถูกจำกัดอยู่ภายใต้เงื่อนของวีซ่านักเรียนต่างชาติค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

การขอวีซ่าและค่าใช้จ่ายในอเมริกา

ทำงานในระหว่างเรียน

การเปิดบัญชีในอเมริกา

 

 

 

สรุปภาพรวมของระบบการศึกษา

 

สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่าระบบการศึกษาของอเมริกาจะมีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนที่สูงและมีกระบวนการตรวจสอบสถานะนักเรียนและการควบคุมที่เข้มงวด แต่มันก็จะเป็นประตูไปสู่ความสำเร็จในอนาคตของพวกเราได้ในที่สุดค่ะ พวกเราจะได้รับการพัฒนาศักยภาพรอบด้านอย่างสูงสุด โดยระบบการศึกษาให้ความสำคัญกับความคิดและอิสรภาพในการเลือกของผู้เรียนค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนต่างชาติก็มีความหลากหลายและน่าสนใจ รวมถึงยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายรอเพื่อน ๆ อยู่อีกด้วยค่ะ

 

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

จบการศึกษาด้านสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย เคยทำงานด้านอีเว้นท์และงานโฆษณา ปัจจุบันเป็นนักเรียนและนักเขียนอิสระ

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...