ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ปี 2019 แล้วยังจำเป็นต้องสมัครเรียนต่อกับ Agency อยู่ไหม

share image
1158

ปี 2019 แล้วยังจำเป็นต้องสมัครเรียนต่อกับ Agency อยู่ไหม

 

การสมัครเรียนต่อกับ Agency อาจจะเป็นเรื่องปกติเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว เพราะสมัยก่อนการเข้าถึงข้อมูลการเรียนต่อนั้นเป็นอะไรที่ทั้งยากและเสียเวลา ต่างจากตอนนี้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนการศึกษาเรียนต่อและข้อมูลมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น วันนี้ Hotcourses Thailand เลยมีแพลนที่จะรวบรวมเหตุผลว่า Agency มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนกันแน่


 

ไม่ต้องหาข้อมูลเอง

อย่างแรกที่หลายคนนึกถึงเวลาพูดถึง Agency คือการที่คนเรากรอกๆ ข้อมูลให้เจ้าหน้าที่แล้วเจ้าหน้าที่ที่รักปรึกษาเคสของเราก็จะช่วยหามหาวิทยาลัยที่แม็ทช์กับโปรไฟล์ของเราได้ด้วย แต่นี่มันเป็นข้อดีจริงเหรอ? อันนี้ความเห็นส่วนตัวของเรา (ที่อาจจะผิดก็ได้) คือการสมัครเรียนต่อน่ะ เราว่ามันเป็นอะไรที่เราต้องใช้เวลากับตัวเองพอสมควรนะ และนั่นก็รวมถึงการให้เวลากับตัวเองในการค้นหาว่าอะไรที่เราชอบหรือไม่ชอบ ดูหลักสูตร coursework ของแต่ละที่ที่เหมาะสมกับเราจริงๆ มากกว่าที่จะเลือกเพียงแค่ชื่อสถาบันกับ Ranking

 

ไม่ปวดหัวเรื่องเอกสาร

พอพูดถึงเรื่องเรียนต่อ อีกอย่างหนึ่งที่สร้างความกังวลแก่ว่าที่นักศึกษาปริญญาโทมากที่สุดคงเป็นเรื่องของการเตรียมเอกสารการเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็น Personal Statement การเขียน Study Plan อะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด การสมัครเรียนผ่าน Agency จึงกลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ไม่มีเวลามากพอในการเตรียมตัวด้วยตัวเอง

 

ข้อมูลแน่น ไม่ต้องเสียสักบาท

หลายคนอาจจะติดภาพจำว่าการไปขอรับคำปรึกษาจาก Agency เรียนต่อจำเป็นต้องเสียเงินเป็นแสนๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงเลย เพราะเดี๋ยวนี้หลายๆ ที่เขารับปรึกษาฟรีกันทั้งนั้นแหละ พออ่านถึงตรงนี้คงเกาหัวแกร่กๆ ว่าแล้วเอเจนซี่พวกนี้เขาหาเงินทางไหนกัน? แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียกเก็บจากผู้เรียนโดยตรง แต่หลายๆ เอเจนซี่ก็มีการทำ partnership กับทางมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และการส่งต่อผู้สมัครเรียนให้ถึงฝั่งฝาได้นั้น ก็จะมีค่าตอบแทนออกมาในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นนั่นเอง หรือพูดกันง่ายๆ คือเอเจนซี่พวกนี้เขาก็เหมือนพนักงานขายอะแหละ

 

ข้อควรระวัง!

แม้เอเจนซี่จะมีข้อดีนานัปประการก็จริง แต่หลายครั้งก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังบางอย่าง อันนี้เราแอบไปสืบมาว่าหลายคนอาจต้องประสบกับปัญหาทางด้านค่าใช้จ่ายที่พ่วงเข้ามาแบบไม่แฟร์เท่าไหร่ คือเราอยากบอกว่าการสมัครเรียนกับเอเจนซี่ ที่ๆ เขาแฟร์กับเราจริงๆ เขาจะไม่คิดค่าบริการกับเราหรอกนะคะ อย่าไปเชื่อตัวแทนที่เขาเรียกเก็บเงินเรา เพราะเอเจนซี่สถาบันเหล่านี้ได้เงินจากการส่งนักเรียนไปศึกษาในมหาวิทยาลัย กล่าวง่ายๆ คือรับเงินมาจากมหาวิทยาลัยมาอีกทีนั่นแหละ! ฉะนั้นหากเจอเจ้าไหนเรียกเก็บตัง ก็อาจจะเซย์โนวไปก่อนก็ได้นะคะ

โดยส่วนตัวแล้ว เราว่ามันขึ้นอยู่กับความต้องการของเราด้วยนะ ว่าเราอยากใช้บริการเอเจนซี่ในการเรียนต่อหรือเปล่า เพราะถ้าถามเราว่าการสมัครเรียนต่อผ่านเอเจนซี่จำเป็นขนาดนั้นไหม ก็คงไม่แหละ แต่ถ้าพูดถึงความสบายแล้วเนี่ย มันยุ่งยากน้อยกว่าแน่นอนถ้าสมัครเรียนผ่านเอเจนซี่ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรพบกันครึ่งทางแหละจริงไหม? ลองหาข้อมูลไป แล้วไปรีเช็คข้อมูลกับพี่ๆ เอเจนซี่อีกทีนึงก็ไม่เสียหายอะเนอะ

 

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ปอปอ จบเอกภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเป็นทั้งนักเขียน นักแปล และครูสอนการเขียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ หากมีเวลาว่างจากภาระงานประจำและฟรีแลนซ์ ชอบเขียนวิเคราะห์ภาพยนตร์ หนังสือ ซีรีส์บนเพจสมัครเล่นของตัวเองด้วย

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

402656

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

326015

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86401

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

55973