ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: แนะนำหลักสูตรและสาขา

สัมภาษณ์นักศึกษา Fashion Design


ชื่อ : ลลิต์ภัทร โสภาวงศ์
ชื่อเล่น : พลอย
จบการศึกษาจาก : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลักสูตรที่เรียนปัจจุบัน: Fashion Design(AAS) 
ระดับการศึกษา: Associate's degree
สถานศึกษา :  Parsons the New School of Design, New York 
----------------------------------------

ทำไมถึงเลือกอเมริกาเป็นจุดหมายด้านการเรียนต่อ?

มีเพื่อนของคุณพ่ออาศัยอยู่ที่นี่อยู่แล้ว  และรู้สึกว่าถ้าเทียบกับทางยุโรป ทางด้าน Art นั้น อเมริกามันเป็นศูนย์รวม commercial มากกว่า ทางยุโรปมันจะเน้น Pure Art แล้วก็ history ของเค้า ก็รู้สึกว่ามันเพ้อฝันเกินไปสำหรับเรา เราอยากเรียน art ที่นำไปใช้ได้จริง แล้วอเมริกาเปิดรับ culture ของทุกชาติ ทุกคนเท่ากัน แต่ยุโรปเค้าจะมีอารยะของเค้าที่ไม่เปิดรับคนนอกมากนัก ก็เลยรู้สึกว่าอยู่ที่นี่น่าจะทำอะไรสบายๆได้มากกว่า 

ทำไมคุณถึงสมัครเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนี้และสาขาวิชานี้?

เรียนสาขานี้เพราะคิดว่าตอนแรกจบจากนิเทศ เรามี idea ในด้าน Art ที่เราชอบแล้ว แต่เราไม่มี skill ความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งที่ลึกๆ  เรา present product ได้ ขายเป็น แต่เราทำไม่เป็น เลยอยากเรียนต่อ แล้วเลือก Fashion Design เพราะมันเป็นการทำ Art ที่เอาไปเปิดเป็นธุรกิจได้ แล้วเราเป็นผู้หญิง ถ้าจะเอาด้านเสื้อผ้ามาประกอบอาชีพมันก็คงเพลินดี ไม่เบื่อ  ส่วนเหตุผลที่เลือกเรียนสถาบันนี้เพราะเลือกจากเมืองก่อน อยากมานิวยอร์ค แล้วสถาบันนี้ก็คือ Parsons the New School of Design มีชื่อเสียงด้านนี้

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรของคุณ

คงเป็นการเปิดกว้าง เปิดโลก เพราะที่นี่คนที่เรียนมาจากทุกมุมโลก ทำให้เราได้เห็นว่าเมืองไทย เด็กไทยอย่างเรา อยู่ตรงจุดไหนเก่งกว่าเค้าตรงไหน แล้วก็ด้อยกว่าเค้าตรงไหน แล้วก็หลักสูตร AAS ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่มาเรียน ตั้งแต่จบปริญญาตรีแล้ว ไปจนถึงทำงานมีลูกแล้ว เป็นคนรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ทำอะไรเล่นๆ  มันก็จะต่างจากเด็กที่เรียนในระดับ Bachelor

การเรียนการสอนที่นี่นับว่าแตกต่างจากประเทศไทยหรือไม่?

แตกต่างมาก มันต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา ตอนอยู่เมืองไทยพอเข้า lecture เราหลับตลอด ตอนที่ความรู้จะเข้าหัวได้คือตอนก่อนสอบที่อ่านหนังสือ   แต่ที่นี่เราต้องตั้งใจฟังอาจารย์พูด เพราะเค้าชอบให้ participate ถ้าใครเข้าเรียนแต่ไม่พูดอะไรเลยอาจารย์จะถือว่าไม่ได้เข้า อาจารย์ไม่ได้มาสอนอย่างเดียว เค้ามาเรียนรู้จากเราเหมือนกัน แล้วทุกวิชาทุก week จะมีการบ้าน หรือไม่ก็ quiz  เพราะฉะนั้นช่วงที่เปิดเทอมตั้งแต่วันแรกยันวันสุดท้ายคือเหนื่อยเท่ากัน ซึ่งที่เมืองไทยเราเหนื่อยแค่ช่วงก่อนสอบ

คุณพักอาศัยอยู่ที่ใด และสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยคุณเป็นอย่างไร ?

พักอยู่ Queens (นอกเกาะ Manhattan ถ้าเทียบกับเมืองไทยคงเป็นลาดพร้าว) มหาลัยที่ NY ไม่เหมือนมหาลัยอเมริกันที่เราเห็นในหนังเลย ไม่มี campus เป็นของตัวเอง ตึกเรียนทั้งหมดจะกระจัดกระจายอยู่ใน Manhattan ปนๆกับที่ทำงาน ร้าน shopping ตามถนน ชีวิตก็จะไม่เหมือนเด็กมหาลัยทั่วไปที่ระหว่างเรียนก็ hang out กับเพื่อนในโรงอาหาร หรือสนามโรงเรียน ของที่นี่จะเลิกเรียนกลับบ้านหรือไปที่อื่นต่อ ตัวใครตัวมัน สาธารณูปโภคก็ถือว่าดี มีคอมพิวเตอร์เป็นร้อยๆเครื่องให้ใช้ ห้องสมุด studio ครบ  นอกจากนี้คนไทยที่เรียน Parsons มีตั้งเป็น group นัดเจอกันอยู่เนืองๆ ด้วย เพราะว่ามีเยอะเหมือนกัน

ความท้าทายที่มากที่สุดที่คุณเผชิญหน้าในช่วงปีแรกคืออะไร?

อย่างแรกคือเด็กไทยมีความขี้เกียจสูง ความท้าทายคงไม่พ้นการปรับตัวให้ขยัน  สองคือเรื่องภาษา ช่วงแรกฟัง lecture ไม่รู้เรื่องเลย ฟัง-พูด เป็น skill ที่ใช้น้อยมากตอนอยู่เมืองไทย แต่ถ้าด้านเขียน-grammar.. แน่น!  และสุดท้ายคือเรื่องอากาศหนาว ตอนนี้ก็ยังท้าทายอยู่ตลอดค่ะ

คุณประทับใจอะไรในอเมริกา?

ประทับใจเรื่องของ Freedom ใครอยากทำอะไรทำ ไม่มีสนใจคุณหรอก  เพราะทุกวันนี้เวลานั่ง Subway จะเห็นว่าคนธรรมดากับคนบ้าไม่ได้ต่างกันมากนัก

ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากให้นักเรียนไทยไปเรียนที่อเมริกามากขึ้นหรือไม่?

ก็อยากให้มานะ อยู่ที่นี่มันเหมือนทำให้เราออกมาจาก comfort zone ของเราที่เมืองไทย มาที่นี่คือมาลำบาก ไม่มีอะไรสวยหรูเหมือนใน gossip girl มันทำให้โตขึ้นมาก มันไม่เหมือนไปอังกฤษนะเราว่า ที่นู่นยังดูคุณหนูกันได้อยู่    แต่สิ่งที่ได้เวลามองกลับไปคือชีวิตเราคนไทยน่าอิจฉากว่าคนที่นี่มาก เรามีอาหารดี มีอากาศดี มีทะเลมีภูเขา ข้าวของก็ถูก ชีวิตอยู่ง่ายมาก  มันทำให้รักประเทศมากขึ้นมากๆ

คำแนะนำที่จะให้กับนักเรียนไทยที่อยากไปเรียนที่อเมริกา

ที่เค้าพูดกันว่า If you can make it here, you can make it anywhere เป็นเรื่องจริงค่ะ

------------------

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเรียนต่ออเมริกาที่น่าสนใจ

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาด ในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด