ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบคำตอบของคณะ ที่คนชอบถามว่า เรียนไปทำไม? จบแล้วทำอะไร?

share image

    อ๊ายย

    วันศุกร์อีกแล้วค่ะ มาพบกับมิสอีกแล้ว หวังว่าซิสๆ จะสบายดีนะคะ ช่วงนี้คิดว่าหลายๆ คนคงเริ่มปรับตัวกับการใช้ชีวิตออนไลน์หน้าจอได้แล้วเนาะ วันนี้มิสจะเอารายงานที่ไปสืบมาตลอดสัปดาห์มาบอกเล่าเก้าสิบกันค่ะ สัปดาห์นี้รายงานว่าด้วย ความเข้าใจผิดว่าการเรียนเอกที่คนเรียนน้อย หรือสาขาชื่อดูไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานเท่าไหร่ จบไปแล้วจะทำงานอะไรได้บ้าง

 

    ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่หลายๆ คนมักเข้าใจผิดก็เช่น เรียนอักษร มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือเรียนอะไรที่มัน Abstract มากๆ เช่น ปรัชญา ศาสนา ประวัติศาสตร์ มักจะไม่มีงานทำ ...แต่มันจริงเหรอคะ? วันนี้เราจะมาไขปริศนา  หรือ ความใจผิดๆ พวกนี้กันค่ะ

 

    สาระน่ารู้ก่อนเข้าเรื่อง รู้หรือไม่ว่าคนดังทางฝั่งตะวันตกนี่เรียนวิชาที่พูดไปเยอะมากก อย่าง Prince Charles นี่ก็มีปริญญาโบราณคดี ประวัติศาสตร์ Hugh Grant, Jodie Foster, Emma Watson ก็มีปริญญาเอกภาษาอังกฤษ Ricky Gervais ก็จบปริญญาตรีด้านปรัชญาจาก UCL เกริ่นมาขนาดนี้ก็อย่าเพิ่งนึกว่าคนที่จบสาขาสังคมจะไปเป็นดารา เป็นเจ้าชายนะคะ เพราะคนธรรมดาก็เรียนสาขานี้เต็มไปหมด ไปดูกันค่ะ

 

    ขอเริ่มจากกระทู้ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาปรัชญาและศาสนา มศว จบมาแล้วทำงานอะไรได้บ้างคะ

 

    คุณ Sir Alextoye เล่าว่า เป็นได้เกือบทุกอาชีพที่ไม่ได้รับเฉพาะสายที่จบมาค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาสที่ทางบริษัทให้ และขึ้นอยู่กับเราด้วยว่าจะคว้าโอกาสนั้นไว้ด้วยมั้ย

 

    พี่เองก็จบเอกปรัชญาและศาสนา มศว (รุ่น 8) ค่ะ ตอนนี้เป็นบรรณาธิการ ทำหนังสือค่ะ ก่อนหน้านั้นเป็นเจ้าหน้าที่สมาชิกสัมพันธ์ บรรณาธิการนวนิยาย พิสูจน์อักษร ข้ามไลน์ไปทำแมกกาซีน เป็นคอลัมนิสต์ ฯลฯ

 

    จริงๆ เรียนปรัชญาและศาสนาแล้วดีนะคะ ถ้าไม่อคติจนเกินไป เราจะได้อะไรจากการเรียนรู้ศาสตร์นี้มากๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลย คือ ความคิดเราเป็นระบบมากขึ้น มีเหตุผล และคิดถึงอะไรรอบด้านมากขึ้น คนอื่นยังไงไม่รู้นะคะ แต่พี่ว่า แต่ละสาขาวิชา จบไปทำงานได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกลัวตกงานจ้ะ

 

    ป.ล. เพื่อนๆ พี่รุ่นเดียวกัน เป็นแอร์โฮสเตส เป็นกราวนด์ เป็นอัยการ (เรียนกฎหมายอีกใบ) เป็นคุณครูสอนภาษา เป็นผู้จัดการฝ่าย และอีกมากมายค่ะ

 

    คุณ สมาชิกหมายเลข 1907597 เล่าเสริมในทำนองเดียวกันว่า พี่จบเอกนี้มาจากที่นี่ค่ะ จากประสบการณ์ทุกครั้งที่ไปสัมภาษณ์งานที่ไหนฝ่าย HR จะมีแต่คนชื่นชมยิ่งถ้าเป็นกับฝรั่งด้วยแล้วเขาจะรู้สึกชอบมากๆที่เราเรียนทางสายนี้มา เขาจะให้ความสนใจ หรือมีคำถามเป็นพิเศษบ่อยๆเวลาคุยกับเรา เหมือนอยากจะทราบระบบความคิดเรามากกว่าเด็กคนอื่นค่ะ ต้องดึงทักษะที่เราได้ร่ำเรียนออกมาออกมาใช้ออกมาพูดให้เต็มศักยภาพนะคะ  ส่วนสายงานมันกว้างมากค่ะ อย่างที่พี่ๆด้านบนตอบทุกคนเลย เพื่อนพี่และตัวพี่เองก็ทำกันหลากหลาย สิ่งสำคัญคือน้องต้องรู้ว่าชอบอะไร  เราไปเรียนเสริมสร้างศักยภาพให้ตัวเองได้ค่ะ

 

    คุณ RealorDream ในกระทู้เดียวกัน บอกว่า

    

    เป็นคนหนึ่งที่จบจากที่นี่ เอกนี้ค่ะ  ตอนแรกก็ค่อนข้างเป็นกังวลเหมือนน้องนะว่าจะทำงานไรดี เรื่องที่ตัวเองชอบก็ไม่มี ตอนสมัครงานจึงหว่านไปหมดเลยค่ะ ทั้ง AE ,PR ,พนักงานเเบงค์ สรุปว่า พี่ได้ทุกที่เลยค่ะ ตกใจมาก คือแต่ละงานดูจะแตกต่างกันไม่น่าที่จะเป็นไปได้เลย แต่ตัดสินใจเลือกงาน PRค่ะ พอเริ่มมาทำงานจริงๆจังก็เริ่มรู้แล้วค่ะว่าวิชาที่เรียนมามันมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันและ หน้าที่การงานค่อนข้างมาก เรามีระบบความคิดที่ดี คิดเป็นทอดๆ จนทำให้งานสำเร็จออกมาค่อนข้างดีเลยค่ะ  พี่เชื่อว่าทุกคนก่อนเริ่มทำงานก็ยังขาดประสบการ์ณทำงานหมดแหละค่ะ แต่เอกนี้ได้เปรียบตรงเรื่องการคิดวิเคราะห์  น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่แต่ละที่อยากจะรับเข้าทำงาน   อย่ากังวลไปเลยค่ะ เท่าที่พี่ดูรุ่นเดียวกันที่จบมามีงานกันหมดนะคะ และหลากหลายมากๆด้วย  หากน้องสนใจเรื่องอะไรแนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมค่ะ หากเรามีพื้นฐานทางความคิดอยู่แล้วเรื่องอื่นก็ไม่ยากแน่นอนค่ะ ^^

 

    อีกคณะที่จะถูกถกอยู่ในหัวข้อนี้ ก็คือ คณะอักษรศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ ลองมาดูจากกระทู้นี้กัน ถ้าเรียนอักษร จบมาทำงานอะไรได้บ้าง

 

    คุณ สมาชิกหมายเลข 885781 บอกได้อย่างน่าสนใจว่า สมัยเรียนอยู่ที่อักษรฯ เมื่อนานปีมาแล้ว

มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกพี่ว่า ที่ใดที่มีมนุษย์ ที่นั่นเด็กอักษรฯ ก็ทำงานได้ เพราะความจริงแล้ว คณะเราจัดอยู่สายมนุษยศาสตร์ นั่นคือเราต้องเรียนเพื่อให้เข้าใจมนุษย์

 

    คนภายนอกอาจเข้าใจว่า อักษรฯ เรียนแค่ภาษาต่างประเทศอย่างเดียว

    ความจริงมีวิชาเรียนมากกว่านั้นค่ะ ทั้งวรรณคดี ประวัติศาสตร์ ปรัชญา การละคร วรรณกรรมเปรียบเทียบ ภาษาศาสตร์ ฯลฯ

    เด็กที่จบอักษรฯ เลยทำงานได้หลากหลาย เพราะอย่างที่พี่บอก ว่าที่ที่มีมนุษย์อยู่ เด็กอักษรฯ ก็เข้าทำงานได้ (เว้นแต่วิชาชีพเฉพาะทางอย่างแพทย์ วิศวะ นักวิจัยวิทยาศาสตร์ ฯลฯ อะไรแบบนี้นะ)

 

    ในกระทู้ คณะศิลปศาสตร์ จบมาทำอาชีพอะไรได้บ้าง ? คุณ love2loveU บอกว่า เพื่อนพี่หลายคนจบศิปศาสตร์นะคะ ตอนทำงานก็เห็นหลายอาชีพ บางคนก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนเอกชน (จบเอกภาษาอังกฤษ) บางคนก็ทำธุรกิจส่วนตัว บางคนก็ทำจัดซื้อ ทำงานราชการ เป็นเลขาก็มี ก็คือ ทำงานที่ได้ใช้ภาษาน่ะค่ะ อ้อ ตอนเรียนก็เห็นรับงานพิเศษสอนหนังสือกันด้วยนะคะ

 

    ยกตัวอย่างมายาวเหยียดดด ก็เพื่อจะบอกว่าคณะที่มักได้รับข้อกังขาพวกนี้นั้นมีประโยชน์มหาศาล มิสชอบที่มีคนบอกว่าการเรียนปรัชญาทำให้การคิดเป็นระบบมากขึ้น เป็นเหตุ เป็นผล และศาสตร์นี้ก็คือพื้นฐานของทุกๆ อาชีพเลยนะ ทำให้อาชีพที่บัณฑิตคณะเหล่านี้ทำได้ก็กว้างมาก (ยกเว้นคณะที่มีศาสตร์เฉพาะทางอย่างวิศวะ หมอ ทันตะ) อาชีพก็หลากหลายมาก ตามคอมเม้นที่มิสยกมาเลย บรรณาธิการ นักแปล ล่าม PR AE นักเขียน อาจารย์ งานเซลล์ เพื่อนอักษรฯ ของมิสบางคนนี่ก็ไปสายงานวิจัยได้เช่นกันนะ  

 

    ดังนั้นหลายคนอาจคิดว่าคณะ abstract พวกนี้ไปต่อยาก แต่มิสคิดว่าไม่ใช่เลย เพราะมันสอนทักษะพื้นฐานที่เป็นแต้มต่อในการใช้ชีวิตและการทำงานจริงๆ

 

    ใครอยากเรียนในคณะเหล่านี้มิสขอให้โชคดี

    อ่านหนังสือวนไปเลยจ้า!

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

421.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

344.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.2K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.9K