นโบบายความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุกกี้ส์จะช่วยจัดให้คุณเห็นโฆษณาที่เหมาะกับคุณจริงๆ พร้อมทั้งช่วยให้คุณใช้ฟีเจอร์ที่หลากหลาย การอนุญาตทั้งหมดถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ คุณสามารถจัดการ เปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลา
ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

บทสนทนาเบสิค ผูกมิตรเพื่อนฝรั่ง

share image

    หลาย ๆ คนมีความฝันอยากไปเรียนต่างประเทศ  และอยากมีเพื่อนต่างชาติ แต่ก็เป็น Introvert มาก ประหม่าจนเริ่มไม่ถูกไม่รู้จะเริ่มต้นพูดคุยกับเพื่อนอย่างไร เพราะบางทีการเข้าไปคุยหรือถามในสิ่งที่เราต้องการทราบโดยตรง อาจจะทำให้ดูไม่เป็นมิตร และคู่สนทนารู้สึกไม่ปลอดภัย

 

    วันนี้ทาง Hotcourse จะพามารู้จักขั้นตอนการสร้างบทสนทนาง่าย ๆ ให้ดูเป็นมิตรสำหรับให้เพื่อน ๆ ได้ซักซ้อมก่อนไปใช้งานจริงกัน

 

how to make foreign friends

 

ทักทายอย่างเบสิค

 

    เริ่มต้นจากการทักทายง่าย ๆ กันก่อน นอกจากคำว่า Hello, Hi, Good morning แล้ว การทักทายกับคนที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรกสามารถใช้คำว่า How do you do? ได้เช่นกัน

 

    แม้คำนี้ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่าเป็นอย่างไรบ้าง? แต่มักใช้คำนี้กันเพราะเป็นคำสุภาพ และเพื่อนก็จะตอบกลับมาเป็นประโยคเดียวกัน เช่น

 

A: How do you do?

B: How do you do?

 

    นอกจากนี้การยิ้ม การพยักหน้าให้เมื่อสบตากันก็เป็นการสร้างมิตรภาพง่ายๆ ได้เช่นกัน

 

 

ฟ้าดินอากาศ การชมและของที่ชอบ

 

    นอกจากการทักทายด้วยคำนี้แล้ว เราสามารถเริ่มบทสนทนาจากการดูบริบทสิ่งรอบตัว ง่ายที่สุดเลยก็เรื่อง สภาพดินฟ้าอากาศ! เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญเหมือนกันนั่นเอง

 

    ขอบอกว่าคนอังกฤษ อเมริกาชอบคุยเรื่องอากาศกันมากๆ กับคนแปลกหน้ายังคุยเรื่องอากาศได้อะ

 

    It’s so cold today, how are coping with it?

    It’s freezing out! where did you get the jacket?

    The weather is breaking, what are your plans today?    

    

     ต่อมาก็คือ การชม จะบอกว่า ‘การชม’ เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ของฝรั่งเลย ชอบตุ้มหู ชอบเสื้อ ชอบสีลิป ฯลฯ ทักได้หมด จากนั้นเราก็ต่อยอดสนทนาไปได้อีกว่า ไปซื้อที่ไหน

 

    Hello, I really like your shirt, where did you get it?

    You look gorgeous with those eyeshadows! Which palette do you use?

 

    หรือถ้าเห็นว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่ หรือสนใจเรื่องอะไร เราก็สามารถถามเพื่อสร้างความประทับใจ (และสนทนา) ได้ แนะนำให้ ‘สังเกต’ คู่สนทนา ไม่ว่าจะเป็นเกมที่เล่น หนังสือที่อ่าน เพลงที่ฟัง อาหารที่ชอบกิน ฯลฯ

 

    Are you playing RoV game? What the level you are right now?

    What kind of genre of movies do you like and dislike?

    What are you reading right now?

 

how to make friends

 

แนะนำตัว

 

    หลังจากทักทายกันแล้ว ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับตัวเขา เราควรจะแนะนำตัวเองก่อน บางครั้งอาจเริ่มต้นด้วยคำว่า May I introduce myself? ก็ได้ ถ้าอยากได้ความเป็นทางการนิดนึง

 

    แต่จริงๆ แล้ววัฒนธรรมเมืองนอกนั้น บอกชื่อไปตรงๆ เลยก็ได้ เช่น I’m Gary.

 

    จากนั้นบอกอายุ มาจากที่ไหน เรียนที่ไหน ถ้าอยากรู้จักอะไรเกี่ยวกับตัวเขา ก็ควรให้เขารู้จักตัวเราเสียก่อนจริงไหมคะ

 

A: Hello, I’m Karen from the Philippines. I’m studying politics. How about you?

B: Hi! I’m Jessica from Italy. I’m studying pharmacy.

A: Nice to meet you

B: Nice to meet you, too.

 

Excuse me จำให้ขึ้นใจ

 

    ในบางครั้งถ้าเราแค่ต้องการอยากจะถามบางคำถามง่าย ๆ หรือขอความช่วยเหลือ หรือขอเข้าร่วมวงสนทนา สามารถขึ้นต้นด้วยคำว่า Excuse me จะเซฟที่สุด เช่น

 

A: Excuse me, I heard you are talking about Blackpink, right?

B: Yeah!

A: I’m Helen. I’m a big fan of Lisa.

B: Wow! me too. She is good at dancing. I went to a BP concert in Korea last year. I’m Linda. It’s nice to meet you.

 

    หลังจากสนทนากันไปสักพักหนึ่ง บางทีคู่สนทนาก็อาจจะติดลมในการพูดคุยไปบ้าง เราก็ควร keep การสนทนาเพื่อให้เห็นว่าเรากำลังสนใจอยู่ด้วยคำง่าย ๆ เช่น OK, I see, Interesting!, that’s good, great, etc. แล้วค่อยเป็นฝ่ายถามกลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อประคับประคองบทสนทนาให้สามารถดำเนินต่อไปได้

 

 

Read the room

 

    Read the room คือการอ่านบรรยากาศในขณะนั้น ดูว่าคู่สนทนา วงสนทนาเป็นอย่างไร บรรยากาศครื้นเครง หรือบรรยากาศเคร่งเครียด การรู้บรรยากาศจะทำให้เรารู้ว่าอะไรที่ควรพูด ควรพูดตอนนี้มั้ย อารมณ์แบบไหนที่ต้องแสดงออกมา

 

    เรื่องนี้สำคัญมากๆ เพราะบางครั้งเพื่อนไม่อยากคุยแต่เราจะคุยอยู่นั่น ก็กลายเป็นว่าเราสร้างความประทับใจไม่ดีให้แล้ว

 

    บางเรื่องอย่างทัศนคติการเมือง เชื้อชาติ หรือหัวข้อ sensitive อื่นๆ เราควรสังเกตให้แน่ใจก่อนว่าพูดได้ หรือหากจะพูดควร make sure ว่าคู่สนทนาของเราโอเค แนะนำว่าให้สังเกตคร่าวๆ ก่อนว่าคนอื่นๆ ปฏิบัติตัวต่อเรื่องยากๆ อย่างไร

 

    

ไปมาลาไหว้

 

    การจบบทสทนาสวย ๆ ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ แต่อย่าลืมว่าต้องกล่าวขอบคุณทุกครั้ง และควรแสดงออกถึงความยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่คนนั้น และกล่าวอวยพรส่งท้ายด้วยก็ยิ่งดี แต่กับฝรั่งไม่ต้องไหว้นะจ๊ะ

 

A: Thanks for talking to me today. It was great to hear your opinion about Lisa BlackPink. I’ll have to go to her concert next year.

B: I hope so. Have a nice day!

A: Have a nice day!

 

    หรือสามารถจบบทสนทนาด้วยประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็ได้อย่างคำว่า I should let you go. / I should get going.

 

A: Oops! I just realized that you have class today, I should let you go, but it's been great talking to you today.

B: Yeah! Thanks, for the chat, too. Have a good day!

A: Have a good day!

 

    ประโยค Have a good day, Have a nice day. Have a good one นี่เป็นประโยคเบสิคเช่นกัน แปลไทยก็คือขอให้มีวันที่ดีนั่นเอง

 

6 วิธีง่ายๆ ใช้ ‘หาเพื่อนต่างชาติ’ เมื่อไปเรียนต่อนอก

ประสบการณ์หาเพื่อนฝึกภาษาสไตล์น้องจินต์

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

431.3K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

95K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

74.5K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

65.2K