ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ทำอย่างไรเมื่อตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเขียนอะไรลงในเรซูเม่บ้าง?

3001

ทำอย่างไรเมื่อตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเขียนอะไรลงในเรซูเม่บ้าง?

      ไม่ว่าใครก็อยากจะใส่หรือกรอกทุกสิ่งอย่างที่คุณเคยทำมาหรืองานทุกอย่างลงไปในเรซูเม่ของตัวเอง เพราะหวังว่ามันจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับบริษัทหรือนายจ้าง  แต่แท้จริงแล้ว การกระทำเช่นนั้นมันทำให้คุณดูเป็นคนไม่มีการจัดการที่ดี แทนที่จะทำให้นายจ้างประทับใจ

      ในวันนี้ฮอทคอร์สจะมาแนะนำว่าเรซูเม่ที่ดีและดึงดูดความสนใจของนายจ้างนั้น ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเขียนอะไรลงไปในเรซูเม่ของคุณบ้าง

ขั้นแรก

      เขียนเรซูเม่ของคุณออกมาก่อน (ด้วยคอมพิวเตอร์)  โดยเขียน “ทุกอย่าง” เกี่ยวกับตัวคุณลงไป ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม แม้กระทั่งงานเสิร์ฟอาหารในร้านอาหารจานด่วนสมัยมัธยมก็ตาม   มั่นใจว่าคุณไม่ลืมที่จะเขียนงานเกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัคร, งานอดิเรก รวมถึงทักษะทุกอย่างที่คุณมี  จากนั้นเซฟไฟล์นี้ไว้ในชื่อว่า "Master Resume"

ขั้นที่สอง

      Copy เรซูเม่ดังกล่าวไปไว้ในเอกสารใหม่ แล้วตั้งชื่อใหม่ โดยเรซูเม่ชุดนี้ จะเป็นขั้นตอนการตัดหรือลดรายละเอียดในเรซูเม่ของคุณลง

ขั้นที่สาม

      ทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับนายจ้างของคุณ, มุมมองรวมถึงรายละเอียดของตำแหน่งงานที่คุณต้องการ  เพราะมันจะเป็นการสร้างไอเดียให้คุณในการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่นายจ้างหรือบริษัทนั้นๆต้องการจริงๆ   จำเอาไว้ว่าสิ่งที่คุณต้องรู้นั้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่ง แต่เป็น “"tone" ของบริษัท

ขั้นที่สี่

      เขียนคุณสมบัติที่นายจ้างหรือบริษัทต้องการสำหรับตำแหน่งนั้นๆออกมา  นอกจากนี้คุณอาจจะตีความคุณสมบัติเพิ่มเติมได้จากวิสัยทัศน์, พันธกิจหรือสโลแกนของบริษัท เช่น ถ้าบริษัทกล่าวว่าสิ่งที่พวกเขาภาคภูมิใจคือ "customer service" ดังนั้นแสดงว่าเขาต้องการลูกจ้างที่เป็น “ผู้ที่ทำงานด้วยใจ” เป็นต้น

ขั้นที่ห้า

      สร้างใจความสำคัญของเรซูเม่ของคุณ โดยเฉพาะสิ่งที่ตรงกับคุณสมบัติหรือสิ่งที่บริษัทต้องการ โดยการเน้นหนักในเรื่องนั้นๆ เช่น ถ้าบริษัทกำลังมองหาคนทำงานที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา คุณก็ควรจะเน้นในเรื่องประสบการณ์ที่คุณเคยเป็นคนจัดการกิจกรรมในสมัยเรียน เป็นต้น

ขั้นที่หก

      เน้นเรื่องของ “คุณสมบัติพิเศษ” ให้ชัดเจน ซึ่งนี่เป็นขั้นที่เรื่องของความสามารถพิเศษหรืองานอดิเรกเข้ามามีบทบาท  เช่น ถ้าคุณรู้วิธีการทำอนิเมชั่น, สามารถพูดภาษารัสเซีย หรือ มีความสามารถทางการเป็นผู้นำสมัยเป็นโค้ชทีมฟุตบอลที่มหาวิทยาลัย ก็จงแสดงมันออกมา โดยเฉพาะสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่คุณต้องการโดยตรงหรืออ้างอิงถึงได้  เช่น ถ้าคุณสมัครตำแหน่งนักออกแบบเว็บไซต์ให้กับพิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยา คุณก็ควรจะเขียนลงไปด้วยว่าคุณเคยเรียนหรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธรณีวิทยาอย่างไร

ขั้นที่เจ็ด

      ลบสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องออกให้หมด (ที่ตอนแรกเขียนลงไป) โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่ได้แสดงออกให้เห็นถึงทักษะที่จำเป็นหรือคุณสมบัติที่ไม่สมควรต่างๆ  เช่น  บริษัทคอมพิวเตอร์ไม่ได้สนใจว่าคุณมีทักษะในการเล่นกีฬาอะไรบ้าง  ในทางเดียวกันบริษัทกีฬาก็ไม่ได้สนใจเช่นเดียวกันว่าคุณจะมีความเชี่ยวชาญทางด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากแค่ไหนก็ตาม (ยกเว้นคุณจะสมัครเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์) เป็นต้น

----------------------------------

ข้อควรจำ

• ควรหาบุคคลอื่นมาอ่านเรซูเม่ของคุณอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจส่ง
• เขียนเรซูเม่เฉพาะขึ้นมาในแต่ละตำแหน่งที่คุณสมัคร  เพราะมันเป็นการทำให้นายจ้างหรือบริษัทเห็นถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจของคุณ
• เตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์  เพราะในการสัมภาษณ์มักจะมีการพูดถึงรายละเอียดที่คุณเขียนลงไปในเรซูเม่เสมอ ดังนั้นแล้ว ในระหว่างที่เขียนเรซูเม่ คุณควรจดโน้ตย่อเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการจะพูดในวันสัมภาษณ์ รวมถึงประเด็นสำคัญที่คุณตั้งใจเน้นหนักด้วย

---------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
การวางแผนสำหรับผู้จบการศึกษา 
วิธีได้ฝึกงานอย่างที่ต้องการ 
ทำอย่างไรเมื่อต้องทำงานไปเรียนไป 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

353710

เปรียบเทียบ IELTS TOEFL สอบอันไหนดี ไปเรียนอังกฤษสอบอันไหน

ระบบคะแนน ระดับคะแนนของ IELTS จะอยู่ระหว่าง 1 ถึง 9 ในทุกทักษะ​(ฟัง พูด อ่าน เขียน) โดยระดับ 1 คือระดับต่ำสุดและระดับ 9 คือระดับสูงสุด หมายความว่าใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก ในขณะเดียวกันคะแนน TOEFL จะแบ่งตามทักษะ และนำคะแนนรวมของทุกทักษะมาใช้เป็นคะแนนสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น TOEFL iBT 120 คะแนน จะแบ่งเป็นทักษะละ 30 คะแนน คะแนนรวมของทุกทักษะจะบอกถึงความถนัดทางภาษาของเราว่าได้กี่คะแนน ดูการเปรียบเทียบระบบคะแนนด้านล่าง   รูปแบบการสอบ

275958

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

76331

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตนเอง

>>> การสอบ IELTS คืออะไร >>> รู้จักกับ IELTS แบบใหม่ IELTS UKVI สำหรับขอวีซ่าอังกฤษ เริ่มใช้ 2558    ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ในการสอบฟังของ IELTS เราจะได้ยินการสนทนาที่ตัดมาจาก 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอาจจะเป็นเพื่อนคุยกับเพื่อน อาจารย์คุยกับนักเรียน หรือรายงานข่าวทางวิทยุ ดังนั้นเราควรจะปรับนิสัยการดูข่าวของเรา ดูรายการเกมส์โชว์ หรือฟังเพลงในรายการต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสำเนียงต่างๆ

49855