ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: ข่าวล่าสุด

สอบ SAT เปลี่ยนกฎการให้คะแนน

4505

สอบ SAT เปลี่ยนกฎการให้คะแนน

คณะกรรมการมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา กำลังวางแผนเปลี่ยนแปลงกฎการให้คะแนนสำหรับ SAT ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป

Free ukbook    Free book usaFree book Australia

 

 

 

SAT คืออะไร?

ก่อนที่จะไปพูดถึงรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงกฎการให้คะแนน SAT เรามาทำความรู้จักข้อสอบนี้กันคร่าวๆ ก่อนนะคะ SAT คือการทดสอบมาตรฐาน สำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา โดยเดิมที SAT เป็นตัวย่อมาจากคำว่า Scholastic Aptitude Test ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงเป็นคำว่า Scholastic Assessment Test  แต่ในปัจจุบันการสอบ SAT ถูกจัดขึ้นโดย The College Board องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐอเมริกา และถูกจัดให้เป็น Educational Testing Service จึงทำให้ SAT กลายเป็นคำเรียกตามชื่อที่นักเรียนส่วนใหญ่คุ้นเคย ไม่ได้เป็นคำย่อจากความหมายเดิมอีกต่อไป 

ซึ่งข้อสอบมาตรฐานสำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา หรือ SAT กำลังมีการพัฒนาแนวข้อสอบครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัดผลด้านทักษะการใช้ชีวิตและความสามารถในการประกอบอาชีพ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยข้อสอบในส่วนของ Reading และ Writing จะมีการเพิ่มเติมคำศัพท์ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันมากขึ้น และเกณฑ์การให้คะแนนก็จะพิจารณาจากหลักฐานสนับสนุนคำตอบที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

“การปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ข้อสอบ SAT ของเราเปิดกว้างและชัดเจนมากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” Cynthia Schmeiser ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา กล่าวโดยสรุป “ข้อสอบชุดใหม่นี้จะสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อคัดกรองคุณภาพของนักเรียนที่จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การเปลี่ยนแนวข้อสอบ

โครงสร้างเดิมของข้อสอบ SAT ประกอบด้วย
1. Critical Reading
2. Writing
3. Mathematics
4. Essay

โครงสร้างใหม่เปลี่ยนแปลงเป็น
1. Evidence-Based Reading and Writing

  • Reading Test
  • Writing and Language Test

2. Math
3. Essay (optional)

ส่วนหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน จากเดิมที่มีช่วงคะแนนอยู่ที่ 600-2,400 โดยแบ่งออกเป็น 200-800 คะแนนสำหรับ Critical Reading, 200-800 คะแนนสำหรับ Mathematics, 200-800 คะแนนสำหรับ Writing ก็ได้เปลี่ยนแปลงเป็นมีช่วงคะแนนอยู่ที่ 400-1,600 โดยแบ่งเป็น 200-800 คะแนนสำหรับ Evidence-Based Reading and Writing, 200-800 คะแนนสำหรับ Math ส่วนคะแนนในส่วนของ Essay จะคิดแยกออกมาต่างหาก (ต่างจากของเดิมที่คะแนน Essay รวมอยู่ในส่วน Writing)

ซึ่งเกณฑ์คะแนนใหม่นี้จะใช้ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงข้อสอบ SAT ครั้งนี้มีแนวโน้มในการประเมินประสิทธิภาพของผู้สอบที่ดีขึ้น แต่เสียงตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

Carl Jago รองผู้อำนวยการของ UCLA California Reading and Literature Project ค่อนข้างพอใจกับการเปลี่ยนแปลง โดยให้ความเห็นเกี่ยวกับส่วนของการมุ่งเน้นในด้านวิเคราะห์เชิงสำนวนโวหารว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักศึกษา ในขณะที่คณบดีของ UC Santa Barbara ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อสอบว่า “ ผมไม่แน่ใจว่าเป้าหมายหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คืออะไร และอะไรคือสิ่งที่ผลของข้อสอบนี้ต้องการจะบอกต่อประเทศ  หรือแท้จริงแล้วสิ่งใดคือสิ่งที่ควรถูกแก้ไขกันแน่ระหว่างข้อสอบกับตัวผู้ออกข้อสอบเอง”

เปรียบเทียบความยาวและเวลาของข้อสอบ

SAT 2014

SAT 2016

โครงสร้าง

เวลา/
นาที

จำนวนคำถาม

โครงสร้าง

เวลา/
นาที

จำนวนคำถาม

Critical Reading

70

67

Reading

65

52

Writing

60

49

Writing and Language

35

44

Essay

25

1

Essay
(optional)

50

1

Mathematics

70

54

Math

80

57

Total

225

171

Total

180
(230 with Essay)

153
(154 with Essay)

 

 

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด