ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

หนังสือ 10 เล่มที่ Mark Zuckerberg อยากให้อ่านสักครั้งในชีวิต!

10 books mark zuckerberg suggest to read
192

     เราคงคุ้นเคยกับลิสต์หนังสือที่เหล่าคนดังแนะนำกันดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อซอฟต์แวร์อย่างบิลล์ เกตต์ หรือนักการเมืองอย่างบารัค โอบามา หรือแม้กระทั่งนักร้องเกาหลีอย่างจินยอง แห่งวง GOT7 ที่ทำ #จินยองอ่าน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยถล่มทลายมาแล้ว หนังสือจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการหล่อหลอมความคิดและตัวตนของคนนั้นๆ และยิ่งหากมันถูกแนะนำโดยคนเก่งๆ แล้ว หนังสือจะยิ่งหน้าสนใจไปอีก

 

    โดยคนที่ Hotcourses Thailand จะพาไปทำความรู้จักก็คือเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg นั่นเอง ก่อนอื่นเรารู้อยู่แล้วว่ามาร์กเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย Harvard แต่สมัยไฮสคูลมาร์กได้รับรางวัลด้านวิทยาศาสตร์ (คณิตฯ ดาราศาสตร์ และฟิสิกส์) แต่เขาก็หาความรู้โดยการอ่านหนังสือด้านอื่นๆ เยอะมาก วันนี้เราเลือกมา 10 เล่มจาก 23 เล่มที่มาร์กแนะนำว่าคนเราควรจะอ่านในชีวิตสักครั้ง จะมีอะไรบ้างไปดูเลยจ้ะ

 

 

Sapiens by Yuval Noah Harari

    

    หนึ่งในหนังสือต่างประเทศที่ขายดีที่สุด Sapiens เขียนโดย Noah Harari นักประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮิบรูแห่งเยรูซาเล็ม หนังสือเล่มนี้ติดตามวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคโฮโมเซเปียนส์จากคนเก็บของป่าล่าสัตว์สู่การสร้างพลังในตนในฐานะ "พระเจ้า" แห่งอนาคต 

 

    เจ้าพ่อโซเชียลมีเดียกล่าวว่า “เซเปียนส์เป็นการสำรวจอันร่วมสมัยของคำถามที่คล้ายคลึงกันมากมาย"

 

Dealing With China by Henry M. Paulson Jr.

 

    มาร์กสนใจวัฒนธรรมจีนเป็นพิเศษ และเขาก็เรียนภาษาจีนมาสักพักนึงแล้ว! เพราะ CEO คนนี้มีเป้าหมายที่จะโน้มน้าวรัฐบาลจีนให้ชาวจีนใช้เฟซบุ๊ก! หนังสือเล่มนี้เขียนโดยอดีตรัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกของจีนและผลกระทบที่มีต่อโลกในปัจจุบัน

 

    “35 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ผู้คนหลายร้อยล้านคนยกระดับตัวเองให้หลุดพ้นจากความค้นแค้นยากจน และที่ผ่านมา มีเพียงจีนเพียงประเทศเดียวที่ทำให้คนพ้นขีดความยากจนได้มากกว่าทุกประเทศในโลกรวมกัน”

 

Why Nations Fail by Daron Acemoglu and James A. Robinson

 

    กว่าจะเป็นหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาวิจัยกันถึง 15 ปี โดยนักเศรษฐศาสตร์ของ MIT และนักรัฐศาสตร์ของ Harvard คีย์เวิร์ดของหนังสือเล่มนี้พูดถึง ‘รัฐบาลสูบเลือด’ ที่ใช้กฎหมายบังคับใช้อำนาจของคนไม่กี่คน ในขณะที่ "รัฐบาลแบบมีส่วนรวม" จะสร้างตลาดเปิดที่อนุญาตให้ประชาชนใช้จ่ายและลงทุนได้อย่างอิสระ และการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศในระยะยาว 

 

   ความสนใจในการทำบุญของมาร์กเพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับทรัพย์สินของเขาด้วย เขาบอกว่าที่เลือกหนังสือเล่มนี้ก็เพราะมันทำให้เขาเข้าใจจุดเริ่มต้นของความยากจนทั่วโลก

 

เที่ยวแบบนักศึกษาใน UK: เฮย์ ออน ไวย์ เมืองที่คนรักหนังสือห้ามพลาด

10 สุดยอดห้องสมุดมหาวิทยาลัยสุดเจ๋งจากทั่วโลก

ห้องสมุด คือ สนามรบของคุณ

 

World Order by Henry Kissinger

 

    หนังสือเขียนโดยอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งวิเคราะห์ถึงวิธีที่ที่ต่างๆ ของโลกใช้ทำความเข้าใจแนวคิดอาณาจักรและอำนาจการเมืองมานานหลายศตวรรษ รวมไปถึงวิธีการที่เศรษฐกิจโลกสมัยใหม่นำทั้ง 2 สิ่งมารวมกันในลักษณะที่มีความรุนแรง 

 

    มาร์กอธิบายว่า “มันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและวิธีที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่สงบสุขทั่วโลก นี่เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโลกที่เราต้องการให้ลูกหลานของเรา และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่ทุกๆ วัน”

 

Creativity, Inc. by Ed Catmull

 

     เป็นเรื่องราวของบริษัทแอนิเมชันชื่อดังอย่าง Pixar เขียนโดยหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทแอนิเมชันยักษ์ใหญ่   Ed Catmull โปรยเรื่องด้วยปัญญาอันล้ำค่าเกี่ยวกับการจัดการและความเป็นผู้ประกอบให้ เขาให้เหตุผลว่า บริษัทควรหลีกเลี่ยงการขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ตามธรรมชาติของพนักงาน 

 

     มาร์กบอกว่า “ผมรักการอ่านเรื่องราวมือหนึ่ง เกี่ยวกับวิธีสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่าง Pixar และยังคงรักษานวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ไว้”

 

Energy: A Beginner's Guide by Vaclav Smil

 

     พิมพ์ครั้งแรกในปี 2006 ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้วว่าจะเกี่ยวกับอะไร ‘พลังงาน’ นั้นเองจ้ะ โดยในหนังสือก็จะพูดถึงหัวข้อที่ซับซ้อนมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเชื้อเพลิงที่ทั้งมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Vaclav Smil คนนี้เค้าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่บิลล์ เกตต์ชอบด้วยนะ 

 

    โดยเจ้าพ่อเฟซบุ๊กเขียนบรรยายหนังสือเล่มนี้ว่า “หนังสือเล่มนี้สำรวจหัวข้อว่าพลังงานทำงานยังไง การผลิตและการใช้พลังงานมีพัฒนาการและส่งผลต่อ Climate change ยังไงบ้าง”  

 

The Better Angels of Our Nature by Steven Pinker

 

    หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Steven Pinker นักจิตวิทยาดีกรีจาก Harvard แม้จำนวนหน้ากว่า 800 หน้าจะทำให้ใครหลายๆ คนไม่อยากหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน แต่มาร์กก็ยืนยันว่าหนังสือเล่มนี้อ่านง่ายกว่าที่คิด และงานวิจัยของ Pinker ที่ศึกษาว่า ความรุนแรง (Violence) ลดลงได้อย่างไร ถึงแม้จะถูกเสริมด้วยข่าวตลอด 24 ชั่วโมงและโซเชียลมีเดีย ถือเป็นมุมมองที่เปลี่ยนชีวิตได้

 

    บิลล์ เกตส์ เองก็อ่านหนังสือเล่มนี้นะ

 

The Beginning of Infinity by David Deutsch

 

    หนังสือของ David Deutsch แพทย์จาก Oxford ว่าด้วยความก้าวหน้าของมนุษยชาติที่ครอบคลุมไปถึงการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ หนังสือเขียนถึงทุกอย่างตั้งแต่ศิลปะ วิทยาศาสตร์ การเมือง ไปถึงปรั๙ญา เจ้าของหนังสือสรุปว่า  ‘ศักยภาพของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด’ 

 

The Structure of Scientific Revolutions by Thomas S. Kuhn

 

     เล่มนี้เป็นหนังสือปรัชญาแนววิทยาศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1962 ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน ‘หนังสือที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดตลอดกาล’ โดยเนื้อหาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์และผลกระทบที่มีต่อโลกปัจจุบัน มาร์กเองก็ให้ความคิดเห็นว่าการ ‘ตระหนักรู้’ ว่าวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปยังไงบ้าง คือตัวเร่งของความก้าวหน้าทางสังคมที่อาจเป็น ‘พลังความดีทางสังคม’ 

 

The Varieties of Religious Experience by William James

 

    หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักปรัชญาชาวอเมริกันที่ลึกซึ้งและกระตุ้นความคิดได้มากที่สุด หนังสือเล่มนี้รวบรวมเลคเชอร์ที่สำรวจ ‘จิตสำนึกแห่งศาสนา’ และการที่คนใช้ศาสนาเป็นแหล่งของความหมาย ที่ใช้กระตุ้นพวกเขาให้ชีวิตต่อไปอย่างมีพลังและจุดมุ่งหมาย 

 

    มาร์กบอกว่า เขาอ่าน Sapiens จบจึงอยากหาอะไรที่มันลึกซึ้งลงไปอีกมาอ่าน จึงมาจบที่เล่มนี้

 

    ใครกำลังหาลิสต์หนังสืออ่านอยู่ ลองเอาไปอ่านตามกันได้เลยนะ อ้อ ขอส่งข่าวนิดนึง สำหรับใครที่ยังไม่รู้นะ Facebook มีทุนการศึกษามอบให้นักเรียนต่างชาติด้วยนะเออ โดยเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก ใครสนใจลองเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย 

Credit The Inc. 

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

10 books mark zuckerberg suggest to read

จบเอกวารสารสนเทศ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์เขียนบทความและยังคงมองหางานประจำอยู่เรื่อยๆ เวลาว่างใช้ไปกับการพยายามเรียนคอร์สออนไลน์สักคอร์สให้จบ

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

404120

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

327725

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86583

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

56253